‘สีหศักดิ์’แฉทูตกัมพูชาลอบแทงข้างหลัง ยัดข้อหา-ใส่ร้ายไทยรุกล้ำกลาง‘เวทีโลก’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รมว.ต่างประเทศ เดือดจัดก่อนบินด่วนไปนิวยอร์ก สับกัมพูชาไร้ความจริงใจ หลังตัวแทนเขมรโผล่ใส่ร้ายไทยบนเวทีโลก ขัดแถลงการณ์ร่วมผู้นำ ย้ำชัดไทยล้างกระดานฉีก MOU 44 ทิ้งแล้ว จ่อใช้กฎหมายทะเลโลกบี้ปมพื้นที่ทับซ้อน ตักเตือนหากไม่หยุดระวังพังทั้งคู่

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.นายสีหศักดิ์ ระบุว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะมีโอกาสพบหารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา เพื่อสานต่อแนวทางที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือกันในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเห็นพ้องให้สร้างบรรยากาศที่ดีและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาชายแดน ทั้งเขตแดนทางบกและทางทะเล รวมถึงสถานการณ์ชายแดนโดยรวม

อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์ กล่าวแสดงความไม่สบายใจต่อท่าทีของฝ่ายกัมพูชา หลังเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้กล่าวถึงประเด็นทวิภาคีไทย–กัมพูชาในการประชุม UNSC วาระ “การคุ้มครองพลเรือนจากภัยสู้รบ” เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งไทยเห็นว่าไม่ควรนำประเด็นทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศ หลังทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วมกันแล้วว่าจะใช้การหารือแบบทวิภาคีในการแก้ปัญหา

ทั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชายังได้กล่าวอ้างในประเด็นข้อพิพาทและผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบ ซึ่งขัดกับแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่มุ่งไปสู่การหยุดยิงและลดความตึงเครียด ทำให้ฝ่ายไทยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบรรยากาศความสัมพันธ์

นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ไทยต้องการเดินหน้าพูดคุยด้วยความจริงใจ และยึดหลักที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือกันไว้ โดยมุ่งสร้างความไว้วางใจและบรรยากาศที่ดี เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น และต้องมีการหารืออย่างต่อเนื่องหลายรอบ

สำหรับประเด็นเขตแดนทางทะเล นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ไทยยืนยันจะใช้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในการหารือร่วมกับกัมพูชา หลังไทยได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 แล้ว โดยเห็นว่าควรเริ่มจากการพูดคุยในกรอบดังกล่าว และหากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ อาจพิจารณากลไกอื่น เช่น การประนีประนอมโดยสมัครใจหรือโดยบังคับตามกระบวนการสากล

เมื่อถูกถามถึงท่าทีของไทยหากฝ่ายกัมพูชายังไม่เปลี่ยนแปลง นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หากยังคงเป็นเช่นเดิม สิ่งที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้ก็จะไม่สามารถเดินหน้าได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย จึงขึ้นอยู่กับท่าทีของกัมพูชาเป็นสำคัญ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img