นายกรัฐมนตรีชี้แจงกรณีความเคลื่อนไหวการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยืนยันรัฐบาลดำเนินการตามเจตนารมณ์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน พร้อมย้ำโครงการเป็นไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินทุกบาทต้องถึงมือประชาชนโดยตรง ไม่มีการรั่วไหลหรือทุจริต
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการล่ารายชื่อเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ได้ลงนามทูลเกล้าฯ ไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามว่าหากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้การทำงานของรัฐบาลสะดุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลมีเป้าหมายแก้ไขปัญหาและลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยย้ำว่าผู้แทนราษฎรต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมระบุว่าโครงการลักษณะนี้มีการดำเนินการมาแล้วหลายครั้งในอดีต แม้แต่กลุ่มที่เตรียมยื่นเรื่องก็เคยใช้รูปแบบเดียวกัน เพียงแต่ชื่อโครงการแตกต่างกัน โดยรัฐบาลชุดนี้ใช้แนวคิด “ไทยช่วยไทย”
เมื่อถามย้ำถึงความมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลดำเนินการตามที่ได้แถลงนโยบายไว้ทุกประการ ด้วยเจตนารมณ์สุจริต และมุ่งให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน
ส่วนข้อสงสัยเรื่องรูปแบบการกู้เงิน นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า โครงการนี้ใช้เงินสกุลบาท ไม่มีการกู้เงินสกุลต่างประเทศ และเมื่อมีการดำเนินการแล้ว เงินจะถูกส่งตรงถึงประชาชนโดยตรง ไม่ผ่านโครงการย่อย เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและการหมุนเวียนในระบบอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันจะกำกับดูแลทุกขั้นตอนให้โปร่งใส “ต้องไม่มีรั่วไหล ไม่มีโกง และถ้ามีการกระจาย ต้องกระจายถึงประชาชนเท่านั้น”
เมื่อถามถึงแผนสำรองหากเกิดปัญหา นายกรัฐมนตรีตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่ได้เตรียม เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อประชาชน และสอดคล้องกับนโยบายที่แถลงไว้”
ส่วนกรณีคำร้องที่อาจส่งผลต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” นายกรัฐมนตรีระบุว่า “ไม่เกี่ยวกัน”
ท้ายคำถาม เมื่อถูกถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวติดตลกว่า “ทำไมต้องท้อ ผมเป็นคนจีน เชื้อสายจีน ลูกท้อเป็นผลไม้มงคล กินทุกวันวันเกิดเลย”



















