รัฐชวนร้านค้าสมัคร‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ร่วมกระตุ้นศก.ฐานราก-ลดค่าครองชีพ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาลเดินหน้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ครั้งที่ 4 ประชาชนร่วมกว่า 1.8 แสนคน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 23.9 ล้านบาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชนกว่า 5 ล้านบาทพร้อมชวนร้านค้าทั่วประเทศสมัคร “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.69 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่นทั่วประเทศ


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งที่ 4 ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างดี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 181,748 คน ครอบคลุม 878 อำเภอ ใน 76 จังหวัด มีร้านค้าเข้าร่วมทั้งสิ้น 9,669 ร้าน และมีสินค้านำมาจำหน่ายรวมกว่า 232,015 ชิ้น สร้างปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวม 23,933,544 บาท พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้กว่า 5,072,100 บาท


ทั้งนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมประกอบด้วย ร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ร้านสินค้า OTOP และร้านค้าชุมชน–SMEs วิสาหกิจชุมชน ผู้ค้ารายย่อย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการนำสินค้าคุณภาพดี ราคาประหยัด เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ข้าวสาร อาหารสด ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสินค้า OTOP ประเภทอาหารและของใช้


นางสาวลลิดา กล่าวว่า หากรวมผลการดำเนินงานตั้งแต่ครั้งที่ 1–4 โครงการสามารถสร้างปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวมแล้วกว่า 110.89 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนรวมกว่า 24.51 ล้านบาท สะท้อนผลสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น ในการช่วยดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม


“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยใช้กลไกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น และช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากเกิดการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 ส่วนร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบนี้ได้

สำหรับการใช้จ่ายผ่านร้านค้าในโครงการ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. ขณะที่การใช้จ่ายผ่านระบบ Food Delivery จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ร้านค้า


นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนการใช้จ่ายระหว่างภาครัฐ ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง และช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนในช่วงฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ


“รัฐบาลขอเชิญชวนร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ขยายฐานลูกค้า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากระดับชุมชน โดยรัฐบาลเชื่อมั่นว่า การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ร้านค้ารายเล็กและประชาชนในพื้นที่ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน” รองโฆษกฯ กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img