ถึงเวลา…“ทักษิณ”กู้ภาพ“เพื่อไทย” ลุ้น“พลิกขั้ว”ฮั้ว“พรรคส้ม”ล้ม“ภท.”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ใครที่คิดว่า “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้มากบารมีเหนือพรรคเพื่อไทย (พท.) จะวางมือทางการเมือง คงต้องคิดใหม่ เพราะความเคลื่อนไหวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าน่าสนใจ และเป็นประเด็นที่ถูกตีความได้หลายแง่มุม

หลังปรากฏภาพการทำกิจกรรมที่ต่างประเทศ และไม่บ่อยหนักที่ได้เห็นภาพ อดีตนายกฯ 3 คน ของ “ตระกูลชินวัตร” คือ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” จะมีภารกิจร่วมกัน เพราะยังมีบุคคลหนึ่งในนั้น มีปัญหาเรื่องคดีความติดค้างอยู่ โดย “ปราโบโว ซูเบียนโต” ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เปิดบ้านพักส่วนตัวในกรุงจาการ์ตาต้อนรับ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” ก่อนหารือประเด็นยุทธศาสตร์โลกและภูมิภาค แลกเปลี่ยนมุมมองการลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ขณะที่ “เทดดี อินทรา วิจายา” เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) อินโดนีเซีย โพสต์ภาพและข้อความผ่านบัญชีอินสตาแกรม @sekretariat.kabinet เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 ว่า “หลังจากส่งนายกฯ นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ที่สนามบินนานาชาติยอกยาการ์ตาแล้ว นายปราโบโว สุเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้ให้การต้อนรับการเยือนของนายทักษิณ อดีตนายกฯไทยระหว่างปี 2544-2549 และครอบครัว ณ บ้านพักส่วนตัวของประธานาธิบดีในเขตเกรทเนการา เมื่อเย็นวันพุธที่ 8 ก.ค.69 นอกจากนี้ยังมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯระหว่าง พ.ศ.2554-2557 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรีของนายทักษิณ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกฯระหว่างปี 2567-2568 ร่วมอยู่ในการพบปะครั้งนี้ด้วย”

“การพบปะที่อบอุ่นและเป็นกันเองนี้ เป็นการเสริมสร้างมิตรภาพ อันยาวนานของทั้งสองท่าน ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ประธานาธิบดีและนายทักษิณได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลกและพลวัตในภูมิภาคต่างๆ” ข้อความในอินสตาแกรมของ “นาเทดดี” ระบุ

แม้เป็นการโพสต์ภาพจากเลขาธิการ ครม.อินโดนีเซีย แต่ใครก็คงอดคิดไม่ได้ว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นช่วงเดียวกับที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และรมว.มหาดไทย เดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซีย

ซึ่งก่อนหน้านั้น “ทักษิณ” ก็เดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซียมาแล้ว นอกจากนี้ในห้วงเวลาไล่เลี่ยกันว่า เฟซบุ๊กเพจ Anutin Charnvirakul ได้แชร์ข่าวจากเพจ พรรคเพื่อไทย FC ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง “ลือสะพัด อดีตนายกทักษิณ ช่วยรองนายกสุริยะ ปิดดีลปัญหากุ้งกับมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว ก่อนนายกฯอนุทินจะเดินทางไป CEOTALK #การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน”... ก่อนที่เวลาต่อมาจะลบไป พร้อมโพสต์ชี้แจงว่า “ขออภัยครับ เผลอกดแชร์ ไม่ได้ตั้งใจ ขอบคุณน้องผู้สื่อข่าวที่โทรแจ้ง”

ทั้งนี้ “อนุทิน” ให้ความเห็นถึงการเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ” ว่า “ท่านมีอิสระที่จะไปไหนได้อยู่แล้ว ทำไมผู้สื่อข่าวสงสัยเรื่องอะไร” เมื่อสื่อถามว่า มองการเดินทางไปทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย มีนัยอะไรหรือไม่ “อนุทิน” ตอบว่า “ที่เคยคุยกับท่านมาในอดีต ท่านบอกเป็นเพื่อนสนิทกับผู้นำ ถ้าจำได้ สมัยท่านกลับมาเมืองไทยใหม่ ๆ ก่อนที่นายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จะรับตำแหน่ง ก็บินมาเยี่ยมท่านที่กรุงเทพฯ”

