“Forests-ป่าไม้” กับบทบาทด้านสภาพภูมิอากาศ และเศรษฐกิจชีวภาพ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

Forests : Climate Action & Bioeconomy

“….ยุทธศาสตร์ของไทย ได้เปลี่ยนจาก การปกป้องแบบธรรมดา ไปสู่รูปแบบ ป่าไม้เพื่อชีวิต แบบบูรณาการ ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพสีเขียว…”

ป่าไม้ Forests มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Vital for Climate Action โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งอ่างกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks ที่ดูดซับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก Absorb Global GHG Emissions ได้ถึง 30% ในขณะที่เศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืนบนพื้นฐานป่าไม้ Sustainable Forest-Based Bioeconomy จะเข้ามาแทนที่วัสดุที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นฐาน Replaces Fossil Fuel-Based Materials ด้วยผลิตภัณฑ์จากป่า และผลิตภัณฑ์ไม้หมุนเวียน Forest Products & Renewable Wood Products ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Mitigating Climate Change .. การบริหารจัดการป่าไม้ที่มีประสิทธิภาพ Effective Forest Management รวมถึงการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ที่กำลังเติบโต Carbon Sequestration in Growing Trees, การกักเก็บรักษาคาร์บอนระยะยาวในผลิตภัณฑ์ไม้ Long-Term Carbon Storage in Wood Products และการทดแทนวัสดุที่ใช้พลังงานสูง Substituting Energy-Intensive Materials คือ สิ่งจำเป็นสำหรับอนาคตเศรษฐกิจหมุนเวียน และคาร์บอนต่ำ Circular, Low-Carbon Economy Future ที่กำลังจะมาถึง ..

Restoration for People & Nature | Credit : WWF

แม้ว่า ป่าไม้ Forests จะถูกเรียกว่า “ปอดของโลก Lungs of the Earth” แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งมีชีวิตในทะเล ส่วนใหญ่ที่เป็นเป็นแพลงก์ตอนพืช Phytoplankton ผลิตออกซิเจน Oxygen : O2 ส่วนใหญ่ของโลก โดยประมาณ อยู่ที่ 50% ถึงมากกว่า 70% ในขณะที่พืชบนบก และป่าไม้ Terrestrial Plants & Forests รวมกัน มีส่วนร่วมในการผลิตออกซิเจนน้อยกว่ามาก ..

อย่างไรก็ตาม มิใช่เพียงป่าไม้ Forests จะมีความสำคัญต่อการกักเก็บคาร์บอน Sequestering Carbon และการรักษาสภาพความหลากหลายทางชีวภาพ Maintaining Biodiversity เท่านั้น แต่มีการประมาณการด้วยว่า ป่าไม้ และพืชบนบก Forests & Land Plants มีส่วนร่วมในการผลิตออกซิเจนทั้งหมดของโลก Earth’s Total Oxygen อยู่ที่ 28-30% ซึ่งแม้จะน้อยกว่า Phytoplankton ในทะเล แต่ก็ถือว่า ป่าไม้ Forests สามารถผลิตออกซิเจน Oxygen : O2 สู่ชั้นบรรยากาศได้ไม่น้อยเลยทีเดียว .. ทั้งนี้ ในประเด็นการผลิตออกซิเจนสุทธิ Net Oxygen Production นั้น แม้ว่า ป่าไม้ Forests จะผลิตออกซิเจนได้มาก A Lot of Oxygen : O2 แต่ก็บริโภคออกซิเจนจำนวนมาก Consume a Large Amount of Oxygen : O2 ผ่านการหายใจของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในป่า Respiration of Organisms Living within the Forests และกระบวนการย่อยสลายของสารอินทรีย์ Decomposition of Organic Matter มาพร้อมด้วย ส่งผลให้การมีส่วนร่วมสุทธิของป่าไม้ที่เจริญเติบโตเต็มที่ต่อออกซิเจนในบรรยากาศ Net Contribution of a Mature Forest to Atmospheric Oxygen : O2 นั้น ใกล้เคียงกับศูนย์สุทธิ Close to Zero ได้อย่างน่าประหลาดใจ ..

ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบัน ป่าไม้ Forests ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียง “แหล่งดูดซับคาร์บอน Carbon Sinks” เท่านั้นอีกต่อไป แต่เป็น “กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจชีวภาพระดับโลกที่กำลังพัฒนา Backbone of a Developing Global Bioeconomy” ไปพร้อมอีกด้วย .. ตั้งแต่ปี 2569 กลยุทธ์สำหรับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศบนพื้นฐานป่าไม้ Strategy for Forest-Based Climate Action ได้เปลี่ยนไปสู่ ​​”แนวทางแบบพอร์ตโฟลิโอ Portfolio Approach” ที่สร้างสมดุลระหว่างการกำจัดคาร์บอนในทันที Balances Immediate Carbon Removal กับความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในระยะยาวสำหรับชุมชนท้องถิ่น Long-Term Economic Resilience for Local Communities ด้วยโซลูชันข้อไขที่ใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐาน Nature – Based Solutions เข้ากับเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอน Carbon Capture Technology และการพัฒนาทักษะชุมชน Community Skills Development เพื่อให้มั่นใจว่า โลกจะได้รับผลลัพธ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่เร็วที่สุด ในขณะที่ชุมชนท้องถิ่นได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และยั่งยืน ..

เป็นที่ชัดเจนว่า ป่าไม้ Forests มีส่วนช่วยทางเศรษฐกิจอย่างมากทั่วโลก Significant Economic Contribution Worldwide ผ่านบริการระบบนิเวศที่จำเป็น Essential Ecosystem Services ได้แก่ การจัดหาน้ำสะอาด Provide Clean Water, ช่วยต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยการกักเก็บคาร์บอน Help Combat Climate Change by Storing Carbon, รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน Maintain Soil Fertility, สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Support Ecotourism และการจัดหาพลังงาน และวัตถุดิบ Provide Energy & Raw Materials .. นอกจากนี้ ระบบนิเวศป่าไม้ Forest Ecosystems ยังเป็นรากฐานของเศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืน Foundation for a Sustainable Bioeconomy โดยเศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy นั้น หมายถึง แบบจำลองทางเศรษฐกิจที่อิงกับทรัพยากรชีวภาพ Economic Model Based on Biological Resources และทรัพยากรหมุนเวียน Renewable Resources ซึ่งช่วยให้เกิดวัฏจักรของวัสดุที่ยั่งยืน Sustainable Material Cycles และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของระบบเศรษฐกิจ Reduces the Economic System’s Dependence on Fossil Fuels ..

