เตือนวิกฤต‘ฮอร์มุซ’เขย่าระเบียบโลกใหม่ จี้‘ไทย’เลิกทะเลาะกัน-เตรียมพร้อมรับมือ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กางพิมพ์เขียวสู้ศึกภูมิรัฐศาสตร์ เตือนคนไทยอย่ามองวิกฤตโลกเป็นเรื่องไกลตัว ย้ำสงครามยุคใหม่เปิดฉากด้วยไซเบอร์ การเงิน และพลังงาน แนะทุกภาคส่วนเปลี่ยนวิธีคิดยึดแนวทางนายกฯ “สั่งวันนี้ต้องเสร็จเมื่อวาน” ชู 5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วนป้องภัยความมั่นคงชาติ ก่อนไทยจะปรับตัวไม่ทันโลก

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน และอาจารย์วิชานวัตกรรมกระบวนการสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวในหัวข้อ “โลกเปลี่ยนแปลงเสมอ ไทยพร้อมรับมืออย่างไร” ว่า

นักข่าวมองข่าว นักการเมืองมองคะแนนนิยม นักลงทุนมองตลาด แต่นักยุทธศาสตร์มองสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนที่คนส่วนใหญ่จะมองเห็น

เขาระบุว่า สถานการณ์วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระเบียบโลกที่ดำรงอยู่มานานกำลังถูกท้าทายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

พร้อมระบุว่า แม้หลายฝ่ายจะมองว่าสงครามในตะวันออกกลางเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง ทุกความเคลื่อนไหวของมหาอำนาจส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ราคาทองคำ ตลาดหุ้น ค่าเงินบาท ตลอดจนความมั่นคงและอนาคตของประเทศ

ทั้งนี้ เขามองว่า เหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่เพียงปัญหาของภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่เป็นประเด็นที่ส่งผลต่อทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ส่งออก

เขายังตั้งคำถามว่า ประเทศไทยพร้อมหรือไม่ หากโลกเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าความสามารถในการปรับตัวของประเทศ และหากความขัดแย้งในอนาคตไม่ได้เกิดจากอาวุธ แต่เกิดจากพลังงาน การเงิน ไซเบอร์ และข้อมูลข่าวสาร

สำหรับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เขาระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานหลักที่เชื่อมเศรษฐกิจระหว่างเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

หากเกิดความไม่แน่นอน จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อราคาพลังงาน ค่าขนส่ง การลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั่วโลก

เขายังชี้ว่า สงครามยุคใหม่ไม่ได้เริ่มจากเสียงปืน แต่เริ่มจากการเงิน การค้า พลังงาน ไซเบอร์ และข้อมูลข่าวสาร โดยมหาอำนาจต่างใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเมืองเพื่อช่วงชิงอิทธิพล

พร้อมมองว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่มีความเปราะบางและความไม่แน่นอนสูง ทำให้ประเทศที่ไม่เตรียมพร้อมล่วงหน้าจะต้องแบกรับต้นทุนมากกว่า

สำหรับประเทศไทย เขาเสนอให้เร่งดำเนินการอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่ การยกระดับการประเมินความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์แบบเรียลไทม์ การเสริมความมั่นคงทางพลังงาน การป้องกันโครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์ การพัฒนาข่าวกรองเชิงยุทธศาสตร์ และการสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน

เขายังแสดงความกังวลว่า ขณะที่โลกกำลังแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI ไซเบอร์ และภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยยังมีความขัดแย้งภายในที่บั่นทอนศักยภาพการพัฒนา

ทั้งนี้ เขาย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้พ่ายแพ้เพราะขาดทรัพยากร แต่เพราะการอ่านสถานการณ์ไม่ทันและการบูรณาการศักยภาพยังไม่เต็มที่

ในช่วงท้าย เขาระบุว่า โลกไม่ได้รอประเทศไทย และมหาอำนาจก็ไม่ได้หยุดการแข่งขันเพื่อรอใคร ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงในระเบียบโลกใหม่

พร้อมทิ้งท้ายว่า อนาคตของประเทศไทยจะถูกกำหนดโดยความสามารถในการปรับตัวของคนไทยเอง มากกว่าการเคลื่อนไหวของมหาอำนาจ และคำถามสำคัญคือ ประเทศไทยพร้อมหรือยังที่จะกำหนดอนาคตของตนเองด้วยพลังอำนาจแห่งชาติ (National Power)

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img