เร่งสางทุจริตสอบบรรจุข้าราชการ“สถ.” หวั่น“ตัดตอน”-สาวไม่ถึง“ตัวการใหญ่”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

จนถึงช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่มีข่าวออกมาว่า กระทรวงมหาดไทย มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จำนวน 5 คนที่ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย สรุปออกมาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นตามคำแถลงของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่นำคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยแถลงไปเมื่อ 2 ก.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ชื่ออย่างเป็นทางการของ 5 คนข้าราชการ สถ.ก็ยังไม่มีการระบุออกมาผ่านสื่อ ว่ามีชื่อใครบ้าง เป็นข้าราชการระดับไหน จะถึงระดับซี 10 หรือไม่ หรือเต็มที่แค่ระดับรองอธิบดี-ผอ.สำนักต่าง ๆ ใน สถ.

อย่างไรก็ตาม “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุไว้ชัดเจน เมื่อช่วงหัวค่ำวันศุกร์ที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังนายกรัฐมนตรีเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความคืบหน้าผลสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า “จะมีการตั้ง คณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการของมหาดไทย 5 คน แต่จะถึงขั้นเป็นกรรมการสอบวินัยร้ายแรงได้ ต้องเป็นเรื่องที่กระทบสาธารณะเป็นส่วนใหญ่ ทำให้กระทรวงเสียชื่อเสียง กลุ่มงานวินัยของกระทรวงมหาดไทยกำลังเสนอขึ้นมาอยู่ ขณะนี้ได้ตัวประธานฯแล้ว การตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง จะมีการเซ็นคำสั่งไม่เกิน 1-2 วัน ส่วนเรื่องจะให้คนที่มีชื่อถูกตั้งกรรมการสอบออกจากราชการไว้ก่อน กำลังพิจารณาอยู่ เพราะคนเหล่านี้อยู่ในกระบวนการที่ต้องรับผิดชอบ หลังมีการทุจริตเกิดขึ้น และขยายไปสู่วงกว้างที่ประชาชนรับไม่ได้ แต่ว่าเส้นเงิน หรือการกล่าวพาดพิงถึงยังอยู่ในเส้นทางการตรวจสอบ ยังไม่ได้มีการตรวจสอบเชิงลึกว่าเขาทุจริตในจุดไหน เช่น มีการรับเงินตรงไหน เรื่องนี้เริ่มต้นมานานแล้ว มีส่วนเกี่ยวข้องกับอธิบดีสถ.ในอดีต มาจนถึงปัจจุบันก็ 4 คน”

และเมื่อสื่อถามว่า มหาดไทยจะดำเนินคดีอาญาข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 คนหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า “แน่นอน”

คาดว่าคงไม่เกินช่วง 7 ก.ค.นี้ กระบวนการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการ สถ.5 คน คงมีการประกาศออกมา รวมถึงรายชื่อทั้ง 5 คน ส่วนจะถึงขั้นให้ออกจากราชการไว้ก่อน แบบเดียวกับ “รุ่งเรือง ธิมาบุตร” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่ถูกกรมการปกครอง มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกดำเนินคดี ข้อหาเรียกรับสินบนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือไม่ ตรงนี้…ต้องรอดูว่า ทั้ง 5 ชื่อ จะมีชะตากรรมแบบเดียวกับ “รุ่งเรือง” หรือไม่?

เพราะทั้ง 5 คน ที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นใคร??? และเป็นข้าราชการระดับไหน ต้องไม่ลืมว่า มีความแตกต่างกับ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต”

เนื่องจากกรณีของ “รุ่งเรือง” ตำรวจมีการเข้าควบคุมตัวดำเนินคดีและมีการแจ้งข้อหา จนสุดท้ายศาลให้ประกันตัว และตำรวจมีการนำหมายค้นเข้าไปค้นหากพยานหลักฐานในคดีที่บ้านพักที่ภูเก็ตด้วย ทำให้ “รุ่งเรือง” มีสภาพเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา แต่กรณีของข้าราชการ สถ. 5 คน เป็นเพียงแค่ผลการสอบสวนเบื้องต้นของ ก.มหาดไทย ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ที่เป็นกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้นของระบบราชการ ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีอาญาใด ๆ ตรงนี้จึงยังมีความแตกต่างกันอยู่ แต่ทั้งหมดก็ต้องรอดูความชัดเจนจากกระทรวงมหาดไทย ที่เชื่อว่าสัปดาห์หน้า คงมีความคืบหน้าออกมา

