ยังอุบเปิดเชิงลึกสาวถึง ’ต้นตอ‘ ของเรื่อง หวั่น ‘คนผิด’ ไหวตัวทัน ขอเวลาทำข้อมูลให้ชัวร์ ป้องวินิจฉัยผิดพลาด ยันทุกฝ่ายเข้มตั้งใจทำงาน
วันที่ 1 ก.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ภายหลังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการครบ7วันว่า การสรุปข้อมูลจากการสอบสวนข้อเท็จจริงจะครบกำหนดภายในช่วงวันที่2-3ก.ค.นี้ ก่อนจะรายงานผลต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อไป สิ่งที่คณะกรรมการฯตรวจสอบ เราเห็นพฤติการณ์อยู่แล้ว ดังนั้นการสรุปข้อเท็จจริงจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการภายใน1-2วันนี้ สำหรับภาพรวมทั้งหมดว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่มีเยอะพอสมควร เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ แต่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย จะโฟกัสเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระทรวงมหาดไทย
“ขณะนี้มีหลายคนบอกว่าวันก่อนก็ไปเจอแล้ว จับแล้ว จนตอนนี้เงียบแล้ว ยังหาคนผิดไม่ได้ จริงๆไม่ใช่แบบนั้น เราทำงานบนข้อเท็จจริงที่มีกระจัดกระจาย มีคนเกี่ยวข้องเยอะมาก อยากขอเวลาให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯได้ทำงาน เพราะสิ่งที่แย่กว่าการทำงานช้า คือการวินิจฉัยผิด ถ้าเกิดคณะกรรมการฯไม่ชัดเจนในข้อมูล หรือไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน วินิจฉัยออกมาแล้วมีความผิดพลาด มันยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แต่ขอให้สบายใจขั้นตอนการตรวจสอบ เพราะทุกหน่วยงานมีความตั้งใจทำเรื่องนี้อยู่แล้ว” รมช.มหาดไทย กล่าว
เมื่อถามว่าพอจะสามารถบอกข้อมูลที่สาวไปถึงต้นตอของเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ต้นตอขณะนี้ยังไม่บอก ไม่ใช่ว่าจะไม่บอก แต่ขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯสรุปข้อมูลให้แล้วเสร็จก่อน หากเปิดเผยข้อมูลเชิงรายละเอียดเยอะเกินไป มันส่งผลต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะขณะนี้ข้อมูลกระจัดกระจาย ถ้านำออกมาเปิดเผยเลย ก็อาจชี้ช่องให้เขาตั้งตัว หรือสามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่าในกระบวนการตรวจสอบจะมีการพิจารณาเรื่องคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมาหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เชื่อว่าทางป.ป.ช. และตำรวจ ก็ทำงานอยู่ ซึ่งคลิปเสียงมีมาก่อนหน้านี้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ทางป.ป.ช.ไปแล้วด้วย ทั้งนี้ ในการแถลงสรุปข้อเท็จจริงจะแถลงเฉพาะส่วนของทางกระทรวงมหาดไทยก่อน ไม่ได้แถลงร่วมกับหน่วยงานอื่นเพราะกรอบเวลา และอำนาจหน้าที่ของแต่ละทีมตรวจสอบแตกต่างกัน




















