“อนุทิน”ยืนยันไทยไม่ได้เสียอธิปไตย เดินหน้าใช้ UNCLOS เจรจากับกัมพูชา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


นายกรัฐมนตรีเผยหารือแนวทางเข้าสู่กระบวนการอนุสัญญากฎหมายทะเลแห่งสหประชาชาติ (UNCLOS) และการตั้งคณะผู้แทนไทยเตรียมเจรจากับกัมพูชา ยืนยันไทยยึดหลักปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ พร้อมระบุการยกเลิก MOU44 เป็นการปลดล็อกกรอบเจรจาที่หยุดนิ่งมานานกว่า 25 ปี ขณะที่การเปิดด่านและฟื้นฟูความสัมพันธ์ยังไม่อยู่ในวาระหารือ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงแนวทางการดำเนินการภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจากับฝ่ายกัมพูชาในระยะต่อไป

นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการเข้าสู่กระบวนการตามกรอบ UNCLOS ตลอดจนการจัดตั้งคณะผู้แทนของไทยเพื่อดำเนินการเจรจา โดยมีความเป็นไปได้ที่นายสีหศักดิ์จะทำหน้าที่หัวหน้าคณะ เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยตรง

นายกรัฐมนตรีระบุว่า โดยปกติแต่ละประเทศจะมีการแต่งตั้งคณะผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นบุคคลจากต่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินงานมีความเป็นกลางและได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมย้ำว่าการดำเนินการของไทยจะยึดหลักการรักษาผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

“เราไม่ได้คิดว่าใครรุกหรือใครรับ แต่คิดเพียงว่าประเทศไทยจะต้องไม่สูญเสียผลประโยชน์ที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะเรื่องอธิปไตย สิทธิ และผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งต้องได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถูกถามถึงความคาดหวังต่อผลการเจรจา นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการและมีหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อไป โดยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาต่าง ๆ ควรเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศในการชี้แจงต่อสาธารณชนในเวลาที่เหมาะสม

สำหรับกรณีที่มีข้อสังเกตว่ากัมพูชามักสร้างความได้เปรียบในเวทีระหว่างประเทศก่อนประเทศไทยนั้น นายอนุทินยืนยันว่า ไทยไม่มีเหตุผลที่จะต้องวิตกกังวล เพราะมั่นใจในความชอบธรรมและความสามารถในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ

“เราไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่มีเหตุผลต้องกังวล คนที่ต้องวิ่งหาความชอบธรรมย่อมหมายความว่ายังไม่มีความชอบธรรมเพียงพอ แต่ประเทศไทยสามารถอธิบายข้อเท็จจริงและเหตุผลของเราได้กับทุกฝ่าย” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU44 ของไทย โดยยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกรอบ UNCLOS เนื่องจากหากยังคงยึดกรอบเดิมที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเจรจาใหม่

“การยกเลิก MOU44 ไม่ได้หมายความว่าไทยไม่ต้องการเจรจา แต่เป็นการยอมรับข้อเท็จจริงว่ากรอบเดิมไม่สามารถนำไปสู่ความคืบหน้าได้ จึงจำเป็นต้องหากลไกใหม่ที่เหมาะสมกว่า” นายอนุทินกล่าว

พร้อมกันนี้ นายอนุทินชี้แจงว่า ไทยยังคงเดินหน้าตามกรอบ MOU43 ต่อไป เนื่องจากมีความคืบหน้าในการดำเนินการแล้วมากกว่าร้อยละ 60 โดยเฉพาะในเรื่องการปักปันเขตแดนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ฝ่ายกัมพูชาได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการใช้กลไก UNCLOS เป็นช่องทางหลักในการดำเนินการต่อจากนี้ ซึ่งหมายความว่าการหารือในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นเฉพาะประเด็นภายใต้กรอบดังกล่าวเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ นายอนุทินย้ำว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเด็นความร่วมมือด้านอื่น การฟื้นฟูความสัมพันธ์ หรือการเปิดด่านชายแดน ยังไม่อยู่ในกรอบการหารือของฝ่ายไทย โดยยืนยันว่า “การเปิดด่านไม่มีวันเปิด” ภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ พร้อมระบุว่านี่คือจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลไทยในการปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img