วาระแห่งชาติ‘ประหยัดพลังงาน’ต้องมา!! ก่อนปท.ล่มเพราะติดกับดัก‘ราคาต้องถูก’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ราคาน้ำมัน” สวิงมากในช่วงนี้ จาก สงครามในตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ ล่าสุด…อิหร่านประกาศยกเลิก MOU ขณะที่กองกำลังพิทักษ์อิสลามของอิหร่าน (IRGC) สั่งระงับการเดินเรือทั้งหมดผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้เงื่อนไขว่า จะเปิดเส้นทางอีกครั้ง เมื่อสหรัฐฯยุติปฏิบัติการทางทหารเท่านั้น

ทำให้ยอดการขนส่งทางทะเลลดลง โดยรายงานจาก Platts พบว่า ในวันที่ 16 ก.ค.69 มีเรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 13 ลำ และบริษัท Caspian Pipeline Consortium ยังระงับสูบถ่ายน้ำมันส่งออกผ่านท่าเรือทะเลดำชั่วคราว เมื่อวันที่ 19 ก.ค.69 หลังจากเกิดเหตุโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ

ในการรายงานของ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบุว่า สถานการณ์ทวีความตึงเครียดหนักในบริเวณทะเลแดง (Red Sea) จากกรณีกลุ่มฮูตีในเยเมน ยกระดับมาตรการปิดล้อมทางทะเล โดยขู่ว่า จะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าที่เข้าจอดหรือใช้บริการท่าเรือในฝั่งทะเลแดง ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องเบี่ยงเส้นทาง และต้นทุนค่าขนส่งทางเรือพุ่งสูงขึ้นทันที สถานการณ์ที่กลับมาตึงเครียดนี้ แน่นอนว่า ส่งผลให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์เมื่อ 22 ก.ค.69 ดีดตัวสูงขึ้นรุนแรงทันทีอยู่ที่ 163.59 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งสูงขึ้นเป็น 124.92 ดอลลาร์ รวม ๆ เพิ่มขึ้น 2 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯ รับภาระชดเชยวันละ 651.31 ล้านบาท

เมื่อ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน (กบน.) จึงต้องปล่อยราคาน้ำมันทุกชนิดขึ้นบางส่วน 90 สตางค์ต่อลิตร มีผลวันที่ 23 ก.ค.69 ราคาน้ำมันที่สวิงทางขาขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้มีการปรับราคาหน้าปั๊มทันที กองทุนน้ำมันฯ จึงมียอดติดลบเพิ่มขึ้น ณ วันที่ 19 ก.ค.69 ติดลบไปกว่า 61,500 ล้านบาท และมีแนวโน้มติดลบเพิ่ม ตอนนี้สภาพคล่องเริ่มติดขัด โดยกองทุนน้ำมันฯ มีแผนจะเริ่มกู้เงินตามกรอบ 20,000 ล้านบาทภายในเดือนส.ค.69 ส่วนค่าการกลั่น (GRM) ของโรงกลั่นน้ำมัน คาดว่าในเดือนส.ค.ก็จะถูกบี้ให้เพิ่มส่วนลดอีก เพื่อกดให้ราคาน้ำมันไม่สูง จากปัจจุบันให้ส่วนลด 1.4 บาทต่อลิตร

ทุกฝ่ายทราบดีว่า “ราคาน้ำมันสวิงมาก” และ “เทรนด์” ยังไปทาง “ขาขึ้น” อีก การขับเคลื่อนใหญ่เรื่อง การประหยัดพลังงาน จึงควรกำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อการขับเคลื่อนอย่างเข้มแข็งแล้ว

มาตรการประหยัดพลังงานที่ ครม.ออกมาเมื่อ 11 มี.ค.69 ก็เบามาก ๆ เช่น ให้หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ เน้นทำงานที่บ้าน งดใส่สูท ผูกเนคไท ตั้งอุณหภูมิแอร์ 26-27 องศาเซลเซียส (ซึ่งทำไม่ได้จริง) ลดใช้ไฟฟ้า ลดใช้ลิฟท์ ลดใช้กระดาษ มติ ครม.ติ่งแบบบาง ๆ ช่วงท้ายไว้ว่า หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น กำหนดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันไม่เกิน 22:00 น. ปิดไฟป้ายโฆษณา ป้ายร้านค้า หรือโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่ 22:00 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการ คัดลอก (Copy) และวาง (Paste) มาตรการยุคดึกดำบรรพ์มา ทำให้เห็นว่าเจตนาก็แค่ให้มีมาตรการออกมาให้พอบอกชาวโลกได้ว่า มีมาตรการประหยัดพลังงาน แต่ไม่ได้ใส่ใจพอที่จะต้องการทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ซ้ำร้าย “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” และ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน ยังทำให้สัญญาณ “ราคาพลังงานของไทยต้องถูกตลอดไป” แรงขึ้นหลายเท่า จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นการเรียกร้องตลอดเวลา ให้รัฐลดราคาหน้าปั๊ม โดยไม่สนสถานการณ์โลก มากกว่าการช่วยกันปรับพฤติกรรมลดใช้พลังงาน  

เราอาจบอกว่า คำว่า “ประหยัดพลังงาน” มันดูไม่เหมาะกับช่วงเวลานี้ที่รัฐบาลต้องการ “กระตุ้นเศรษฐกิจ” แต่จะทำเวลาไหน! หากไม่ทำเวลานี้ หรือจะรอให้ “ประเทศล่มสลาย” เพราะติดกับดัก “ราคาพลังงาน” ต้องถูก…เสียก่อน

เป็นเรื่องปกติที่จะมีข้อเสนอแรงเมื่อวัน-สองวันมานี้จาก กรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้ยกเลิกการเก็บเงินจากน้ำมันทุกลิตรเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

ก็เมื่อแบออกมาใคร ๆ ต้องมีคำถามและติติง เมื่อกระทรวงพลังงานมีกลไก “กองทุนอนุรักษ์ฯ” แต่ไม่สามารถเป็น “ผู้นำ” ในการพาสังคมไทยไปสู่การอนุรักษ์พลังงานให้เป็นที่ประจักษ์ จากยอดเงินสะสม 17,000 ล้านบาท แม้จะหักโครงการที่ให้ทุนไปในปี 2569 แล้วยังมีเงินสะสมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งแต่ละปีกองทุนฯ จะมีรายได้จากการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันทุกชนิด 5 สตางค์ต่อลิตร เข้ากองทุนฯ ปีละ 1,700-2,000 ล้านบาท

“กระทรวงพลังงาน” ต้องถูกจวกเป็นนิจ งบประมาณแผ่นดินที่ถูกจัดสรรให้อาจไม่มาก แค่หลักพันล้านบาทต่อปีเมื่อเทียบกระทรวงอื่น แต่ “กระทรวงพลังงาน” มีเงินกองทุนฯ ต่าง ๆ และรัฐวิสาหกิจเป็นกลไกในการขับเคลื่อน แต่กลับไม่เป็นชิ้นเป็นอันเรื่องการประหยัดพลังงาน ไม่สามารถเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนสังคมในเรื่องนี้ได้  และเมื่อประเด็นบวก ๆ ไม่ทำให้หนัก ภาพบวกก็ไม่เด่นพอ ภาพลบจึงเด่นมากกว่า พลังงานจึงถูกมองเป็น “ผู้ร้าย” ที่ใคร ๆ ก็ต้องแซะและตอด…ร่ำไป

………………………………

คอลัมน์ : เข็มทิศพลังงาน

โดย…“ศรัญญา ทองทับ”

สนับสนุนคอลัมน์ โดย…บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img