สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โชว์ 4 ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยี AI ในวงประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ 4/2569 ยกระดับปราบอาชญากรรม-ดูแลประชาชน
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว ผลการประชุม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 4 / 2569 ร่วมกับผู้แทนทุกเหล่าทัพ
ปัจจุบันสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อ การพัฒนาขีดความสามารถทางทหารของหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะการนำระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ การตอบสนองต่อสถานการณ์ และการปฏิบัติการทางทหารในสงครามยุคใหม่ นำไปสู่แนวความคิดในการพัฒนาระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems) ดังต่อไปนี้
กองบัญชาการกองทัพไทย นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถระบบอัตโนมัติของกองทัพไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองภัยคุกคาม มีความแม่นยำสูง ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่องยาวนาน ลดการสูญเสียของกำลังพล และสามารถเชื่อมโยงการปฏิบัติในทุกมิติ (All Domain Operations) ทั้งมิติทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางอวกาศ และทางไซเบอร์ โดยกองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดตั้งหน่วยระบบอัตโนมัติและการป้องกันภัยทางอากาศร่วม ภายใต้หน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วม ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำแนวความคิดในการพัฒนาระบบอัตโนมัติของกองทัพไทย ฯลฯ

กองทัพบก นำเสนอแนวความคิดในการทำสงครามในสนามรบอัตโนมัติ (Autonomous Battlefield) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Autonomous) ระบบอัตโนมัติที่ต้องใช้มนุษย์กำกับดูแล (Supervised Autonomous) และระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Autonomous) โดยได้กำหนดแนวความคิดในการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสงครามไร้คนขับ (Unmanned Warfare Command) เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาสู่การทำสงครามในสนามรบอัตโนมัติแบบบูรณาการในทุกมิติ ตลอดจนจะได้บูรณาการระบบอัตโนมัติเข้ากับพันธกิจการรบ หรือ Warfighting Functions ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ พันธกิจการข่าวกรอง (Intelligence) พันธกิจการควบคุมและบังคับบัญชา (Command and Control) พันธกิจการยิง (Fire) และพันธกิจการป้องกัน (Protection) ฯลฯ
กองทัพเรือ นำเสนอเรื่อง การพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติของกองทัพเรือ ซึ่งจะมีการใช้งานยานไร้คนขับแบบ UAS USV และ UUV ในภารกิจต่าง ๆ ประกอบด้วย การข่าวกรอง การเฝ้าตรวจและการลาดตระเวน การรบผิวน้ำ การปราบเรือดำน้ำ การปฏิบัติการสงครามทุ่นระเบิด การสนับสนุนการปฏิบัติการทางบกและการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก การสนับสนุนการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง การสนับสนุนภารกิจความมั่นคงทางทะเล และการสนับสนุนการป้องกันฐานทัพท่าเรือ ฯลฯ
กองทัพอากาศ นำเสนอการพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติของกองทัพอากาศ ซึ่งกำหนดแนวทางในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสนับสนุนภารกิจในด้านต่าง ๆ ในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารจัดการข้อมูล ระบบการเฝ้าระวัง และเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินสถานการณ์ โดยในด้านการบัญชาการและควบคุม จะยกระดับขีดความสามารถห้องบัญชาการและควบคุม ในการบูรณาการข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มีระบบบัญชาการอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับ AI ฯลฯ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำเสนอการพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้นำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมาพัฒนาการทำงานด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ได้แก่
ระบบการอ่านแผ่นป้ายทะเบียนโดยอัตโนมัติ (License Plate Recognition : LPR) เพื่อตรวจสอบติดตามรถยนต์ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง และวิเคราะห์พฤติกรรมของรถยนต์ที่กระทำผิดกฎหมาย
ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (Automated Fingerprint Identification System : AFIS) และโครงการพัฒนาการตรวจสอบประวัติ (Live Scan) ซึ่งมีประโยชน์ทั้งด้านการอำนวยความยุติธรรมและด้านการให้การบริการแก่ประชาชน
ระบบ Tourist Police CCOC Mobile AI Technology เป็นรถยนต์ที่ใช้ AI สแกนใบหน้าของบุคคล โดยเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลหมายจับ หรือฐานข้อมูลบุคคล Overstay
ระบบสำนวนอิเล็กทรอนิกส์ (Smart CRIMES) เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการสำนวนคดีแบบครบวงจร
ในโอกาสประชุมนี้ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวขอบคุณความร่วมมือจากทุกเหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการนำแนวคิดระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน ซึ่งจะต้องกำหนดแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และประสานสอดคล้องกัน เพื่อให้กองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำรงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจภายใต้สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วต่อไป



















