กองทัพเชิญชวนประชาชน ร่วมถวายสักการะพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“….. จีนและกัมพูชามีการฝึกร่วมกันมานาน ตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นรถถังเก่าที่จีนได้รีโนเวททขึ้นมาใหม่ และไทยก็รับทราบมาว่าทางกัมพูชามียุทโธปกรณ์ใหม่ ซึ่งนำมาใช้ในการป้องกันประเทศ….”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย.69 สัปดาห์นี้ขอถวายความอาลัยพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิรันดร์

@@@……ตามประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นั้น กองทัพบกขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และขอถวายความอาลัยด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของแผ่นดิน ด้วยพระเมตตาธรรมอันเปี่ยมล้น พระจริยวัตรอันงดงาม และพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการพัฒนาสังคมไทย ส่งผลให้ทรงเป็นที่เคารพรัก เทิดทูน และประทับอยู่ในดวงใจของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าตราบนิรันดร์เพื่อประเทศชาติและประชาชนตลอดมา

@@@……ทั้งนี้ เพื่อถวายความอาลัยและถวายพระเกียรติอย่างสูงสุด กองทัพบกได้กำหนดให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกดำเนินการลดธงลงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 26 มิถุนายน 2569 และให้กำลังพลแต่งกายไว้ทุกข์เป็นระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 26 มิถุนายน 2569 โดยแต่งกายเครื่องแบบปฏิบัติงานตามที่กองทัพบกกำหนด พร้อมกันนี้ ให้มีการประดับพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตกแต่งด้วยผ้าระบายสีขาวและสีดำ พร้อมตั้งเครื่องบูชาเครื่องทองน้อยอย่างสมพระเกียรติ พร้อมเชิญชวนครอบครัวกำลังพลร่วมแต่งกายไว้ทุกข์โดยพร้อมเพรียงกัน

@@@……กองทัพบกขอเชิญชวนประชาชน เข้าร่วมถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ ตามประกาศสำนักพระราชวัง ดังนี้ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพฯ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 12.00 น. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพฯ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. – 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. – 21.00 น. เริ่มตั้งแต่ วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2569

@@@……กระทรวงกลาโหม….น้อมรับพระมหากรุณาธิคุณและร่วมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยพร้อมใจกันน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อประเทศชาติ กองทัพ และพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนมชีพ ตามประกาศสำนักพระราชวัง ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2569 สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ ถวายสักการะ และร่วมแสดงความอาลัยตามกำหนดการที่สำนักพระราชวังประกาศ โดยประชาชนสามารถเข้าถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 – 12.00 น. และเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป กระทรวงกลาโหมขอเชิญชวนกำลังพล ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระเมตตาธรรมที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ

@@@……ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดกิจกรรมฟังธรรมและสวดมนต์กับหลวงตาม้า (พระวรงคต วิริยธโร) “รวมพลังจักรพรรดิ รวมใจภักดิ์รักษ์แผ่นดิน” โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยคุณปวีณา บุญตานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธาน ณ สโมสรกองบัญชาการกองทัพไทย โดยมีพิธีที่สำคัญประกอบด้วย การสวดมนต์บทมหาจักรพรรดิ การบรรยายธรรม ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมถวายปัจจัยแด่หลวงตา เพื่อสมทบทุน “กองทุนพรหมปัญโญ”การจัดพิธีในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากกำลังพลกองบัญชาการกองทัพไทย และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนที่พร้อมใจหลอมรวมพลังจิตอันบริสุทธิ์ เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา เสริมสร้างพลังบุญ เสริมบารมี และความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว อันจะนำไปสู่ความสงบสุขและความเจริญมั่นคงของผืนแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