สำหรับการมุ่งไปสู่เศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy เพื่อแทนที่เศรษฐกิจเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuel Economy รวมถึงการต่อสู้กับวิกฤติสภาพอากาศ Fight Against the Climate Crisis นั้น ยังคงมีความท้าทายอยู่อีกมาก .. ป่าไม้ Forests ได้แสดงบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในเศรษฐกิจชีวภาพ Special Role in the Bioeconomy ในฐานะอ่างกักเก็บคาร์บอน แหล่งไม้ แหล่งพลังงาน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ Carbon Sinks, Wood, Energy & Many Other Products รวมถึงบริการทางระบบนิเวศ Ecosystem Services .. อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์เกินควร Overexploitation และการตัดไม้ทำลายป่าขนาดใหญ่ Large-Scale Deforestation เพื่อสร้างพื้นที่เกษตรกรรมใหม่ Create New Agricultural Land กำลังคุกคามป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ในหลายประเทศ Threatening Healthy Forests in Many Countries ..

ความต้องการพลังงาน และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น Demand for Energy & Raw Materials จากห่วงโซ่อุปทานระดับโลก Global Supply Chains กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อการตัดไม้ทำลายป่า Increasing the Pressure for Deforestation .. กฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยผลิตภัณฑ์ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า European Union’s Regulation on Deforestation-Free Products : EUDR มีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่า วัตถุดิบบางชนิดที่นำเข้าสู่สหภาพยุโรป เช่น พลาสติกชีวภาพ Bioplastics, ไม้ Timber, กาแฟ Coffee, โกโก้ Cocoa และถั่วเหลือง Soy ไม่ได้มีส่วนทำให้เกิดการทำลายป่าในประเทศต้นกำเนิด ..

Main Components of the Forest Bioeconomy | Credit : ResearchGate

จนถึงวันนี้ พบว่า การเกษตรปลอดการตัดไม้ทำลายป่า Deforestation-Free Agriculture คือ ความท้าทายทางการเงิน Financial Challenges โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรรายย่อย Smallholders และผู้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานปลายน้ำ Actors in Downstream Supply Chains .. ในการค้นหากลไกทางการเงินที่เหมาะสม Appropriate Financing Mechanisms สำหรับการอนุรักษ์ป่าไม้ Forest Conservation นั้น ภาคเอกชน Private Sector กำลังเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะนักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ภาคเอกชน กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับโครงการอนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าไม้ Forest Conservation & Restoration Projects ของโครงการริเริ่มด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ International Climate Initiative : IKI มาพร้อมด้วยจากนี้ไป ..

ทั้งนี้ บทบาทของป่าไม้ในเศรษฐกิจชีวภาพ Role of the Forest in Bioeconomy ได้แก่ :-

การทดแทนวัสดุ Substituting Materials : ป่าไม้ และผลิตภัณฑ์จากไม้ Forests & Wood-Based Products คือ ทางเลือกที่ยั่งยืนแทนวัสดุที่ปล่อยคาร์บอนสูง Alternatives to Carbon-Intensive Materials เช่น เหล็กกล้า และซีเมนต์ในการก่อสร้าง Steel & Cement in Construction ..

พลังงานหมุนเวียน Renewable Energy : ไม้ Wood และของเหลือทิ้งจากป่า Forest Residues รวมถึงขยะการเกษตร Agricultural Waste คือ วัตถุดิบชีวมวล Biomass Raw Materials สำคัญที่มีศักยภาพสูงมาก สามารถใช้ผลิตพลังงานชีวภาพ Bioenergy Production ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตพลังงาน Replace Fossil Fuels for Energy Generation ได้อย่างยอดเยี่ยม .. ทั้งนี้ พลังงานชีวภาพ Bioenergy สามารถผลิตขึ้นได้ต่อเนื่องไม่หมดไป ซึ่งแตกต่างจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมทั้งการผลิตพลังงานชีวภาพ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้ง เช่น ฟางข้าว, แกลบ, ชานอ้อย, เหง้ามันสำปะหลัง และเศษไม้ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญเฉียบขาดในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสีเขียว Clean & Green Energy Transition ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ..

ประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่า Value Chain Efficiency : เศรษฐกิจชีวภาพที่อิงกับป่าไม้ Forest-Based Bioeconomy ใช้ไม้ Wood และผลิตภัณฑ์จากป่าที่ไม่ใช่ไม้ Non – Wood Forest Products : NWFPs เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน Sustainable, Circular Economy ..

อย่างไรก็ตาม ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ Key Considerations สำหรับป่าไม้ Forests และเศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy ประกอบไปด้วย :-

การมุ่งเน้นนโยบาย Policy Focus : การทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจชีวภาพ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Understanding the Connection Between the Bioeconomy & Climate Change มีความสำคัญต่อการพัฒนานโยบายภาครัฐของทุกชาติ ซึ่งงานวิจัยทั่วโลกกล่าวไว้อย่างชัดเจน ..

การจัดการทรัพยากร Resource Management : การบริหารจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน Sustainable Forest Management ซึ่งรวมถึงแนวปฏิบัติ เช่น การปลูกต้นไม้ใหม่ Replanting Trees และการฟื้นฟูป่าไม้ Forest Restoration คือ สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ..

กลยุทธ์ระยะยาว Long-Term Strategy : ภาคป่าไม้ Forest Sector ดังที่ได้สำรวจเกี่ยวกับเศรษฐกิจชีวภาพป่าไม้ Forest Bioeconomy มีส่วนช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืน Sustainable Future โดยการสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ..

ในภาพรวมนั้น ป่าไม้ Forests คือ หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจชีวภาพในอนาคต Central to the Future Bioeconomy โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งวัตถุดิบหมุนเวียนที่ยั่งยืน Renewable, Sustainable Source of Raw Materials ซึ่งใช้ทดแทนผลิตภัณฑ์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล Replace Fossil-Based Products ได้ทุกประเภท ในขณะเดียวกันก็ให้บริการระบบนิเวศที่จำเป็น Providing Essential Ecosystem Services .. ป่าไม้ Forests ได้รับการคาดหวังว่าจะสามารถขับเคลื่อน “การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ Transition to a Circular, Nature-Positive Economy” โดยการจัดหาชีวมวลสำหรับวัสดุขั้นสูง Supplying Biomass for Advanced Materials, พลังงาน Energy และการก่อสร้าง Construction ดังนั้น พวกมัน จึงมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Playing a Key Role in Climate Change Mitigation .. อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเศรษฐกิจชีวภาพป่าไม้ Expansion of the Forest Bioeconomy ต้องมีรากฐานมาจากการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน Sustainable Forest Management เช่น การปลูกป่าทดแทน Reforestation และการสร้างป่าใหม่ Afforestation อย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity และสุขภาพของระบบนิเวศ Ecosystem Health จะได้รับการรักษาปกป้องไว้ แทนที่จะถูกทำลาย นั่นเอง ..

ตัวอย่างกิจกรรมการปลูกป่าทดแทน และการสร้างป่าใหม่ทั่วโลก Reforestation & Afforestation Activities Worldwide Examples ..

