“กมธ.กีฬา” สภาฯ แสดงความห่วงใยกรณีลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เผยข้อจำกัดเพียบ ทั้งเวลาแข่งขันช่วงเช้ามืด และการปลดล็อกกฎ Must Have เตรียมเรียก กสทช.-กรมประชาสัมพันธ์ แจงสัปดาห์หน้า แย้มหากวิกฤตเศรษฐกิจรุมเร้าแล้วชวดถ่ายทอดสด เชื่อประชาชนเข้าใจ
วันที่ 21 พ.ค.69 ที่รัฐสภา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกีฬา คนที่สาม สภาผู้แทนราษฎร และคณะ แถลงข่าวแสดงความห่วงใยต่อปัญหาการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ครั้งที่ 23 ว่า กมธ.ทุกคนให้ความสำคัญกับประเด็นการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งถือเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับชมการแข่งขันอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นปัญหาหลายด้านที่สังคมให้ความกังวล และ กมธ.ทุกคนต่างได้รับคำถามจากประชาชนอย่างต่อเนื่องว่า ประเทศไทยจะมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหรือไม่ และจะเกิดปัญหาเหมือนปี 2022 ที่มีกรณีจอดำ รวมถึงปัญหาการใช้งบประมาณจากกองทุนภาครัฐหรือไม่
นายวัชรพล กล่าวว่า กมธ. เห็นว่า ระยะเวลาจากนี้จนถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งจะเริ่มระหว่างวันที่ 11 มิ.ย. – 19 ก.ค. 69 เหลือเวลาอีกเพียงประมาณหนึ่งเดือนเศษ จึงมีหลายประเด็นที่ต้องการสื่อสารไปยังประชาชน รวมถึงเร่งรัดให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนี้ 1.เรื่องช่วงเวลาการแข่งขัน เนื่องจากการแข่งขันจัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งมีเวลาต่างจากประเทศไทยมาก การถ่ายทอดสดจะอยู่ในช่วงเวลา 03.00 – 09.00 น. ทำให้การหาผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ เข้ามาร่วมสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนรับชมน้อย 2.เรื่องค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด จากข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อ มีมูลค่ารวมประมาณ 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 1,300 ล้านบาท ค่าภาษีประมาณ 300 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายด้านเทคนิคอีกประมาณ 100 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กสทช. ได้มีมติถอดฟุตบอลโลกออกจากกฎ Must Have ตั้งแต่ปี 2567 ส่งผลให้ไม่มีข้อบังคับที่รัฐต้องใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดสดอีกต่อไป จึงเกิดคำถามสำคัญว่า การใช้งบประมาณจำนวนมากในครั้งนี้มีความเหมาะสมและคุ้มค่าหรือไม่
นายวัชรพล กล่าวว่า ประเด็นที่ กมธ.ให้ความสนใจคือหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน โดยมีข้อมูลว่าหลายประเทศสามารถเจรจาลดค่าลิขสิทธิ์ได้ เช่น ประเทศจีนที่สามารถลดค่าลิขสิทธิ์ลงเหลือประมาณ ร้อยละ 20 ของราคาเดิม หากประเทศไทยสามารถใช้อัตราส่วนใกล้เคียงกัน ค่าลิขสิทธิ์อาจลดลงเหลือเพียงประมาณ 300 ล้านบาท ดังนั้น กมธ.จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กสทช. กรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าหารือในการประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อสอบถามความคืบหน้า แนวทางดำเนินการ และเหตุผลในการใช้งบประมาณจำนวนมากดังกล่าว
“กมธ.ขอส่งกำลังใจให้รัฐบาล พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะการเจรจาต่อรองค่าลิขสิทธิ์ให้ลดลงมากที่สุด และพยายามใช้เงินจากภาคเอกชนเป็นหลัก เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น เชื่อว่าฝ่ายผู้ถือลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลโลกเองก็น่าจะเปิดโอกาสให้มีการเจรจา และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยมีศักยภาพเพียงพอในการต่อรองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชน ตอนนี้ยังเหลือเวลาประมาณ 20 วันก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น และยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีการคำนวณค่าลิขสิทธิ์ที่ประเทศไทยได้รับ ซึ่งมีการประเมินจากความนิยมฟุตบอลภายในประเทศ ยิ่งประเทศใดมีฐานแฟนฟุตบอลมากก็จะถูกกำหนดค่าลิขสิทธิ์สูง ขณะที่ประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก เช่น จีนและอินเดีย กลับได้รับส่วนลดทางการตลาด จึงเห็นว่ารัฐบาลไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเจรจาต่อรองอย่างจริงจัง และเชื่อว่ายังมีหลายประเทศที่อยู่ระหว่างการเจรจาเช่นเดียวกัน”นายวัชรพล กล่าว



















