รัฐบาลเดินหน้าบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ “รองนายกรัฐมนตรี” กำกับดูแล สทนช. เตรียมขับ 9 มาตรการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมชูแนวทางบูรณาการทั้งระบบลุ่มน้ำ มุ่งแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ลดซ้ำซากน้ำท่วม–น้ำแล้งในพื้นที่เดียวกัน
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2570 คณะที่ 1 แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2569 ว่า ขณะนี้ สทนช.ได้เตรียม 9 มาตรการหลักในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรองรับทั้งสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง
นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ได้มอบนโยบายชัดเจนว่า ปัญหาน้ำทั้ง “น้ำท่วม” และ “น้ำแล้ง” ต้องมองในเชิงระบบ โดยน้ำท่วมเกิดจากปริมาณน้ำเกินความสามารถในการกักเก็บ ขณะที่น้ำแล้งเกิดจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งทั้งสองปัญหาสามารถบูรณาการแก้ไขร่วมกันได้ หากมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ
สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จะจัดขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในเดือนมิถุนายนนี้ นายทรงศักดิ์ระบุว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะอนุกรรมการถอดบทเรียนสถานการณ์น้ำ ซึ่งใกล้แล้วเสร็จ โดยได้ข้อสรุปตรงกันว่าพื้นที่รับน้ำยังไม่เพียงพอ และมีมวลน้ำสะสมในหลายพื้นที่
ทั้งนี้ สทนช.มีแผนผังน้ำครอบคลุม 22 ลุ่มน้ำ ซึ่งสามารถระบุพื้นที่ลุ่มต่ำและจุดเสี่ยงได้อย่างชัดเจน จึงจำเป็นต้องเร่งศึกษาและพัฒนา “แก้มลิง” รวมถึงการตัดตอนน้ำในแต่ละจุด เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากในพื้นที่เดียวกัน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งกระทรวงที่ดูแลด้านน้ำโดยเฉพาะ นายทรงศักดิ์ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน โดยย้ำว่า สทนช.เป็นหน่วยงานสำคัญในการบูรณาการการทำงานด้านน้ำร่วมกับหลายหน่วยงาน และทำหน้าที่กำกับงบประมาณไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน พร้อมสนับสนุนให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปตามแผนงานและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
นายทรงศักดิ์ยังกล่าวย้ำว่า การจัดตั้งองค์กรเฉพาะด้านน้ำต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในปัจจุบัน สทนช.ถือว่ามีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้าง บุคลากร และการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว



