เมื่อเจาะลึกไปถึงโลกแห่งการสร้างป่าไม้ หรือการปลูกป่า Afforestation และการฟื้นฟูป่าไม้ Reforestation ก็จะพบบทบาทอันเป็นเอกลักษณ์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Environmental Conservation และการกักเก็บคาร์บอน Carbon Sequestration ..

การฟื้นฟูป่า และการปลูกป่า Reforestation & Afforestation คือ กลยุทธ์สำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Critical Climate Mitigation Strategies โดยเกี่ยวข้องกับการปลูกต้นไม้ Planting Trees เพื่อเพิ่มการกักเก็บคาร์บอน Increase Carbon Sequestration .. การฟื้นฟูป่าไม้ Reforestation หมายถึง การปลูกป่าในพื้นที่ที่ถูกทำลาย หรือเสื่อมโทรมไปเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศดั้งเดิม Restoring Original Ecosystems ขณะที่การปลูกป่า Afforestation หมายถึง การสร้างป่าใหม่ในพื้นที่ที่ไม่เคยมีป่ามาก่อน Creates New Forests on Land that has not Historically Held Forests มักเป็นการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรม หรือพื้นที่แห้งแล้งให้เป็นป่า ซึ่งทั้ง 2 ประการ มีความสำคัญต่อการลดภาวะโลกร้อน Reducing Global Warming, ความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity, การฟื้นฟูถิ่นที่อยู่ Habitat Restoration และการอนุรักษ์ดิน Soil Conservation ..

นับตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา การปลูกป่าทดแทน Reforestation หรือการฟื้นฟูป่าที่สูญเสียไป Restoring Lost Forests และการสร้างป่าใหม่ Afforestation ได้เปลี่ยนจาก “การปลูกต้นไม้แบบธรรมดา Simple Tree-Planting Exercises” ไปสู่โครงการ “การฟื้นฟูภูมิทัศน์ Forest Landscape Restoration” ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง High Technologies และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล Data – Driven โดยเน้นไปที่ความยั่งยืน Durability และการทำให้มั่นใจว่า ต้นไม้จะอยู่รอดได้ในระยะยาว Ensuring Trees Survive Long-Term ผ่านการเป็นเจ้าของโดยชุมชน Community Ownership และการตรวจสอบด้วยปัญญาประดิษฐ์ Artificial intelligence : AI-Backed Monitoring สรุปเป็นตัวอย่างในประเด็นสำคัญได้ดังนี้ :-

1. โครงการฟื้นฟูภูมิทัศน์เรือธงระดับโลกขนาดใหญ่ Large-Scale Landscape Restoration Global Flagships ปี 2568-2569 : ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศของสหประชาชาติ UN Decade on Ecosystem Restoration ได้ระบุ “โครงการเรือธงการฟื้นฟูระดับโลก Landscape Restoration Projects” หลายโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ ตัวอย่างเช่น :-

โครงการ “กำแพงเขียวขนาดใหญ่ The Great Green Wall” ใน ซาเฮล แอฟริกา Sahel, Africa : ณ ต้นปี 2569 โครงการริเริ่มนี้ ได้สร้างงานกว่า 335,000 ตำแหน่ง กำลังเปลี่ยนจาก “กำแพงต้นไม้ Wall of Trees” ไปสู่ “การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน Sustainable Land-Use Practices ใน 11 ประเทศ” เพื่อต่อสู้กับการกลายสภาพเป็นทะเลทราย Combat Desertification .. ทั้งนี้ โครงการกำแพงต้นไม้ยักษ์ Giant Tree Wall Project นี้ ถือเป็นหนึ่งในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายหลักในการต่อสู้กับการขยายตัวของทะเลทรายซาฮารา Combating the Expansion of the Sahara Desert ในทวีปแอฟริกา และการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Fighting Climate Change โดยการฟื้นฟูพื้นที่ 100 ล้านเฮคเตอร์ที่กำลังเสื่อมสภาพให้กลายเป็นป่าไม้สีเขียว ด้วยกำแพงยักษ์ต้นไม้ที่ยาวกว่า 8,000 กิโลเมตร และกว้าง 15 กิโลเมตร เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 กว่า 250 ล้านตัน ภายในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนายั่งยืน ..

ช่องแคบโมซัมบิกตอนเหนือ The Northern Mozambique Channel : ความพยายามร่วมกันข้ามพรมแดนของของ 4 ชาติ ได้แก่ ประเทศคอโมโรส Comoros, มาดากัสการ์ Madagascar, โมซัมบิก Mozambique และแทนซาเนีย Tanzania โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าทั้ง “สีเขียว Green” เป็นป่าไม้บนบก Terrestrial Forests และ “สีน้ำเงิน Blue” ที่เป็นป่าชายเลน Mangrove Forests เพื่อป้องกันพายุไซโคลนเขตร้อน Protect against Tropical Cyclones ..

การฟื้นฟูป่าอุลจิน Regenerating the Uljin Forest ในเกาหลีใต้ South Korea : หลังเหตุการณ์ไฟป่า Wildfires ครั้งใหญ่ ในปี 2565 เกาหลีใต้ South Korea กำลังเป็นผู้นำโครงการ “การฟื้นฟูป่าจากไฟไหม้ Revitalizing Forests from Fire” ขนาดใหญ่ โดยใช้เป็นกรณีศึกษาทั่วโลกสำหรับการฟื้นฟูระบบนิเวศหลังภัยพิบัติ Post-Disaster Ecological Recovery .. ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ ใช้แนวทางยั่งยืน ปลูกต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ดักจับคาร์บอน และสร้างป่าชุมชนภายใต้กลยุทธ์การบริหารจัดการป่าไม้ที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายระดับชาติในการลดคาร์บอนให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2593 ..

2. ตัวอย่างนวัตกรรมระดับภูมิภาค Innovative Regional Examples : นวัตกรรมปลูกป่าระดับภูมิภาคที่โดดเด่น มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกัน เช่น การใช้โดรน และหุ่นยนต์ AI ปลูกต้นไม้รวดเร็ว, ระบบวิเคราะห์ป่าด้วยอากาศยานไร้คนขับ, การใช้เชื้อราไมคอร์ไรซาเร่งการเติบโต, และวนเกษตร ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวทาง เพื่อสร้างความยั่งยืน ตัวอย่างเช่น :-

โครงการฟื้นฟูป่าชายเลน Mangrove Regeneration Project ในรัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย Tamil Nadu, India : กิจกรรม และเป้าหมาย ในปี 2569 ได้แก่ การแสวงร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นในการปลูกต้นกล้าป่าชายเลนตามแนวชายฝั่งที่ทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกันชีวภาพ Bioshields” จากสึนามิ Tsunamis และคลื่นพายุซัดฝั่ง Storm Surges ..

