รมว.ดีอี ประชุมผู้บริหารติดตามนโยบายรัฐบาล เดินหน้าพัฒนา AI Passport และระบบ Digital ID มุ่งสู่ ONE ID พร้อมเร่งยกระดับระบบเตือนภัยพิบัติ บูรณาการข้อมูลหลายหน่วยงาน ทั้งอุตุนิยมวิทยา–ปภ.–สถิติฯ และโครงข่ายสื่อสาร NT รองรับการแจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.นายไชยชนก ชิดชอบ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ (Top Executives) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ พร้อมผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
นายไชยชนก กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เน้นติดตามความก้าวหน้านโยบายสำคัญ ทั้งมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานรัฐ การพัฒนาโครงการ “AI Passport” เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของประชาชน ตลอดจนการจัดทำแพลตฟอร์มข้อมูลสวัสดิการประชาชนในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงสู่ระบบ Digital ID และพัฒนาไปสู่ “ONE ID” ในอนาคต
ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์ภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหวและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเป็นระบบ โดยให้ กรมอุตุนิยมวิทยา เร่งติดตามข้อมูลสภาพอากาศและยกระดับการแจ้งเตือนประชาชน ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงที
ด้าน สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้จัดทำมาตรฐานกลางการจัดเก็บข้อมูลภัยพิบัติ เพื่อพัฒนาเป็นคลังข้อมูลสาธารณภัยแห่งชาติ ครอบคลุมข้อมูลการแจ้งเตือน ผู้อพยพ ผู้ประสบภัย ความเสียหาย ศูนย์พักพิง และการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ โดยเตรียมนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป
นอกจากนี้ บริษัท บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้เสนอแผนโครงข่ายสื่อสารเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ (PSMN) โดยใช้คลื่นความถี่ 850 MHz ร่วมกับโครงข่าย 700 MHz เพื่อรองรับระบบแจ้งเตือนและบรรเทาสาธารณภัย ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงและเขตเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา สงขลา ภูเก็ต และพื้นที่ EEC
โครงการดังกล่าวจะติดตั้งสถานีฐานรวม 350 แห่งใน 253 อำเภอ 75 จังหวัด พร้อมระบบสำรองไฟและดาวเทียมสำรอง (Satellite Backhaul) รวมถึงรองรับระบบสื่อสารฉุกเฉินแบบ Mission Critical Push-to-Talk (MCPTT) และการรายงานเหตุแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติ
นายไชยชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงดีอีเดินหน้าบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับระบบเตือนภัยและการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็ว แม่นยำ และเป็นมาตรฐานกลางของประเทศในระยะยาว.



















