เลขาฯ กกต. เปิดมุมมองบทบาทองค์กรอิสระ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องปฏิรูป ย้ำหน้าที่หลักคือถ่วงดุลและตรวจสอบฝ่ายการเมือง พร้อมสะท้อน แม้รัฐธรรมนูญเปลี่ยนหลายฉบับ แต่คนเล่นการเมือง-ผู้เลือกตั้งยังเป็นคนเดิม ชี้หากอยากเห็นการเมืองดี ต้องมีทั้ง “ผู้เล่นดี ผู้เลือกดี และกรรมการดี”
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่โรงแรมทรี ซิกตี้ไฟว์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในกิจกรรมสัมมนาสื่อมวลชนสัญจร ครั้งที่ 1 การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดใจถึงบทบาทการทำงานของ กกต. และองค์กรอิสระ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์กรอิสระ
นายแสวง กล่าวว่า กกต. รับรู้ถึงความคาดหวังของประชาชนมาโดยตลอด และมองว่าการที่สังคมออกมาวิพากษ์วิจารณ์ หรือเสนอแนวคิดปฏิรูปองค์กรอิสระ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสะท้อนว่าประชาชนให้ความสนใจต่อการพัฒนาประเทศและระบบการเมือง
“จริงๆ เป็นเรื่องดี แปลว่าประชาชนสนใจความเป็นไปของบ้านเมือง เห็นว่าบ้านเมืองควรจะมีการพัฒนาด้วยตัวของประชาชนเอง” นายแสวง กล่าว
เลขาธิการ กกต. ระบุว่า หนึ่งในคำวิจารณ์สำคัญคือประเด็นที่ว่า “องค์กรอิสระไม่ยึดโยงกับประชาชน” แต่ในความเป็นจริง องค์กรอิสระทั้ง กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ล้วนมีที่มาและความจำเป็น เนื่องจากระบบการเมืองแบบประชาธิปไตยดั้งเดิมมีข้อจำกัดในการตอบสนองต่อประชาชนอย่างทั่วถึง
นายแสวง อธิบายว่า ปัญหาสำคัญมีทั้งเรื่องประสิทธิภาพและความชอบธรรม โดยเฉพาะในหลายประเทศทั่วโลกที่อัตราการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลง ขณะที่นักการเมืองมักอ้างเสียงประชาชนในการดำเนินนโยบาย แม้ในความเป็นจริงอาจไม่ได้สะท้อนความเห็นของประชาชนทั้งหมด
พร้อมยกตัวอย่างประเทศไทยที่ใช้ระบบเลือกตั้งแบบเสียงข้างมากรอบเดียว ซึ่งผู้ชนะอาจได้คะแนนเพียง 40% ขณะที่อีก 60% ไม่ได้เลือกฝ่ายดังกล่าว จึงเป็นหนึ่งในข้อถกเถียงเกี่ยวกับความชอบธรรมทางการเมือง
นายแสวง ยังกล่าวถึงที่มาขององค์กรอิสระว่า เกิดขึ้นตามหลักประชาธิปไตยเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายการเมือง และยืนยันว่าองค์กรอิสระทุกประเทศล้วนมีความเชื่อมโยงกับประชาชน เพียงแต่ขึ้นอยู่กับรูปแบบการออกแบบของแต่ละประเทศ
สำหรับกรณีวุฒิสภา นายแสวง ระบุว่า ประเทศไทยเคยทดลองใช้รูปแบบมาแล้วหลายแบบ ทั้งการแต่งตั้งและระบบเลือกกันเอง แต่ก็ยังคงมีความพยายามปรับแก้รัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง เพราะยังไม่มีรูปแบบใดที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าเหมาะสมที่สุด
“องค์กรอิสระมีไว้เพื่อตรวจสอบฝ่ายการเมือง มันเป็นแบบนั้นจริงๆ” นายแสวง กล่าว
พร้อมยอมรับว่า การทำงานขององค์กรอิสระอาจไม่ถูกใจประชาชนทุกฝ่าย แต่ยืนยันว่าต้องยึดตามกฎหมายและหลักการมากกว่าความพึงพอใจทางการเมือง
“บางครั้งความถูกใจทางการเมืองคืออยากชนะ แต่การทำงานต้องอยู่ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม ถ้ากฎหมายเป็นแบบหนึ่ง แต่การปฏิบัติเป็นอีกแบบ บ้านเมืองก็เดินหน้าลำบาก” นายแสวง กล่าว
นอกจากนี้ นายแสวง ยังย้อนเล่าประสบการณ์การมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 พร้อมสะท้อนว่า แม้ประเทศไทยจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ปัญหาการเมืองและคอร์รัปชันก็ยังคงอยู่
“สุดท้ายอยู่ที่คน เพราะไม่ว่าเราจะแก้กฎหมายอย่างไร คนเล่นการเมืองก็ยังเป็นคนเดิม ผู้เลือกก็ยังเป็นคนเดิม ใช้ชุดความรู้เดิมกับกติกาใหม่ สุดท้ายก็ไม่ได้ไปไหน” นายแสวง กล่าว
พร้อมทิ้งท้ายว่า การเลือกตั้งที่ดีต้องประกอบด้วย “ผู้เล่นดี ผู้เลือกดี และกรรมการดี” จึงจะทำให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมีเสถียรภาพ



