โครงการฟื้นฟูโดยใช้ไม้ไผ่ Bamboo-Based Restoration Project ในประเทศเวียดนาม และเอธิโอเปีย Vietnam & Ethiopia : กิจกรรม และเป้าหมาย ในปี 2569 ได้แก่ การใช้ไม้ไผ่ Bamboo เป็น “พืชบุกเบิก Pioneer Species” เนื่องจากเติบโตเร็วกว่าไม้แปรรูป ทำให้เกษตรกร Farmers มีรายได้ทันทีพร้อมทั้งฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรม Restoring Degraded Soil ไปพร้อมด้วย ..

โครงการฟื้นฟูธรรมชาติโดยเกษตรกร Farmer-Managed Natural Regeneration : FMNR Project ในประเทศแคเมอรูน Cameroon : กิจกรรม และเป้าหมาย ในปี 2569 นั้น โดยแทนที่จะปลูกเมล็ดพันธุ์ใหม่ เกษตรกรจะได้รับการฝึกอบรมให้ปกป้อง และจัดการ “ป่าใต้ดิน Underground Forest” และระบบรากที่มีอยู่ Existing Root Systems ซึ่งมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่ามาก .. ทั้งนี้ ในประเทศแคเมรูน “ป่าใต้ดิน Underground Forest” โดยทั่วไปหมายถึง โครงการฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological & Restorative Initiatives ที่สำคัญ 2 โครงการที่แตกต่างกัน ได้แก่ โครงการฟื้นระบบนิเวศ Ecosystem Restoration Project ที่เกี่ยวข้องกับระบบรากที่ซ่อนอยู่ และเครือข่ายไมคอร์ไรซา The Hidden Root Systems & Mycorrhizal Networks ซึ่งมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูป่า Crucial for Forest Regeneration และ “ป่าพ็อกเก็ต Pocket Forests” ที่มนุษย์ปลูกขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำ Restore Water Sources ..

โครงการปลูกป่าเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำ Hydrological Afforestation Project ในยุโรป Europe : กิจกรรม และเป้าหมาย ในปี 2569 ได้แก่ การฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกที่ถูกทิ้งร้างโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักร Machine Learning เพื่อระบุจุดเฉพาะ Identify Specific Spots ที่การปลูกต้นไม้สามารถลดปริมาณน้ำท่วมจากแม่น้ำ Reduce River Flooding ได้มากถึง 43% ในขณะเดียวกันก็รักษาน้ำใต้ดิน Preserving Groundwater ไว้ได้เป็นอย่างดี หรือการฟื้นฟูแหล่งน้ำ Water Source Restoration ไปพร้อมด้วย เป็นต้น ..

Participants of the Forest Landscape Restoration Africa initiative Workshop in Dar Es Salaam, Tanzania | Credit : WWF

3. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี Technological Breakthroughs ในปี 2569 : การปลูกต้นไม้แบบดั้งเดิมด้วยมือ Traditional Manual Planting กำลังถูกเสริมด้วย “เทคโนโลยีต้นไม้ Tree Tech” เพื่อเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล หรืออันตราย ตัวอย่างเช่น :-

การหว่านเมล็ดด้วยโดรน Drone-Assisted Seeding : บริษัทสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะในฝรั่งเศส France และอเมริกาเหนือ North America ซึ่งรวมถึงอีกหลายประเทศในเอเชีย Asia เช่น ในประเทศไทย Thailand กำลังใช้โดรนอัตโนมัติ Autonomous Drones ในการกระจาย “ลูกบอลเมล็ดพันธุ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ Biodegradable Seedballs” โดรนหนึ่งลำ สามารถเทียบเท่ากับผลผลิตของคนปลูกด้วยมือ 10 คน โดยกระจายเมล็ดได้ 20,000 เมล็ดต่อเฮกตาร์ในพื้นที่ภูเขา หรือพื้นที่หลังไฟไหม้ ..

การเฝ้าตรวจ การรายงาน และการตรวจสอบแบบดิจิทัล และบล็อกเชน Digital Monitoring, Reporting & Verification: MRV & Blockchain : เพื่อป้องกัน “การนับซ้ำ Double-Counting” ในตลาดคาร์บอน Carbon Markets .. โครงการมากมาย ในปี 2569 กำลังใช้เซ็นเซอร์ที่เชื่อมโยงกับบล็อกเชนมากขึ้น Increasingly Using Blockchain-Linked Sensors .. “เซ็นเซอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ Biodegradable Sensors” เหล่านี้จะตรวจสอบความชื้น และอุณหภูมิของดิน ส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ตามเวลาจริงไปยังนักลงทุนเพื่อพิสูจน์ว่า ต้นไม้กำลังเติบโตได้จริง ..

ปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence : AI เพื่อความยั่งยืนของน้ำ Water Sustainability : นักวิทยาศาสตร์กำลังใช้ปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence : AI เพื่อให้แน่ใจว่า การปลูกป่า Afforestation จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำโดยไม่ตั้งใจ .. ในปี 2569 มาตรฐาน คือ พื้นที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ 40-80% นั้น คือ จุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างสมดุลระหว่างการกักเก็บคาร์บอน Balancing Carbon Storage กับการกักเก็บน้ำ Water Retention มาพร้อมด้วย เป็นต้น ..

4. การเปลี่ยนแปลงด้าน “ผลลัพธ์ทางสังคม Social Outcome” : แนวโน้มสำคัญในปี 2569 ที่เน้นโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ International Union for Conservation of Nature : IUCN ในฐานะเครือข่ายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนสมาชิกจากภาครัฐ และภาคประชาสังคม มากกว่า 1,400 องค์กรนั้น คือ การมุ่งสู่การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง Inclusive Governance ตัวอย่างเช่น :-

การฟื้นฟูป่าที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง People-Centric Forest Restoration : โครงการต่าง ๆ จะไม่ถือว่าประสบความสำเร็จจาก “จำนวนต้นไม้ที่ปลูก Trees planted” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป .. ตัวชี้วัดใหม่ ๆ รวมถึงผลประโยชน์ร่วมทางสังคม เช่น อัตราการจ้างงานในท้องถิ่น Local Employment Rates, ความมั่นคงทางอาหาร Food Security และการรับรองสิทธิในที่ดินของชนพื้นเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย Legal Recognition of Indigenous Land Rights คือ ประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงจากนี้ไป ..

ความเป็นเจ้าของ Ownership : หลักฐานแสดงให้เห็นว่า เมื่อชุมชนท้องถิ่นรู้สึกถึง “ความเป็นเจ้าของป่า Forest Ownership” ก็จะพบว่า อัตราการอยู่รอดของต้นไม้จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับการกำหนดบังคับโดยภาครัฐจากบนลงล่าง ..