“วันนี้ท่านจะไปพบปะใครที่ไหน ท่านเป็นผู้นำประเทศมาในอดีตท่านก็สามารถไปพบใครก็ได้ ท่านไปในเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล” นายกฯ อนุทิน ระบุ

เมื่อถามว่า แต่ปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถือเป็นการรวมตัวอดีตนายกฯ ของตระกูลชินวัตรทั้ง 3 คนมีนัยอะไรหรือไม่ “อนุทิน” กล่าวว่า “คนหนึ่งเป็นน้องสาวท่าน อีกคนเป็นลูกสาวท่าน เป็นเรื่องภายในครอบครัว” เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มองในมุมการเมืองใช่หรือไม่ “อนุทิน” ตอบว่า “ไม่ได้มองครับ ทั้ง 3 ท่านก็ไปด้วยความเป็นมิตรกัน ของผู้นำทุกประเทศที่ท่านไป”

ด้าน “สุทิน คลังแสง” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีอดีตนายกฯ 3 คนของตระกูลชินวัตร เดินทางไปพบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และมีกระแสข่าวจะไปอีกหลายประเทศ มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ว่า “บังเอิญก่อนนายทักษิณจะเดินทางไปต่างประเทศ 2-3 วัน ได้นั่งทานข้าวกับนายทักษิณ และน.ส.แพทองธาร รวมถึงนักการเมืองพรรคเพื่อไทยหลายคน ในฐานะที่ นายทักษิณ เป็นผู้ใหญ่ที่เคยร่วมงานกันมา คุยสารทุกข์สุกดิบ ไม่ได้นัดพบกัน เพื่อประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใด”

“สุทิน” บอกด้วยว่า “นายทักษิณได้บอกให้ทุกคนฟังว่า จะมีคิวเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนเก่า ที่เคยทำงานด้วยกันในหลายประเทศ ซึ่งการไปดังกล่าว ท่านก็บอกว่าไม่ได้ไปด้วยเหตุผลทางการเมือง หรือมีนัยทางการเมืองอะไร นอกจากไปเยี่ยมเพื่อนเก่าเท่านั้น หากมีอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศและเป็นประโยชน์กับการทำงานของรัฐบาล ท่านก็จะทำ ส่วนตัวจึงมองว่า ถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศและควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะนายทักษิณมีคอนเน็กชันอันดี กับผู้นำประเทศต่าง ๆ และมีประสบการณ์สูงในการบริหารประเทศ ไม่ควรจะปล่อยให้ความสามารถและมูลค่าเหล่านี้หายทิ้งไปเฉย ๆ แต่ควรเอากลับมาเป็นประโยชน์ให้กับประเทศ”

แม้ทั้ง “หัวหน้ารัฐบาล” และ “แกนนำพรรค พท.” จะบอกว่า ความเคลื่อนไหวของนายทักษิณไม่มีนัยทางการเมือง แต่เป็นช่วงเวลาที่ “อนุทิน” เดินทางไปเยือนมาเลเซีย และกำลังเผชิญมรสุมรุมเร้าในหลายเรื่อง ทั้ง “ปัญหาที่ดินเขากระโดง-คดีฮั้ว สว.-การใช้งบประมาณตามพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท-การทุจริตสอบเข้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”

อีกทั้งผลสำรวจของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ วันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค.2569 ซึ่งผลปรากฏว่า คะแนนนิยมของ “อนุทิน” ในฐานะนายกฯ และรมว.มหาดไทย รวมถึงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการสำรวจรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569 ครั้งนี้ เมื่อเทียบกับครั้งที่แล้วคือ ครั้งที่ 1/2569 นั้น “ลดลงมาก” โดยคะแนนนิยม “อนุทิน” ลดลง 7.72% (จาก 29.40% เหลือ 21.68%) ส่วนคะแนนนิยมของ “พรรค ภท.” ก็ลดลงเกือบ 10% (จาก 26.60% เหลือ 17.00%) โดยแม้คะแนนนิยมของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำฝ่ายค้านฯ และพรรคประชาชน (ปชน.) จะลดลงเช่นกันแต่ก็ลดลงงน้อยกว่า “อนุทิน” และพรรคภท.

