แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ลงพื้นที่ถนนสายไม้ย่านบางโพ พร้อม “พิจิตต รัตตกุล” อดีตผู้ว่าฯ กทม. หาเสียงช่วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางซื่อ ชูนโยบายพัฒนาย่านเก่าให้เป็นแลนด์มาร์กเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขณะที่ “พิจิตต” หนุนเต็มตัว มอง “ชัยวัฒน์” เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจการสร้างเมืองทั้งระบบ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ถนนสายไม้ ย่านบางโพ เขตบางซื่อ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนาม พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับ พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตผู้ช่วยหาเสียงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้ ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางซื่อ โดยมี พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ร่วมลงพื้นที่ด้วย
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ถนนสายไม้ในวันนี้ เพราะเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในฐานะแหล่งค้าไม้สำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และแหล่งท่องเที่ยวได้ ทั้งด้านการค้าส่ง การค้าปลีก งานศิลปะ และงานคราฟต์เกี่ยวกับไม้
“เราอยากพัฒนาย่านจากอัตลักษณ์ดั้งเดิมของพื้นที่เอง ให้เกิดแลนด์มาร์กใหม่ของเมือง ผู้ประกอบการที่นี่มีตั้งแต่รุ่นเถ้าแก่จนถึงรุ่นลูกหลานที่อยากต่อยอดธุรกิจไปสู่ด้านศิลปะและความสร้างสรรค์มากขึ้น” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ด้านนายพิจิตต กล่าวถึงเหตุผลที่ออกมาช่วยหาเสียงว่า รู้จักนายชัยวัฒน์มาระยะหนึ่ง และเห็นว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความน่าสนใจ ทั้งยังมีพื้นฐานเป็นวิศวกรและเคยทำงานที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงเชื่อว่าเป็นคนที่เข้าใจการออกแบบและการสร้างเมืองในเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงการ “ซ่อมปัญหา” แบบเฉพาะหน้า
“การซ่อมอย่างเดียวไม่มีวันจบ เมืองจำเป็นต้องถูกออกแบบใหม่ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ น้ำท่วม และการจราจร ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกัน จากที่ได้พูดคุย ผมเห็นว่าเขาเข้าใจเรื่องการสร้างระบบใหม่ให้เมือง” นายพิจิตต กล่าว
นายพิจิตต ยังระบุว่า ประสบการณ์การทำงานของนายชัยวัฒน์ในธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เป็นคนที่มองเศรษฐกิจระดับรากหญ้าควบคู่ไปกับเศรษฐกิจภาพใหญ่ อีกทั้งยังเห็นด้วยกับแนวคิดของพรรคประชาชนเรื่องการกระจายอำนาจ การทำงานเป็นทีม และการสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น
“กรุงเทพฯ ใหญ่เกินกว่าจะมีพระเอกม้าขาวคนเดียว การบริหารเมืองต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน และประชาชนต้องมีส่วนร่วม” นายพิจิตต กล่าว
พร้อมย้ำว่า การออกมาช่วยครั้งนี้เป็นเพียงการอาสาช่วยงานทางการเมืองเท่านั้น และจะไม่รับตำแหน่งใดในอนาคต เนื่องจากอายุมากแล้ว โดยพร้อมให้คำแนะนำและช่วยหาเสียงให้นายชัยวัฒน์เพียงคนเดียว
นายชัยวัฒน์ กล่าวเสริมว่า กลุ่ม “มดงาน” ของนายพิจิตต ถือเป็นทีมการเมืองที่เคยได้รับความนิยมและมีบทบาทสำคัญในการบริหารกรุงเทพมหานครในอดีต ซึ่งการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่กับผู้มีประสบการณ์ จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาเมือง
เมื่อถามถึงการแข่งขันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศลงสมัครอีกครั้ง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าใครลงสมัคร หากแต่คืออีก 4 ปีข้างหน้า กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และคนกรุงเทพฯ จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร
“เราต้องทำให้ดีกว่าสิ่งที่ดีอยู่แล้ว และแก้ปัญหาเชิงระบบที่เรื้อรัง เช่น คอร์รัปชัน รวมถึงต้องมีระบบบริหารที่โปร่งใส อย่างนโยบาย ‘กรุงเทพโปร่งใส เอไอจับโกง’ ที่จะทำให้แม้แต่คนดีที่คิดจะโกง ก็โกงได้ยาก” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ขณะที่นายพิจารณ์ กล่าวว่า ทุกการเลือกตั้งคือโอกาสในการยกระดับการเมืองไทย และเป็นพื้นที่ให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกวิสัยทัศน์ของเมือง โดยพรรคประชาชนพร้อมนำเสนอนโยบายและทีมบริหารที่ต้องการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น
ภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายชัยวัฒน์ และนายพิจิตต ได้ร่วมเดินพบปะประชาชนภายในถนนสายไม้ โดยชาวบ้านได้สะท้อนปัญหาฝาท่อระบายน้ำแตกร้าวและชำรุด ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้สัญจร แม้จะเคยร้องเรียนไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข.



















