“กลาโหม”ยึดหลัก“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ผนึก“เครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“……ผู้บัญชาการทหารบกให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติในช่วงฤดูฝนที่จะถึงนี้ โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการวางแผนรับมือและพร้อมเข้าสนับสนุนทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติ ….”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 2 พ.ค.69 โผทหารกลางปีคลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ลงนามในคำสั่งกองทัพบกที่ 121/2569 เรื่อง ให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน หรือการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพัน ยศพันเอกพันโท จำนวน 228 นาย ทั่วประเทศ ก็ขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน

@@@……ที่กระทรวงกลาโหม….พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคณะ ให้การต้อนรับคณะจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้บริหาร เครือข่ายองค์กรการศึกษาด้านศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและรับฟังแนวทางการพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและความสงบสุขในพื้นที่ ณ ห้องยุทธนาธิการ ศาลาว่าการกลาโหม ซึ่งการหารือครั้งนี้มุ่งสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเยาวชน ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และเสริมสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคการศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างยั่งยืน

@@@……ทั้งนี้ ภาครัฐให้ความสำคัญต่อ บริบททางประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อสร้างการยอมรับและความไว้วางใจอย่างแท้จริง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตร่วมกัน พร้อมกันนี้ ภาครัฐยืนยันให้ความสำคัญต่อสถาบันการศึกษาศาสนา ทั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันปอเนาะ และตาดีกา ในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนาที่มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมเยาวชนทั้งด้านศาสนา คุณธรรม และวิถีชีวิต การดำเนินงานจะขับเคลื่อนควบคู่ทั้งมิติความมั่นคงและการพัฒนา โดยมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ เคารพอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมเสริมสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางความคิด” ให้เยาวชนสามารถรับมือกับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน และอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างเข้าใจ

@@@……แนวทางการทำงานของภาครัฐยึดหลักไม่แทรกแซง แต่ร่วมมือ โดยให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรีของประชาชน ภายใต้กรอบกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว กระทรวงกลาโหมเชื่อมั่นว่า การสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน บนพื้นฐานของความเข้าใจในประวัติศาสตร์ และการพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืนในระยะยาว

@@@……กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 ดำเนินการตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่ บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว การปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดของ หน่วยปฏิบัติการทั่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 ดำเนินการตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิด ขนาดพื้นที่ 99,800 ตร.ม ได้พื้นที่ปลอดภัย จำนวน 400 ตารางเมตร คิดเป็น 0.40% พบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN จำนวน 22 ทุ่น,MN 79 จำนวน 10 ทุ่น 

@@@……สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิด (ผลการปฏิบัติห้วงที่ 1 ที่ผ่านมา วันที่ 18 พ.ย. – 6 ธ.ค. 2568 ได้พื้นที่ไปแล้ว 17,700 ตารางเมตร และห้วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2569 ถึง ปัจจุบัน รวมได้พื้นที่ปลอดภัยจำนวนทั้งสิ้น 62,000 ตารางเมตร คิดเป็น 62.93% คงเหลือพื้นที่ต้องสงสัย/ยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด จำนวนทั้งสิ้น 37,000 ตารางเมตร คิดเป็น 37.07% รวมพบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด จำนวน 189 รายการ (PMN จำนวน 122 ทุ่น,MN79 จำนวน 30 ทุ่น,POMZ-2 จำนวน 2 ทุ่น ,PMD-6M จำนวน 34 ทุ่น และ UXO จำนวน 1 นัด) ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด เพื่อคืนความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

@@@……จากสถานการณ์ การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้าน บริเวณฐานทีตาแหล่ อำเภอวาเล่ย์ใหม่ จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์เหนือ ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก โดยได้มีการใช้อาวุธหนักปะทะกันอย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา กองกำลังนเรศวร โดย หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองร้อยทหารราบที่ 432 ได้เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ พร้อมทั้งตรึงกำลังตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด และเตรียมการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มขีดความสามารถปัจจุบัน ยังไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และข่าวสารจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อลดความตื่นตระหนก และเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ

@@@……ที่กองบัญชาการกองทัพบก…..พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 7/2569 ซึ่งวาระแรกก่อนการประชุม ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทำพิธีมอบเงินจากกองทุนสวัสดิการกองทัพบก ประกอบด้วยเงินสงเคราะห์การสอบเข้าศึกษาต่อของบุตรข้าราชการและลูกจ้างกองทัพบก ประจำปี 2569, ทุนการศึกษาให้แก่บุตรกำลังพลในสังกัดกองทัพบก ประจำปี 2569 และเงินสงเคราะห์ให้แก่บุพการีของกำลังพลในสังกัดกองทัพบกที่พิการทุพพลภาพ โดยผู้บัญชาการทหารบกเน้นย้ำว่าสวัสดิการกำลังพลเป็นเรื่องที่กองทัพบกให้ความสำคัญ เพื่อดูแลสวัสดิการและช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว พร้อมขอให้นำไปใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