ขณะที่ คะแนนนิยมของพรรค พท. เพิ่มขึ้นกว่าการสำรวจครั้งแรก เมื่อเดือนมี.ค.2569 ล่าสุดได้ร้อยละ 16.84 ขณะที่ครั้งแรกได้ ร้อยละ 12.04 แต่ผลคะแนนนิยมยังตามหลังพรรค ปชน.และพรรค ภท. ส่วนตัว “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท. และปัจจุบันเป็นรองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษาฯ มาเป็นนอันดับ 4 โดยไตรมาสที่ 2 นี้ ความนิยมขยับขึ้นมาร้อยละ 11.64% ขณะที่ไตรมาสแรก เดือนมี.ค.ได้ร้อยละ 8.08

อย่าลืมว่า ฐานเสียงของพรรค พท. และภท. มีความทับซ้อนกัน โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคกลาง หากคะแนนพรรคไหนเพิ่ม อีกพรรคก็ต้องลดลง หรือในอนาคตถ้าหากพรรค ภท.มีปัญหา เชื่อว่า พรรคแรกที่บรรดา “บ้านใหญ่” จะย้ายเข้าร่วมทำงานด้วย คงหนีไม่พ้น “พท.” เพราะรูปแบบในการทำงานคล้ายคลึงกัน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก หากมีการพูดคุยและมีข้อสรุปตรงกัน

เชื่อว่าลึก ๆ แล้ว “ผู้มากบารมีเหนือพรรค พท.” คงหวังกลับมาเป็นแกนนำรัฐบาลอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งครั้งหลังสุด ต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ จากที่เคยได้ 100 กว่าที่นั่ง เหลือเพียง 74 ที่นั่ง ซึ่งในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง “พท.” ต้องเปิดทางตัวเอง ไม่ผูกมัดทางการเมือง พร้อมจับมือทุกขั้ว เพื่อร่วมมือในการจัดตั้งรัฐบาล 

หลายคนมองออกว่า เหตุผลที่พรรคการเมืองที่เคยยิ่งใหญ่ ต้องประกาศพร้อมจับมือกับทุกฝ่าย เพราะสถานภาพของ “ทักษิณ” ในช่วงเลือกตั้ง ยังถูกจองจำ และ “แพทองธาร” ก็ยังมีคดีความค้างอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเรื่อง “คลิปเสียง” ที่สนทนากับ “อังเคิลฮุนเซน” ผู้มีอำนาจตัวจริงในประเทศกัมพูชา และนำมาสู่การทำให้รัฐบาล ภายใต้การนำของพรรค พท.ต้องล้มไป

นอกจากนี้ในช่วงที่รัฐบาล ภายใต้การนำของ “อนุทิน” กำลังเผชิญมรสุมรุมเร้า ยังมีการปล่อยข่าวอีกว่า มีการเตรียมคนชื่อย่อ “ศ”  เป็น นายกฯ สำรอง ไว้รองรับ หากหัวหน้าพรรค ภท. ไปไม่ไหว ต้องเผชิญวิบากกรรม โดยชื่อถูกจับตามองไปที่ “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” องคมนตรี ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และผ่านการทำงานอยู่ในองค์กรระดับโลก และบริษัทชั้นนำในประเทศไทย

การปรากฏข่าวดังกล่าว ทำให้ถูกตีความในหลายแง่มุม เพราะใครก็รู้ว่า “อนุทิน” มี “ผู้มากบารมี” ให้การสนับสนุน ดังนั้นการที่มีชื่อบุคคลในตำแหน่งสำคัญ ปรากฏเป็นข่าว ว่าอาจเข้าไปรับตำแหน่งนายกฯ ทำให้เกิดคำถามว่า…“หรือกลุ่มอนุรักษ์นิยมกำลังจะหาคนใหม่ มาทดแทนคนเดิม” หลังดูท่าจะไปไม่ไหว แต่ในที่สุด…ข่าวเรื่องนี้ก็จางหายไป แต่ก็ถือเป็นอีกข่าว ที่สร้างผลกระทบในด้านลบกับหัวหน้ารัฐบาล

