ไม่หนักใจ ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน! ‘โสภณ ซารัมย์’ แจงปมฝ่ายค้านยื่นฟ้อง ป.ป.ช. ตีตกคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ยันยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก ตั้ง กก.ทรงคุณวุฒิ สแกนรายละเอียดก่อนใช้ดุลพินิจ ลั่นไม่เอาชีวิตไปแขวนกับคำพูดใคร เผยภูมิใจไทยส่งมาเป็นประธานสภาฯ ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ใช่มานั่งรับใช้ใคร
วันที่ 22 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ5 หมื่นรายชื่อเพื่อยื่นต่อประธานศาลฎีกา ให้ตั้งคณะไต่สวนการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีตีตกคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ใช้นอมินีถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า ในอดีตเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้ใช้เวลาเพียงเดือน สองเดือน ซึ่งความคืบหน้าตามที่ตนได้แถลงไว้คือ ตนได้ตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมา 1 ชุด เมื่อคำสั่งเสร็จแล้ว คณะกรรมการจะประชุมเพื่อดูข้อกฎหมายของแต่ละองค์กร ทั้งศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. เพื่อนำมาประกอบการทำความเห็นเสนอมายังตน และอยู่ที่ดุลพินิจของตนในการในการตัดสินใจดำเนินการ ยืนยันว่าเรื่องนี้ ไม่ล่าช้า อยู่ที่ขั้นตอนของคณะกรรมการ
เมื่อถามว่า มีกระแสสังคมมองว่า อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นายโสภณ กล่าวว่า เราอย่าเอาชีวิตไปแขวนกับคำพูดของคนอื่น ต้องอยู่บนข้อเท็จจริง การบริหารราชการและฝ่ายนิติบัญญัติต้องอยู่บนเหตุผลและหลักกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องความชอบหรือไม่ชอบ หรือทำตามอารมณ์ที่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้อยากให้เป็น ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ป.ป.ช. ต่างก็มีหลักกฎหมายของตัวเอง พอมาถึงตนก็ต้องดูว่า จะใช้หลักอะไรในการทำงานต่อ ทุกฝ่ายมีเครื่องมือ ไม่ใช่ใช้อารมณ์
เมื่อถามถึงแรงกดดันจากกระแสสังคม นายโสภณ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องหนักใจหรือกดดัน เพราะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน การทำหน้าที่ประธานคือทำตามหลักกฎหมาย ประธานทุกคนมาจากพรรคการเมือง วันนี้พรรคภูมิใจไทยไว้วางใจให้ตนมาเป็นประธาน สิ่งที่ตนจะทำในฐานะสมาชิกพรรคที่ดี คือการเป็นประธานที่ดี จึงไม่เกี่ยวกัน อยู่ที่ว่าเราจะเป็นประธานที่ดีสมกับที่พรรคไว้วางใจหรือไม่ ไม่ใช่ทำตามใจพรรคใดพรรคหนึ่ง ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ใช่รับใช้ใคร เพราะเราเป็นประธานสภาฯ ของประเทศไทย.



















