”พริษฐ์” จี้รัฐบาลแจงปมร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 หดเหลือเพียง 10,000 ล้านบาท ซัดเข้าข่าย “พูดร้อยทำสิบ” จนต้องกู้เงินเพิ่มภาระหนี้สินให้ประเทศ พร้อมเตรียมล็อกเป้าอภิปรายงบปี 2570 สัปดาห์หน้า เล็งถล่มโครงการ Thai AI เฟส 2
วันที่ 23 มิ.ย.2569 เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้แถลงถึงภาพรวมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ ว่า วันพุธจะเป็นการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับ รวมถึง “Lemon Law” หรือร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกรณีซื้อสินค้าชำรุดบกพร่อง ซึ่งเป็นร่างที่ภาคประชาชนเข้าชื่อเสนอประกบกับร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และพรรคประชาชน ส่วนวาระในวันพฤหัสบดี จะเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งขณะนี้ฝ่ายค้านยังไม่เห็นรายละเอียดไส้ใน เนื่องจากต้องรอข้อสรุปจากการประชุม ครม. ในวันนี้ ทราบเพียงยอดรวมที่จะมีการโอนงบประมาณทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท
นายพริษฐ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขงบโอนที่เหลือเพียงหมื่นล้านบาท เป็นสิ่งตอกย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้เข้าข่าย “พูดร้อยทำสิบ” เพราะหากย้อนไปตอนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อต้นเดือนเมษายน รัฐบาลเคยประกาศว่าจะประหยัดงบส่วนที่ไม่จำเป็นของปี 2569 เพื่อโอนมาช่วยเหลือประชาชนรับมือวิกฤตพลังงาน โดยประเมินตัวเลขไว้สูงถึง 80,000 ล้านบาท ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงมาเหลือ 50,000 ล้านบาท ในปลายเดือนเมษายน เหลือ 20,000 ล้านบาท ในเดือนพฤษภาคม จนกระทั่งเหลือเพียง 10,000 ล้านบาทในปัจจุบัน
”การที่รัฐบาลไม่สามารถประหยัดงบประมาณส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อโยกย้ายมาได้ตามที่เคยหาเสียงไว้ ทำให้สุดท้ายต้องไปใช้วิธีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระหนี้สินให้กับประเทศและลูกหลานในอนาคตโดยไม่จำเป็น” นายพริษฐ์ กล่าว
นอกจากนี้ ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการ Skill Credit Portfolio ซึ่งมีมูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท (อยู่ในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 5,400 ล้านบาท และกระทรวงศึกษาธิการ 1,600 ล้านบาท) ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนช่วงต้นปี 2568 ว่ามีความไม่โปร่งใสและส่อล็อกสเปก เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย คล้ายกับกรณีโครงการ TSI Passport
นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้ทางกระทรวง อว. จะมีการสั่งเบรกเพื่อรื้อข้อกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ใหม่แล้ว แต่คำถามคือเหตุใดจึงไม่พับโครงการนี้ไปเลย เพื่อนำงบประมาณกลับคืนมาใส่ใน พ.ร.บ.โอนงบประมาณครั้งนี้ ขณะเดียวกันในฝั่งของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ควรสั่งเบรกโครงการนี้ด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะเชื่อมโยงกันแล้ว ยังมีความซ้ำซ้อนกับแพลตฟอร์มระบบคลังสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลระดับประเทศ (NDLP) ที่รัฐเคยลงทุนสร้างไปแล้วหลักพันล้านบาท
สำหรับการตั้งกระทู้สดในวันพฤหัสบดีนี้ พรรคประชาชนเตรียมตั้งคำถามจี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีการโยกย้ายข้าราชการที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเคยพยายามถามไปแล้วในสัปดาห์ก่อนแต่ไม่มีรัฐมนตรีมาตอบ จึงหวังว่ารอบนี้ทีมรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยจะเข้ามาแสดงความรับผิดชอบและตอบคำถามในสภา
สำหรับสัปดาห์หน้า จะเข้าสู่วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 โดยวิปฝ่ายค้านได้วางกรอบเวลาอภิปรายไว้ 3 วัน (วันจันทร์-วันพุธ) ซึ่งพรรคฝ่ายค้านจะมุ่งเน้นตรวจสอบความคุ้มค่าของเงินภาษีประชาชน และเตรียมเจาะลึกโครงการที่มีข้อพิรุธด้านความโปร่งใส โดยเฉพาะโครงการ Thai AI Passport เฟส 2 ที่ถูกบรรจุเข้ามาในงบปี 2570 นี้อย่างแน่นอน




















