รัฐบาลเดินหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าไฟ พร้อมขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี โดยเปิดให้ยื่นสมัครผ่านระบบออนไลน์แล้วทั่วประเทศ หวังผลักดันประชาชนก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาด และร่วมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านอยู่อาศัยติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดภาระค่าไฟ และจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ เป็นการเปิดทางให้ประชาชนก้าวจาก ผู้ใช้ไฟฟ้า สู่ผู้ร่วมผลิตพลังงานสะอาดของประเทศ พร้อมมีส่วนช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว ขณะนี้ประชาชนสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว โดยผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สมัครผ่านระบบ My Energy ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ https://myenergy.mea.or.th ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าในจังหวัดอื่น สมัครผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ https://ppim.pea.co.th/app/v1/project/solar/detail/6a3df059ee9f0e286c0a1766
น.ส.รัชดา กล่าวว่า โครงการจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี โดยสามารถเสนอขายไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ โดยภายในระบบสมัครมีรายละเอียดคุณสมบัติผู้สมัคร เอกสารที่ต้องใช้ และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการอย่างครบถ้วน ซึ่งการเข้าร่วมโครงการมีขั้นตอนที่ชัดเจน ได้แก่ ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ ตรวจสอบคุณสมบัติ ประกาศผล ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และตรวจสอบระบบก่อนเริ่มจ่ายไฟเข้าระบบ เพื่อให้การเชื่อมต่อเป็นไปตามมาตรฐาน และมีความปลอดภัย
น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บูรณาการการให้บริการแบบ One Stop Service ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน พร้อมผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเกิดขึ้นในทุกภาคส่วน โดยเริ่มจากครัวเรือน “โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าไฟของประชาชน แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกครัวเรือนมีส่วนร่วมผลิตพลังงานสะอาด สร้างรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกิน และร่วมกันสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้กับประเทศ” น.ส.รัชดา กล่าว




