ประเมินแล้ว “อนุทิน มท.1” กับ “อรรษิษฐ์ ปลัด มท.” ก็ต้องใช้ไม้แข็งมากเท่าที่สุด เท่าที่ทำได้ ในการสอบสวน-ตรวจสอบและเอาผิดกับข้าราชการของมหาดไทย-สถ. เพื่อแสดงให้เห็นว่า มหาดไทย ยุค “สิงห์หนูอนุทิน” เอาจริงกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แบบปิดชื่อถือพฤติกรรม ตามที่ “อนุทิน” มักกล่าวอ้างมาตลอด เพื่อแสดงให้เห็นว่า “ใหญ่แค่ไหน เด็กใคร ก็ฟาดหมด หากหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง”

เพราะหากไม่เด็ดขาด “อนุทิน-สิงห์หนู” ก็เสียหาย กับการเป็นนายกฯควบรมว.มหาดไทย เพราะใครต่อใครก็รู้ว่า กระบวนการไต่สวน-สอบสวนของ “สำนักงานป.ป.ช.” ที่ถือเป็นหน่วยงานหลักในการสอบสวน-ไต่สวนคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น ใช้เวลานานพอสมควร เบื้องต้นในชั้นไต่สวน เร็วสุดก็ 4-6 เดือน แล้วกว่าจะไต่สวน เรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ จนที่ประชุมใหญ่ป.ป.ช.มีมติออกมาก็กินเวลาเป็นปี ซึ่งถือว่าเร็วสุดแล้ว

ส่วนการสอบสวนของตำรวจ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แม้จะทำได้เร็วกว่าของสำนักงานป.ป.ช. แต่สุดท้าย ก็ต้องส่งสำนวนหลักฐานไปที่ป.ป.ช. ที่ก็ต้องใช้เวลาสักระยะ

แต่ทว่าความอื้อฉาว ฉาวโฉ่ของกระบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น คนไทยทั้งประเทศกำลังจับตาอยู่ว่า “มหาดไทยยุคสิงห์หนู-อนุทิน” จะสอบสวนขยายผลเอาผิดข้าราชการคลองหลอด-สถ. ไปได้ถึงแค่ไหน หรือสุดท้ายจะลูบหน้าปะจมูก สอยเอาผิดแต่พวกปลาซิวปลาสร้อย ส่วนหากโยงถึงเครือข่าย “สิงห์น้ำเงิน-มหาดไทย” ก็ปล่อยให้รอด ช่วยเหลือกัน

ตรงนี้ “อนุทิน” ก็รู้ดีว่า สังคมและข้าราชการมหาดไทย-นักปกครองทั่วประเทศ จับตาดูเขาอยู่ ดังนั้น “อนุทิน” จึงรู้ดีว่า การสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นต้องรวดเร็ว เด็ดขาด และเบื้องต้นหากโยงถึงใคร ต้องจัดการให้หมด เพราะหากต่อมาพบว่า มีการโยงถึงเครือข่ายสิงห์น้ำเงิน แล้วโดนเลือกปฏิบัติ มีการปล่อยผี ไม่ต้องสอบสวนเอาผิด ถ้าเกิดแบบนี้ขึ้นมา “สิงห์หนู-อนุทิน” ก็จะเสียหาย ในการบริหาร-ปกครองดูแลมหาดไทย

จึงไม่แปลกที่ หลังกลับจากฝรั่งเศสแค่ไม่กี่ชั่วโมง “อนุทิน” ในฐานะ “มท.1” พอได้คุยกับ “ปลัดมหาดไทย” และได้เอกสารผลสอบของมหาดไทย ก็เปิดทำเนียบรัฐบาล แถลงผลสอบอย่างเป็นทางการทันที ไม่มีการรอให้ข้ามวันข้ามคืน

การสอบสวนขยายผลข้าราชการของสถ.ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มองได้ว่า “อนุทิน” ต้องเล่นบทเฮี้ยบ-เด็ดขาดรวดเร็วไว้ก่อน เพื่อเลี้ยงกระแส ทำให้คนเห็นว่า “ใหญ่แค่ไหน ก็ไม่เว้น”

ดังนั้น สัปดาห์นี้ คอยดูกันว่า การสอบสวนเอาผิดข้าราชการมหาดไทย-สถ.ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้ รวมถึงการขยายผลในส่วนอื่น ๆ ในคดีเดียวกัน ทั้งของสำนักงาน ป.ป.ช.และบก.ปปป. จะกระชากหน้ากากเครือข่ายทุจริตสอบข้าราชการครั้งใหญ่ไปถึง “ตัวการใหญ่” ได้หรือไม่ หรือจะ “ถูกตัดตอน” เพื่อไม่ให้สาวถึง “ตัวการใหญ่” อย่างที่มีคนวิจารณ์กันขรม

……………………………………..

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img