กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเชื่อมข้อมูลสมาคมธนาคารไทย ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นแบบเรียลไทม์ สกัดบริษัทนอมินี คาดเริ่มใช้ ส.ค.นี้ หลังพบกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินีประมาณ 80,000 ราย กลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ มากที่สุด
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ อยู่ระหว่างหารือกับสมาคมธนาคารไทย และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพื่อเชื่อมโยงตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงินแบบเรียลไทม์ มาตรการดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบคำสั่งนายทะเบียนกลาง คาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นภายในประมาณ 2 เดือน และอาจเริ่มใช้ได้ประมาณเดือน สิงหาคม 2569 หากผู้ถือหุ้นแจ้งลงทุน แต่ไม่มีเงินลงทุนเข้ามาจริง จะสามารถปฏิเสธการจดทะเบียนได้ตามกฎหมาย
ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลประมาณ 990,000 ราย เป็นบริษัทประมาณ 800,000 ราย และพบว่า มีบริษัทที่ชาวต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่า 50% ราว 120,000 ราย ซึ่งกรมฯ ประเมินว่า มีกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินีประมาณ 80,000 ราย โดยอยู่ระหว่างใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการ และงบการเงิน เพื่อส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น DSI ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำหรับธุรกิจที่พบกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ นำเที่ยว โลจิสติกส์ ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก โดย อสังหาริมทรัพย์ เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด
ทั้งนี้ การลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากมาตรการอำนวยความสะดวกของภาครัฐ ที่เร่งปลดล็อกขั้นตอนอนุญาตลงทุนให้รวดเร็วขึ้น โดยกรมฯ ตั้งเป้าลดระยะเวลาพิจารณาอนุญาต จากกรอบกฎหมายที่กำหนดไม่เกิน 60 วัน ให้เหลือไม่เกิน 30 วัน
อย่างไรก็ดี กรมฯ ยังเร่งเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐกว่า 320 หน่วยงาน เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นแบบเรียลไทม์ และลดการใช้เอกสารกระดาษ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป หน่วยงานรัฐจะเริ่มเปลี่ยนจากการขอเอกสารกระดาษ มาใช้การเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทน เพื่อลดภาระประชาชนและเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลทะเบียนธุรกิจในระบบดิจิทัลอีกด้วย



