@@@……เรื่องปัญหาชายแดนไทย กัมพูชา เวลานี้เกิดกระแสหวาดวิตกถึงศักยภาพของทหารเขมร หลังจีนดีลส่งรถถังT59D ให้เขมร 93 คัน นั้น พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว. กลาโหม กล่าวว่า  จีนและกัมพูชามีการฝึกร่วมกันมานาน ตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นรถถังเก่าที่จีนได้รีโนเวททขึ้นมาใหม่ และไทยก็รับทราบมาว่าทางกัมพูชามียุทโธปกรณ์ใหม่ ซึ่งนำมาใช้ในการป้องกันประเทศ สำหรับการส่งมอบรถถังในครั้งนี้จะมีผลต่อการป้องกันชายแดนไทยหรือไม่ ต้องดูว่ากัมพูชานำมาไว้ที่ไหน ตอนนี้ทางการข่าวรับทราบว่ามีการนำเข้ามาที่ท่าเรือของกัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาที่ชายแดน และขณะนี้เรามี Joint Statement ในเรื่องของการนำยุทธโธปกรณ์ และกำลังพลเข้ามาพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ การส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นดีลเก่าระหว่างจีนและกัมพูชา แต่เราไม่ได้ประมาท เรารู้ว่าเป็นดีลเดิมในการฝึกร่วมกัน ที่มีการรับปากกันว่าจะมีการนำยุทโธปกรณ์บางส่วน ซึ่งก็คือรถถัง T59D

@@@……เมื่อถามว่าไทยจะมีการโต้แย้งหรือหารือจีนในประเด็นนี้หรือไม่ เพราะตามสัญญาจะมีการส่งมอบรถถังถึง 93 คัน พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ต้องดูว่ากัมพูชานำมาแล้ว เอามาไว้ในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ และทางจีนก็ยังบอกว่าจะมีการส่งมอบเรือให้กับกัมพูชาด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มา อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตนน่าจะได้เดินทางไปพบกับจีนในโอกาสที่รับหน้าที่ใหม่ ซึ่งจะต้องพบทุกประเทศที่เป็นพันธมิตรกับไทย สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปฝรั่งเศส และเวียดนาม รวมถึงรัสเซีย ที่จะเดินทางไปอีกรอบหนึ่ง

@@@……ต่อข้อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าทำไมกัมพูชาถึงมีอาวุธหนักเข้ามาตอนนี้จำนวนมาก พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ตอนที่มีการสู้รบกัน หากเราสังเกตดูหลังจากสู้รบกับไทยจบ เรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบในพื้นที่ เราทราบกันอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่กัมพูชาพยายามจะสร้างกระแสความรักชาติ ให้เกิดขึ้นในประเทศหรือการหาเสียงของเขาภายในประเทศ เราห้ามเขาพูด เขาทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้ามีผลคุกคามกับไทยในทางนโยบาย ซึ่งเราจะสังเกตว่านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ได้เดินสายในลักษณะการทูตเชิงรุกกับทุกประเทศ ตั้งแต่ฝรั่งเศส เวียดนาม และขณะนี้กำลังเดินทางไปญี่ปุ่น และรัสเซีย มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เคยเกิดแบบนี้มาก่อน เป็นงานการทูตเชิงรุกที่ทำควบคู่กับงานด้านความมั่นคง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ตนก็มีหน้าที่ของเรื่องนโยบาย “ในเรื่องของความพร้อม ขอให้เชื่อว่า กองทัพ กองกำลัง และหน่วยในพื้นที่ มีความพร้อม ส่วนการยั่วยุมันมีอยู่แล้ว กัมพูชาต้องการให้เราทำตามในสิ่งที่ต้องการ แต่เราก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ เดิมในการพูดคุยตาม Joint Statement ต้องยืนยันตามนี้ กัมพูชาอยากให้มีการพูดคุยในวง JBC และ GBC แต่หากกัมพูชาไม่ทำตาม Joint Statement เรายืนยันว่า ขอให้มั่นใจในศักยภาพกองทัพ ในตัวรัฐบาล และทุกหน่วย” พล.ท.อดุลย์ กล่าว 

