นายกรัฐมนตรีโต้ปมที่ดินเขากระโดง ย้ำกระบวนการพิพาทของ รฟท. อยู่ในชั้นศาลแล้ว ตนไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินตามที่ถูกกล่าวหา เมิน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขู่ฟ้องถอดถอน ชี้เข้าข่ายปั้นน้ำเป็นตัวแต่ไม่คิดฟ้องกลับเพราะเห็นว่าอายุใกล้ 80 ปีแล้ว
เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เตรียมยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยประเด็นจริยธรรม กรณีละเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง ว่า “ปั้นน้ำเป็นตัว ก็เข้าข่ายผิดจริยธรรมเหมือนกัน สนุกไปเรื่อย”
เมื่อถามว่าคำว่า “ปั้นน้ำเป็นตัว” หมายถึงฝ่ายที่เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจังหวัดบุรีรัมย์หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ใครจะไปก็ไปได้ ไม่ได้มีข้อห้าม และหากไปเมื่อไหร่ให้แจ้ง จะได้จัดเวลาพาไปกินข้าว
เมื่อถามย้ำถึงความกังวลว่าประเด็นที่ดินเขากระโดงจะส่งผลกระทบถึงตัวนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะเกี่ยวข้องอย่างไร พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้มีเพียงการมีชื่อทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่เท่านั้น โดยอ้างถึงแนวคิดตามร่างรัฐธรรมนูญในอดีตที่กำหนดเรื่องภูมิลำเนาของผู้สมัคร สส. แต่ไม่ได้มีผลบังคับใช้ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่ช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่เคยมีการครอบครองหรือดำเนินการใด ๆ ในลักษณะได้มาซึ่งทรัพย์สินในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และย้ำว่าหากจะมีการฟ้องร้องก็ไม่ทราบว่าจะฟ้องในประเด็นใด พร้อมกล่าวว่าตนไม่สามารถห้ามการดำเนินการของผู้อื่นได้
เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีที่ดินเขากระโดงในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย และทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา โดยขณะนี้ทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยและเอกชนต่างอยู่ระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งต้องรอข้อยุติจากศาล
เมื่อถามย้ำว่าจะมีการดำเนินการฟ้องกลับหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวสั้น ๆ ว่า “แกอายุจะ 80 แล้ว ไม่เอาหรอก”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองว่าเป็นการข่มขู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นสไตล์ของอดีตตำรวจ และระบุว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวยังดี ไม่มีปัญหา แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ถูกตั้งคำถามในลักษณะดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นความไม่พอใจส่วนตัวบางประการ
เมื่อถามต่อว่าเป็นเรื่องใดที่ไม่เป็นไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ นายกรัฐมนตรีกล่าวเพียงว่า “ไปถามเขาเอง หรือถามลูกน้องเขาก็ได้” โดยไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม.



