ข้อสรุปสำคัญ Key Takeaway สำหรับปี 2569 : ตลาดโลก กำลังเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว Monoculture ไปสู่การฟื้นฟูระบบนิเวศหลายชนิดพันธุ์ Multi-Species Restorations ที่เลียนแบบความหลากหลายทางชีวภาพตามธรรมชาติ Natural Biodiversity เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่ามีความยืดหยุ่นต่อ “ไฟป่าขนาดใหญ่ Megafires” และคลื่นความร้อน Heatwaves ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษนี้มากกว่า ..

ความร่วมมือระดับโลกเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และพื้นที่ที่ถูกทำลายให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ที่เรียกว่า ความท้าทายแห่งบอนน์ Bonn Challenge ซึ่งริเริ่มโดยรัฐบาลเยอรมนี Germany ร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ International Union for Conservation of Nature : IUCN มีเป้าหมายหลักคือ การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมจำนวน 150 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 937.5 ล้านไร่ ในปี 2563 และขยายเป้าหมายเป็น 350 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 2,187.5 ล้านไร่ ภายในปี 2573 คือ ตัวอย่างความสำเร็จของโครงการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าทั่วโลก Global Reforestation & Afforestation Initiatives ที่กำลังขยายตัว ..

การฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้ Forest Landscape Restoration | Credit : Recoftc

ในภาพรวมนั้น การปลูกป่าทดแทน Reforestation หรือการฟื้นฟูป่าที่สูญเสียไป Restoring Lost Forests และการปลูกป่าใหม่ Afforestation คือ กลยุทธ์ระดับโลกที่สำคัญ Critical Global Strategies ในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Mitigate Climate Change โดย 51 จาก 55 ประเทศ ได้ผนวกรวมการดำเนินการเหล่านี้ไว้ในพันธกรณีของข้อตกลงปารีส Paris Agreement Commitments .. ความพยายามเหล่านี้ เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติที่สำคัญ Major Nature-Based Solution ซึ่งหมายถึง การทำวนเกษตร Agroforestry, เกษตรทฤษฎีใหม่ New Theory of Agriculture, เกษตรสวนผสม Mixed farming, เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture และเกษตรกรรมยั่งยืน Sustainable Agriculture เป็นต้นนั้น คือ ทิศทางอนาคตการเกษตรที่เหมาะสม Appropriate Future Direction for Agriculture มิใช่การทำเกษตรเชิงเดี่ยว Monoculture Farming อีกต่อไป .. ทั้งนี้ เพื่อให้การกักเก็บคาร์บอน Sequester Carbon, ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ Restore Biodiversity และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ Provide Economic Benefits ด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy บนโลกใบนี้ ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals : SDGs ของสหประชาชาติ ภายในปี 2573 ได้สำเร็จในที่สุด ..

ป่าไม้ของไทย Thailand’s Forests กับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Action ..

ในปี 2569 ประเทศไทย Thailand วางตำแหน่งป่าไม้ของตน Positioning its Forests ให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ Critical Economic & Environmental Asset .. ยุทธศาสตร์ของไทย Thailand’s Strategy ได้เปลี่ยนจาก “การปกป้องแบบธรรมดา Simple Protection” ไปสู่รูปแบบ “ป่าไม้เพื่อชีวิต Forests for Life” แบบบูรณาการ ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพสีเขียว Bio-Circular-Green : BCG Economy ของประเทศ และเป้าหมายการอนุรักษ์ 30×30 Conservation Goals ซึ่งเป็นเป้าหมายระดับโลกที่ทะเยอทะยาน ภายใต้กรอบงานคุนหมิง มอนทรีออล Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework เพื่อให้ทั่วโลกช่วยกันปกป้อง และอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติ Protect & Conserve Natural Areas อย่างน้อย 30% ของพื้นที่บนบก และ 30% ของพื้นที่ทางทะเล และชายฝั่ง ให้สำเร็จภายในปี 2573 หรือ ปี ค.ศ.2030 สรุปเป็นภาพรวม และประเด็นสำคัญของไทยได้ดังนี้ :-

1. โครงการ “ป่าไม้เพื่อชีวิต Forests for Life” ในปี 2569 : ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คณะรัฐมนตรีไทย Thai Cabinet อนุมัติโครงการ “ป่าไม้เพื่อชีวิต Forests for Life” ซึ่งเป็นแผนงานระยะ 5 ปี ในช่วงปี 2569-2574 ที่นำโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช Department of National Parks, Wildlife & Plant Conservation : DNP ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลระดับกรม สังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม Ministry of Natural Resources and Environment : MNRE ร่วมกับภาคประชาชน ด้วยภารกิจหลักในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ป้องกันการบุกรุก และจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวมถึงพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์ยั่งยืน โดยมีรายละเอียดเป็นสังเขป ดังนี้ :-

พื้นที่เป้าหมาย Target Landscapes : ปัจจุบัน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือ DNP มุ่งเน้นที่พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง 4 แห่ง ได้แก่ :-

ภาคเหนือ Northern : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ Doi Inthanon National Park และพื้นที่อำเภออมก๋อย Omkoi จังหวัดเชียงใหม่ Chiang Mai ..

ภาคตะวันตก Western : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร Thung Yai Naresuan จังหวัดกาญจนบุรี Kanchanaburi ..

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Northeastern : พื้นที่เขตอุทยานประวัติศาสตร์กลุ่มปราสาทตาเมือน ซึ่งมีปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด รวมทั้งเป็นที่ตั้งของปราสาทตาควาย และปราสาทหนองคันนา ในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก Phanom Dong Rak จังหวัดศรีสะเกษ Si Sa Ket ..

เป้าหมายหลัก Core Goal : เสริมสร้าง “ภูมิทัศน์ป่าเขตร้อนที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ Intact Tropical Forest Landscape” พร้อมบูรณาการการมีส่วนร่วมของชุมชน Integrating Community Participation เพื่อลดการบุกรุก Reduce Encroachment และจัดการไฟป่า Manage Wildfires รวมถึงการลดมลพิษ Reducing PM 2.5 Pollution ..

วนเกษตรแห่งเขาฉกรรจ์ และสวนป่าเศรษฐกิจในพื้นที่ ส.ป.ก. | Credit : Recoftc

2. ความพร้อมของตลาด Market Maturity : ในปี 2569 การซื้อขายคาร์บอน Carbon Trading ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย Thailand Futures Exchange : TFEX ประสบความความสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับการจดทะเบียนคาร์บอนเครดิต Carbon Credits Registration เป็นสินค้าอ้างอิงอย่างเป็นทางการในตลาด ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของตลาดทุนไทยในการมุ่งสู่เป้าหมายศูนย์สุทธิ Net Zero Goals สรุปได้ดังนี้ :-

การบูรณาการทางการเงิน Financial Integration : ปัจจุบัน คาร์บอนเครดิต Carbon Credits ถูกจัดประเภทเป็น “ผลิตภัณฑ์อ้างอิงที่ส่งมอบได้ Deliverable Reference Products” ทำให้สามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ Exchange-Based Trading, การสืบค้นหาราคา Price Discovery และสามารถซื้อขายผ่านโครงสร้างสัญญาที่ซับซ้อน Sophisticated Contract Structures ได้อย่างไร้ปัญหา ..

พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Act : โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน Financial Infrastructure นี้ กำลังถูกสร้างขึ้นก่อนที่กฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่ของประเทศไทยจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนตลาดแบบสมัครใจในปัจจุบันไปสู่กรอบการทำงานที่มีการควบคุม และบังคับใช้มากขึ้น .. ทั้งนี้ กฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Act ฉบับใหม่ที่กำลังจะยกร่างขึ้นนั้น จะยกระดับจากระบบสมัครใจ Voluntary Market ไปสู่ระบบที่บังคับใช้ Mandatory Market มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งกลไกราคาคาร์บอน Carbon Pricing และระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Emission Trading Scheme : ETS โดยโครงสร้างทางการเงินใหม่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเหล่านี้ จะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2593 ..

3. เป้าหมายระดับชาติ National Targets บนวิสัยทัศน์ Vision ปี 2580 : ยุทธศาสตร์ป่าไม้ของไทย Thailand’s Forest Strategy มีพื้นฐานมาจากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จนถึงปี 2580 และเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย หรือ Nationally Determined Contributions : NDC 3.0 ที่ยื่นเสนอสำหรับช่วงปี  2574-2578 สรุปได้ดังนี้ :-

พื้นที่ป่า Forest Cover อยู่ที่ 55% : รัฐบาล ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่ป่า และพื้นที่สีเขียวทั้งหมดให้เป็น 55% ของพื้นที่ประเทศ ภายในปี 2580 ..

ความทะเยอทะยานของเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย หรือ Nationally Determined Contributions : NDC 3.0 Ambition : แตกต่างจากฉบับก่อนหน้านี้ โดย NDC 3.0 ฉบับใหม่ กำหนดเป้าหมายปี 2578 เพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกแบบสัมบูรณ์ทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ Absolute Reduction of Greenhouse Gas : GHG Emissions Throughout the Economic System โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อให้ “การผนวกรวมมาตรการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และป่าไม้ Integration of Land Use, Land-Use Change & Forestry : LULUCF Measures” เป็นเสาหลักสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ Net Emission Reduction ลงอย่างน้อย 47% เมื่อเทียบกับปี 2562 ..

4. ประเด็นความท้าทายที่สำคัญ Critical Challenges ของไทย ได้แก่ :-

ช่องว่างด้านเงินทุน The Funding Gap : แม้ว่า นโยบายจะเข้มแข็ง แต่ประเทศไทย Thailand ยังคงเผชิญกับช่องว่างในการลงทุนที่ “เป็นประโยชน์ต่อธรรมชาติ Nature-Positive” เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่ทะเยอทะยานของชาติ ในปี 2580 ..

ความเปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Vulnerability : ไฟป่า Wildfire คือ ภัยคุกคามร้ายแรง .. “ไฟป่าขนาดใหญ่ Megafires” ที่เพิ่มขึ้นในภาคเหนือในช่วงฤดูแล้ง คุกคามที่จะเปลี่ยนอ่างกักเก็บคาร์บอนในป่า Turn Forest Carbon Sinks ให้กลายเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอน Carbon Sources ทำให้การจัดการไฟป่า Wildfire Management กลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับที่ 1 สำหรับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ Forest-Based Climate Action ของไทย ในปี 2569 นี้ ..

อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้ ประเทศไทย Thailand กำลังขยาย “มาตรการอนุรักษ์พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพอื่นๆ Other Effective Area-Based Conservation Measures” เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 30×30 โดยการรวมป่าชุมชน Community Forests และที่ดินส่วนบุคคล Private Lands ไว้ในสมการมาพร้อมด้วย .. ขณะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Chiang Mai University ดำเนินโครงการ Digital MRV Projects เช่น “The Next Forest” ใช้โดรน และข้อมูลจากดาวเทียม Drones & Satellite Data เพื่อการตรวจสอบการกักเก็บคาร์บอนอย่างแม่นยำ Precise Carbon Sequestration Monitoring .. ทั้งนี้ เป้าหมายระดับชาติด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Eco-Tourism National Targets นั้น รัฐบาลไทย ใช้ช่วงเทศกาลสำคัญ During Major Holidays ให้การเข้าชมอุทยานแห่งชาติฟรี เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ป่า Promote Public Engagement with Forest Conservation ได้เป็นอย่างดี .. ณ ปี 2569 และจากนี้ไป กลยุทธ์ และแนวทางการฟื้นฟูป่าไม้ของไทย ได้เปลี่ยนจากโครงการ “ปลูกต้นไม้ที่นำโดยรัฐบาล Government-Led Tree Planting” มาเป็นรูปแบบ “ระบบนิเวศแบบมีส่วนร่วม Participatory Ecosystem” ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ภาคประชาชน, ชุมชน, ภาคเอกชน และภาครัฐบาล เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย Meaningful Participation ในการพัฒนา, ตัดสินใจ และสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาของไทยที่ยั่งยืนให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..

คาดการณ์ตลาดโลกสำหรับมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยใช้ป่าไม้เป็นฐาน Forest-Base Climate Action Global Market ..

ตลาดโลกสำหรับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ Global Market for Forest-Based Climate Action กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ Massive Transformation ในปี 2569 .. ขณะที่โลก กำลังมุ่งสู่เป้าหมายการลดการตัดไม้ทำลายป่า Deforestation Reversal Targets ในปี 2573 ซึ่งภาคส่วนนี้ กำลังวิวัฒนาการจากตลาด “ชดเชย Offset” เฉพาะกลุ่มไปสู่ “องค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจชีวภาพระดับโลก Core Component of the Global Bioeconomy” อันถือเป็นกลไกสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ..

ปัจจุบัน ตลาดสำหรับมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยใช้ป่าไม้เป็นฐาน Forest-Base Climate Action Market นี้ มุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนคาร์บอนเครดิตจากป่าไม้ และการใช้ที่ดินที่มีการเติบโตสูง High-Growth Forestry & Land Use Carbon Credit Sector และในบางกรณีครอบคลุมถึง ตลาดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการป่าไม้ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การตัดไม้ Timber Production เพื่อการค้าเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน Sustainable Forest Management ตลอดจนการจัดการองค์ประกอบ และประโยชน์อื่น ๆ ของป่าไม้ในเชิงลึก และเชิงกว้าง ทั้งด้านนิเวศวิทยา Ecological, เศรษฐกิจ Economic, สังคม Social และวัฒนธรรม Cultural Aspects เพื่อความยั่งยืน Sustainability ไปพร้อมด้วย ..