@@@……กองทัพเรือ…..พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่สื่อโซเชียลนำเสนอการรายงานข่าวของสื่อกัมพูชาที่เกี่ยวกับเรือขนส่งสินค้าจากประเทศไทยที่เดินทางถึงท่าเรือจังหวัดพระสีหนุ จนอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ามีการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังกัมพูชาภายใต้มาตรการควบคุมในปัจจุบันนั้น กองทัพเรือได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าภาพและข้อมูลดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากการตรวจสอบพบว่า เรือดังกล่าวเป็นเรือขนส่งน้ำตาลทราย ซึ่งออกเดินทางจากท่าเรือในจังหวัดชลบุรี โดยมีการสำแดงเอกสารปลายทางว่าเป็นการส่งออกไปยังประเทศที่สาม แต่ภายหลังตรวจพบว่ามีการลักลอบนำสินค้าเข้าสู่ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่กองทัพเรือได้ติดตามและเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่อง

@@@……โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ภายหลังรัฐบาลได้ประกาศกำหนดพื้นที่ชายแดนและน่านน้ำในเขตควบคุม รวมทั้งกระทรวงกลาโหมได้ออกประกาศกำหนดชนิดหรือประเภทสินค้าควบคุมในเขตควบคุม เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 กองทัพเรือได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและสกัดกั้นการลำเลียงสินค้าควบคุมทุกช่องทาง ทั้งทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะสินค้าที่อาจถูกนำไปสนับสนุนการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ และกิจกรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ สินค้าควบคุมตามประกาศกระทรวงกลาโหม ครอบคลุม 5 ประเภทหลัก ได้แก่ เชื้อเพลิงทุกประเภท เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ด้านพลังงาน อุปกรณ์สื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อากาศยานไร้คนขับและระบบต่อต้านโดรน สารเคมีและสารตั้งต้นที่อาจนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย รวมถึงอุปกรณ์ทางทหารและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวมกว่า 50 รายการ

@@@……กองทัพเรือ ขอยืนยันว่า ปัจจุบันได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบเรือสินค้าและการขนส่งทางทะเลอย่างเข้มงวด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและประกาศกระทรวงกลาโหม โดยไม่มีการผ่อนปรนหรือยกเว้นให้กับการขนส่งสินค้าควบคุมไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด และจะดำเนินการสกัดกั้นการลักลอบส่งออกสินค้าต้องห้ามอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ รักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและพื้นที่ทางทะเลของไทย ตลอดจนสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง

@@@……กองทัพอากาศ….พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย” โดยมี หม่อมราชวงศ์ นริศรา จักรพงษ์ พระทายาท พร้อมด้วย คุณอภิษฎา คันธา นายกสมาคมคู่สมรสทหารอากาศ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าหน่วย ขึ้นตรงกองทัพอากาศ ข้าราชการ และกำลังพลกองทัพอากาศ เข้าร่วมพิธี ณ พระอนุสาวรีย์ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ กองบัญชาการกองทัพอากาศ โอกาสนี้ กองทัพอากาศได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน ณ ห้องรับรองจักรพงษ์ กองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อถวายเป็นพระกุศล เนื่องในวันคล้ายวันทิวงคตของ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ ซึ่งตรงกับวันที่ 13 มิถุนายน ของทุกปี

@@@……จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ทรงเป็นพระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงประสูติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2425 ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเชษฐาธิราชในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและพระจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยความเสียสละ พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานกิจการด้านการบินของประเทศไทยอย่างมั่นคง จนพัฒนากลายเป็นกองทัพอากาศไทยในปัจจุบัน โดยมีพระดำรัสสำคัญว่า “กำลังในอากาศ เป็นโล่อันแท้จริงอย่างเดียว ที่จะกันมิให้การสงครามมาถึงท่ามกลางประเทศของเราได้ ทั้งเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งในการคมนาคมเวลาปรกติ”

@@@……พระองค์เสด็จทิวงคตเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2463 ระหว่างการเสด็จประพาสประเทศสิงคโปร์ สิริพระชนมายุได้ 37 พรรษา 3 เดือน 10 วัน เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและพระคุณูปการอันใหญ่หลวงที่ทรงมีต่อกองทัพอากาศและประเทศชาติ กองทัพอากาศจึงได้ยกย่องพระเกียรติคุณไว้ว่า “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย” พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 13 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันพระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย” โดยมีการจัดพิธีรำลึกและบำเพ็ญกุศลเป็นประจำทุกปีอย่างสมพระเกียรติ

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img