@@@……จากนั้นในที่ประชุมโดยกรมกำลังพลทหารบก สรุปยอดการสมัครใจเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 ทั้ง 3 กลุ่ม ประกอบด้วยผู้สมัครใจเลื่อนปลดฯ, ผู้สมัครใจผ่านโครงการพลทหารออนไลน์ และผู้สมัครใจร้องขอเข้ากองประจำการในวันตรวจเลือกฯ รวมจำนวนทั้งสิ้น 47,502 นาย คิดเป็นร้อยละ 67.48 ของยอดความต้องการของกองทัพบก (70,397 นาย) และชี้แจงถึงมาตรการการเตรียมความพร้อมรับทหารใหม่ผลัดที่ 1/69 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ ทั้งในเรื่องของอาคารที่พัก สถานที่ฝึก อุปกรณ์ป้องกันภาวะเจ็บป่วยจากโรคลมร้อน ตลอดจนการประกอบเลี้ยงในแต่ละมื้อให้มีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะ นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น กำกับดูแลการฝึกให้เป็นไปตามนโยบายและระเบียบกองทัพบกอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในเรื่องการลงโทษ การลงทัณฑ์ ให้เป็นไปตามระเบียบและแบบธรรมเนียมทหาร ทั้งนี้หากพบมีการกระทำผิด ผู้บังคับหน่วยที่เกี่ยวข้องในทุกระดับชั้นจะถูกพิจารณาลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด

@@@……นอกจากนั้น กรมยุทธการทหารบก ได้ชี้แจงการพัฒนาการปรับรูปแบบการฝึกของกองทัพบกให้สอดคล้องกับบทเรียนการรบจากสถานการณ์โลกและความขัดแย้งระหว่างไทย – กัมพูชา ที่ผ่านมาโดยกำหนดกรอบการฝึกรูปแบบใหม่ อาทิ การฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1/69 มีการเพิ่มหลักสูตรการใช้อากาศยานไร้คนขับ, การกวาดล้างคูติดต่อ, การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยจัดเตรียมสถานที่และสิ่งอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการฝึก การฝึกหลักสูตรทหารทรหด ได้มีการเพิ่มหลักสูตรการใช้อากาศยานไร้คนขับและการรบในสภาพพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่การฝึกหลักสูตรหน่วยทหารขนาดเล็กต่อไป การฝึกร่วมฝ่ายอำนวยการ ได้มีการบูรณาการการฝึกตั้งแต่ระดับกองทัพบกไปจนถึงระดับหน่วย ให้มีความเหมาะสม ทันสมัย สามารถดำเนินการร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับภัยคุกคามในปัจจุบันให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

@@@……โดย ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยในการดำเนินการที่ผ่านมา โดยเฉพาะการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย โปร่งใส มียอดชายไทยสมัครใจเป็นทหารจำนวนมาก และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วน รวมทั้งเน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับชั้นกำกับดูแลและเตรียมการรับทหารใหม่ตามนโยบายของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ในส่วนของสถานการณ์ความมั่นคงได้สั่งการให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลเป็นหลัก พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติในช่วงฤดูฝนที่จะถึงนี้ โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการวางแผนรับมือและพร้อมเข้าสนับสนุนทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติ สุดท้ายนี้ผู้บัญชาการทหารบก ขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติภารกิจด้วยความรอบคอบ มีวินัย ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในเอกภาพของความเป็นกองทัพบกเป็นสำคัญ และพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมและกองทัพบกอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

@@@……กองทัพเรือ…..พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้ดำเนินโครงการจัดหาเรือน้ำมัน จำนวน 1 ลำ เพื่อทดแทนเรือหลวงจุฬา ซึ่งขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2523 และมีอายุการใช้งานมากกว่า 45 ปี ปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายอายุการใช้งานตามเกณฑ์ และมีแผนปลดระวางประจำการในปี พ.ศ. 2570 ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ. 2560 – 2580 (ทบทวน พ.ศ. 2566) เพื่อคงไว้ซึ่งขีดความสามารถด้านการส่งกำลังบำรุงทางทะเลในพื้นที่ทัพเรือภาคต่างๆ

@@@……การจัดหาเรือน้ำมันครั้งนี้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพด้านส่งกำลังบำรุงในภารกิจทางทหารและการช่วยเหลือประชาชน โดยเป็นการจัดจ้างอู่ต่อเรือภายในประเทศ ซึ่งเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของไทย เรือน้ำมันลำใหม่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของกองทัพเรือ ได้แก่ มาตรฐานของสถาบันจัดชั้นเรือ RINA อนุสัญญา SOLAS และ MARPOL รวมทั้งมาตรฐานวิศวกรรมทางเรือที่เกี่ยวข้อง โดยติดตั้งระบบขนถ่ายน้ำมันที่มีความปลอดภัยสูง สามารถปฏิบัติการรับ–ส่งน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อการรั่วไหล และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล

@@@……สำหรับความคืบหน้าโครงการ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมได้อนุมัติให้กองทัพเรือดำเนินการจ้างสร้างเรือน้ำมัน จำนวน 1 ลำ จากบริษัท ไทยอินเตอร์เนชั่นแนล ด๊อคยาร์ด จำกัด (TINDY) โดยวิธีคัดเลือก วงเงินรวมทั้งสิ้น 434,634,000 บาท กำหนดส่งมอบในปี พ.ศ. 2571 และในวันนี้ กองทัพเรือได้มีการลงนามในสัญญาว่าจ้างกับบริษัท TINDY ซึ่งเป็นบริษัทต่อเรือของคนไทยที่มีประสบการณ์และเคยมีผลงานร่วมกับกองทัพเรือมาก่อน เป็นที่เรียบร้อย กองทัพเรือยืนยันว่า โครงการนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล เพิ่มขีดความสามารถด้านการส่งกำลังบำรุง และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือให้สามารถรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img