อ้างถึงข้อมูลการสำรวจตลาดของ Global Market Insights Inc. พบว่า ตลาดเครดิตคาร์บอนด้านป่าไม้ และการใช้ที่ดินทั่วโลก Global Forestry & Land Use Carbon Credit Market มีมูลค่าประมาณ 25.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 และคาดว่าจะสูงถึง 105.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2577 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate : CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับตลาดเครดิตคาร์บอนด้านป่าไม้ และการใช้ที่ดินทั่วโลก Global Forestry & Land Use Carbon Credit Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 15.7% ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2568-2577 .. อุตสาหกรรมนี้ ได้เห็นแนวโน้ม และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ Significant Trends & Shifts ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบทบาทของคาร์บอนเครดิต Role of Carbon Credits ในการกระตุ้นแนวทางการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน Sustainable Land Management Practices ..

Global Forestry & Land Use Carbon Credit Market | Credit : Global Market Insights

ทั้งนี้ ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ Voluntary Carbon Market : VCM สำหรับโครงการป่าไม้ และการใช้ที่ดิน Forestry & Land-Use Projects คือส่วนที่มีการเติบโตเร็วที่สุด .. รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นว่า เครดิตเหล่านี้ กำลังขยายตัวในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 45.3% เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เปลี่ยนความสนใจจากโครงการ “ป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า Avoided Deforestation” ไปสู่โครงการ “การกำจัดการทำลายป่าด้วยการปลูกป่า และการฟื้นฟูป่า Eliminating Deforestation through Reforestation & Afforestation Forest” ..

นอกจากนั้น ในประเด็นของบริการป่าไม้ในวงกว้าง Broader Forestry Services นั้น ซึ่งหมายถึง การบริหารจัดการป่าไม้ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การตัดไม้เพื่อการค้าเท่านั้น โดยคาดหมายได้ว่า ตลาดบริการด้านการเกษตร และป่าไม้ทั่วโลก Global Agriculture & Forestry Services Market จะมีมูลค่าแตะระดับ 404 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 6.9% ..

ปัจจุบัน ชัดเจนว่า อุตสาหกรรมคาร์บอนเครดิตด้านป่าไม้ และการใช้ที่ดิน The Forestry & Land Use Carbon Credit Industry กำลังเติบโตอย่างน่าประทับใจ เนื่องจากความต้องการบริการดักจับคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพ Growing Demand for Efficient Carbon Capture Services จากผู้ใช้งานหลายกลุ่ม Different End Users รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ Large Scale Industries และบริษัทผู้ผลิต และจัดจำหน่ายอื่น ๆ Other Manufacturing & Supply Companies .. สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมมากมาย .. การสำรวจระยะไกล Remote Sensing, โดรน Drones, ปัญญาประดิษฐ์ Artificial intelligence : AI, การเรียนรู้ของเครื่องจักร Machine Learning, บล็อกเชน Blockchain และภาพถ่ายดาวเทียม Satellite Imagery คือ ตัวอย่างของนวัตกรรมเหล่านี้ .. ปัญญาประดิษฐ์ Artificial intelligence : AI ช่วยในการวิเคราะห์ และพัฒนาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการตรวจสอบ และติดตามคาร์บอนเครดิต Carbon Credit Verification & Tracing .. เทคโนโลยีบล็อกเชน Blockchain Technology ช่วยสร้างโซลูชั่นที่โปร่งใสในการติดตามคาร์บอนเครดิต ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการจัดหา และการจัดซื้อ ดังนั้นจึงช่วยป้องกันการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยในการจัดสรรเงินทุนที่เหมาะสมสำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ..

นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในการปลูกป่า Reforestation, วนเกษตร หรือเกษตรป่าไม้ Agroforestry และการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน Sustainable Land Management Practices กำลังช่วยสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการปกป้องธรรมชาติ .. ตัวอย่างเช่น ในปี 2566 ที่ผ่านมา โครงการ One Tree Planted ได้ปลูกต้นไม้มากกว่า 51 ล้านต้น โดยให้การสนับสนุนองค์กรท้องถิ่นมากกว่า 90 แห่ง เพื่อฟื้นฟูป่าในทวีปแอฟริกา และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค ..

ในทำนองเดียวกัน ในเดือนสิงหาคม 2567 ที่หมู่เกาะเอาเตอร์เฮบริดีส Outer Hebrides โครงการฟาร์มกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดของชุมชนในสหราชอาณาจักร UK’s Largest Community Owned Windfarms ได้รับทุนเพื่อปลูกต้นไม้พื้นเมืองมากกว่าหนึ่งล้านต้น โครงการนี้ประสบความสำเร็จในการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 200,000 ต้นในพื้นที่ 245 แปลง ความคิดริเริ่มเช่นนี้ เชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นกับผู้ให้บริการคาร์บอนเครดิต ทำให้บริการคาร์บอนเครดิตเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับโครงการขนาดเล็ก ..

นอกจากนี้ โครงการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ Restoration of Wetlands, พื้นที่พรุ Peatlands และป่าชายเลน Mangrove Projects กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากมีศักยภาพในการดักจับคาร์บอน Capacity of Carbon Capturing .. ระบบนิเวศเหล่านี้ กักเก็บคาร์บอนได้นานขึ้น และสร้างคาร์บอนเครดิต Carbon Credits ได้มาก ซึ่งจะเพิ่มความต้องการบริการคาร์บอนเครดิตด้านป่าไม้ และการใช้ที่ดินต่อไป ตัวอย่างเช่น ในเดือนมีนาคม2568 หลังจากได้รับเงินบริจาคจากเอกชน มากกว่า 17.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มูลนิธิ Scottish Wildlife Trust ก็ได้เป็นเจ้าของที่ดิน Inverbroom Estate ประมาณ 7,618 เฮกตาร์ ใกล้กับเมือง Ullapool โครงการนี้ มุ่งเน้นการฟื้นฟูพื้นที่พรุ พัฒนาป่าฝนแอตแลนติกใหม่ และฟื้นฟูป่าริมแม่น้ำ Focuses on Restoring Peatland Develop New Atlantic Rainforest & Rejuvenate Riverside Woodlands ซึ่งโครงการริเริ่ม Initiatives ในการฟื้นฟูพื้นที่ที่มีความสำคัญทางนิเวศวิทยาเช่นนี้ ช่วยในการติดตามคาร์บอน และส่งผลดีต่อความต้องการคาร์บอนเครดิตด้านป่าไม้ และการใช้ที่ดิน และส่งผลให้ตลาดเติบขึ้นได้อย่างต่อเนื่องต่อไปในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ..

สรุปส่งท้าย ..

ปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า ป่าไม้ Forests มีบทบาทสำคัญยิ่งในการชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Slowing Climate Change ซึ่งโดยหลักแล้ว ได้แก่ การกักเก็บคาร์บอน Carbon Sequestration และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reduced Emissions ..