ที่น่าสังเกตคือมีความเห็นจาก “วันชัย สอนศิริ” อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ระยะหลังออกมาเล่นบทปกป้อง “ทักษิณ” ทั้งที่เป็นสว.ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยระบุว่า “ในอนาคตถ้าหากรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินมีปัญหา อาจมีความเป็นไปได้ ที่พรรค พท.จะหันไปจับมือกับพรรค ปชน. เพื่อจัดตั้งรัฐบาล และดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) มาร่วมด้วย โดย ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค กธ. อาจไม่รับทางตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเปิดทางให้ประเทศมีทางออก และดึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้ามาเติมเสียง”

ถ้าย้อนไปไล่ดูจำนวน สส.ของพรรคการเมือง ที่จะเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล หากพรรค ภท. ต้องมีอันเป็นไป จะประกอบด้วย “พรรค ปชน. 120 เสียง-พรรค พท. 74 เสียง-พรรค กธ. 58 เสียง-พรรค ปชป. 21 เสียง” รวม 273 เสียง นั่นหมายความว่า “เกินครึ่ง” และตามธรรมชาติทางการเมือง หากมีกลุ่มการเมืองรวมเสียงข้างมากได้ บรรดาพรรคเล็ก ๆ ก็จะไหลเข้มาร่วมด้วย เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม “ใครถือครองอำนาจ ก็จะมีคนอยากเข้ามาร่วม และต้องการแชร์อำนาจ”

ขณะที่ยังมีอีกประเด็น ที่อาจนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้คือ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในสมัยการประชุมสภาหน้า ซึ่งเชื่อว่า เป้าหมายน่าจะอยู่ที่ “อนุทิน” ในฐานะนายกฯ และยังนั่งควบ “รมว.มหาดไทย” ซึ่งกำลังมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง “ทุจริตการสอบ” เข้าเป็นข้าราชการประจำกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) และยังมีเรื่อง สถ.ทำหนังสือไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อให้เสนอโครงการ ที่เปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) จะวินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท “ไม่ขัด รธน.” ทำให้พรรคฝ่ายค้านออกมาวิจารณ์ว่า เงินกู้ดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และในที่สุดกรม สถ. ได้ออกหนังสือเวียน “ด่วนที่สุด” ที่ มท 0810.6/ว 4199 ลงวันที่ 10 ก.ค.2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่อง “ยกเลิกการจัดทำข้อเสนอแผนงาน” หรือโครงการภายใต้พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พ.ศ.2569 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หนังสือดังกล่าวซึ่งลงนามโดย “บุญประสิทธิ์ นวลสาย” รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี สถ. เลยกลายเป็น “ใบเสร็จชั้นดี” ซึ่งที่ผ่านมาใครก็รู้ ฝ่ายค้านทั้ง “ปชน.-ปชป.” มีความเชี่ยวชาญ ในการตรวจสอบทั้งคู่

บางที…หากมีข้อมูลเด็ด มีหลักฐานถึงขั้นเรียกว่า “ใบเสร็จ” และส่งผลกระทบไปถึง “อนุทิน” หลังฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ  กระแสสังคมอาจกดดัน ไม่ให้พรรคร่วมรัฐบาล ยกมือไว้วางใจรัฐบาล

หรือบางที…ถ้า “พรรค ปชน.” มีเงื่อนไขดี ๆ อาจทำให้ “พรรค พท.” ตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญ เพราะการได้พิสูจน์การทำงานในฐานะแกนนำฝ่ายบริหาร อาจเป็นโอกาสสำคัญ เพื่อทำให้สังคมเห็นว่า นอกจากตรวจสอบเก่ง ยังทำงานเป็น เพราะถ้าไปรอช่วงเลือกตั้ง สถานการณ์การเมืองอาจเปลี่ยน “พรรค ภท.” อาจกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งก็ได้

การเมืองไทย…ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะ “พรรคส้ม” ก็เคยยกมือให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ การยอมเสียกระทรวงเกรดเอ เพื่อผลักดันให้ “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เปลี่ยนจาก “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” มาเป็น “นายกรัฐมนตรี” บางทีอาจเป็นเรื่องต้องเสี่ยง เพื่อทำให้ “ฝันเป็นจริง” ก็เป็นได้

…………………………..

คอลัมน์ : ล้วง-ลับ-ลึก

โดย…“แมวสีขาว”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img