ป่าไม้ Forests ซึ่งประกอบขึ้นด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity รวมถึงต้นไม้ และพืชไม้เนื้อแข็ง Trees & Woody Plants เป็นต้นนั้น สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ Atmospheric Carbon Dioxide : CO2 ได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านการสังเคราะห์แสง Photosynthesis และกักเก็บไว้ในชีวมวลเหนือพื้นดิน Above-Ground Biomass โดยลำต้น Trunk, กิ่งก้าน Branches และชีวมวลใต้ดิน Below-Ground Biomass โดยราก Roots .. ยิ่งไปกว่านั้น รากที่ลึก Deep Roots และวัตถุอินทรีย์สารจากต้นไม้ Organic Matter from the Trees ช่วยเพิ่มปริมาณคาร์บอนอินทรีย์สารในดิน Soil Organic Carbon : SOC ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และระบบการปลูกพืช หรือเลี้ยงสัตว์แบบเดิม Compared to Monoculture Farming & Conventional Cropping or Grazing Systems ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากดินที่อุดมสมบูรณ์ Healthy Soil คือ แหล่งดูดซับ Absorbing Sources ในฐานะอ่างกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ของโลก Massive Global Carbon Sink ..

Densely Forested Area in the Cordillera Volcanica Central, Costa Rica | Credit : Green Earth Group

ทั้งนี้ ป่าไม้ทั่วโลก Global Forests ดูดซับได้ อยู่ที่ประมาณ 7.6 พันล้านเมตริกตันต่อปี ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากฝีมือมนุษย์ได้เกือบ 1 ใน 3 .. ดังนั้น การอนุรักษ์ และการปลูกป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ Conservation & Reforestation with Biodiversity จึงเป็นแนวทางธรรมชาติ Nature-Based Solutions ที่สำคัญที่สุดในการลดภาวะโลกร้อน Reducing Global Warming ..

นอกจาก ป่าไม้ Forests คือ หัวใจสำคัญของอนาคตเศรษฐกิจชีวภาพ Central to the Bioeconomy Future และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Vital for Climate Action ด้วยการทำหน้าที่เป็นแหล่งอ่างกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks ที่ดูดซับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก Absorb Global GHG Emissions ได้ถึง 30% แล้ว ป่าไม้ Forests ยังแสดงบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Critical to the Energy Transition มาพร้อมด้วย โดยพวกมัน คือ แหล่งพลังงานชีวภาพหมุนเวียน Source of Renewable Bioenergy ที่มีค่าสูงยิ่ง .. ป่าไม้ Forests ช่วยอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านด้วยการจัดหาวัสดุสำหรับพลังงานชีวภาพ Materials for Bioenergy เช่น เม็ดเชื้อเพลิง Pellets และใช้ทดแทนวัสดุที่ปล่อยคาร์บอนสูง Substituting Carbon-Intensive Materials เช่น เหล็กกล้า Steel และซีเมนต์ Cement .. อย่างไรก็ตาม การสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ป่าไม้เพื่อกักเก็บคาร์บอน Balancing Forest Conservation for Carbon Sequestration กับการใช้ชีวมวลจากป่าเพื่อผลิตพลังงาน Using Forest Biomass for Energy จำเป็นต้องมีการจัดการอย่างระมัดระวัง Careful Management เพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง รวมถึงการให้ภาคประชาสังคม และชุมชน มีส่วนร่วมไปพร้อมอีกด้วย ..

Forest Restoration / Restore a Tropical Forest Ecosystem | Credit : Forru-Cmu

ดังนั้น กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ Effective Strategies สำหรับป่าไม้ และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จึงได้แก่ การมุ่งเน้นไปที่การใช้ป่าไม้ในฐานะแหล่งดูดซับคาร์บอน Carbon Sinks ควบคู่ไปกับการเป็นแหล่งพลังงานชีวภาพหมุนเวียนอย่างยั่งยืน Sustainable Renewable Bioenergy Sources ด้วยการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และฟื้นฟูระบบนิเวศ Sustainable Forest Management & Ecosystem Restoration, การใช้พลังงานชีวภาพอย่างเป็นระบบ Systematic Use of Bioenergy, การพัฒนากลไกทางการเงิน และนโยบาย Development of Financial Mechanisms & Policies รวมทั้งการจัดการที่ดิน Land Management, กำหนดเขตใช้ประโยชน์ที่ดิน Land Use Zoning และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง Increasing Green Spaces in Cities ซึ่งการดำเนินงานเหล่านี้ ต้องมีความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ป่าไม้ การนำไม้มาใช้ประโยชน์เป็นพลังงาน การมีส่วนร่วมของผู้คน และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศเพื่อให้เกิดความยั่งยืน นั่นเอง ..

น่าเสียดายที่กิจกรรมของมนุษยชาติ Human Activity ในอดีตก่อนหน้านี้ และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 ของผู้คนที่เพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา กำลังทำลายความสมดุลอันละเอียดอ่อนระหว่างคาร์บอน และชั้นบรรยากาศของโลก Carbon & the Earth’s Atmosphere .. ดังนั้น การปกป้อง และฟื้นฟูแหล่งกักเก็บคาร์บอน Protecting & Restoring Our Most Indispensable Carbon Sinks เช่น ป่าไม้ Forests, ป่าชายเลน Mangrove Forests, ระบบนิเวศในทะเล และมหาสมุทร Marine Ecosystems เป็นต้นนั้น ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นยิ่งยวดที่ขาดไม่ได้มากที่สุดของมนุษยชาติ ซึ่งรวมถึงการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญอีกมากมายที่จะต้องการรักษาพวกมันไว้ให้ได้ เพื่ออนาคตของมนุษยชาติที่มั่นคงปลอดภัย และสามารถอยู่รอดบนโลกใบนี้ต่อไปได้อย่างยั่งยืนด้วยความมั่นใจจากนี้ไป ..

………………………………………

คอลัมน์ : Energy Key

By โลกสีฟ้า ..

สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-

Forest – Based Bioeconomy & Climate Change Mitigation | European Forest Institute :-

https://efi.int/sites/default/files/files/publication-bank/projects/Bio-economy%202.0_final_report.pdf

Forest Bioeconomy & Climate Change | Springer :-

https://link.springer.com/book/10.1007/978-3-030-99206-4

Forest Conservation & Bioeconomy for Climate, Biodiversity & Sustainable Livelihoods |  International Climate Initiative :-

https://www.international-climate-initiative.com/en/iki-media/news/forest-conservation-and-bioeconomy-for-climate-biodiversity-and-sustainable-livelihoods

Global Forestry & Land Use Carbon Credit Market | Global Market Insights Inc. :-

https://www.gminsights.com/industry-analysis/forestry-and-landuse-carbon-credit-market

Earth Overhaul 、Saving Planet Earth from Climate Change Documentary :-

https://photos.app.goo.gl/3qLWAqW541RdtBLp7

Bioeconomy : The Challenges of a Key Model for Sustainable Development :-

https://photos.app.goo.gl/suAwXRjf67snub1y9

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img