กบง. เห็นชอบ นำผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่นลดราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันดีเซล 2.40 บาทต่อลิตรตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เพื่อบรรเทาภาระประชาชน
เมื่อวันที่ 23 ก.ค.69 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงานเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 8/2569 (ครั้งที่ 84) ทั้งนี้นายเอกนัฏฯ เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและต้นทุนการกลั่นในช่วงครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งพบว่ายังคงมีผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่เป็นระยะ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง
ที่ประชุม กบง. ได้ใช้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เคยให้ไว้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น โดยกำหนดสมมติฐานปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย (เบนซินและดีเซลหมุนเร็ว) ณ เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 91.03 ล้านลิตรต่อวัน สามารถประมาณการมูลค่าของผลประโยชน์ส่วนเกินที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1 – 15 กรกฎาคม 2569 ตามหลักการของ คตร. ได้ประมาณ 3,892 ล้านบาท นำมาช่วยเป็นส่วนลดของราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น สำหรับดีเซลหมุนเร็ว
ที่ประชุม กบง. จึงมีมติเห็นชอบให้ ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 ลง 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 พร้อมเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เรื่องการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น และมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
“การกำหนดส่วนลดดังกล่าวอยู่บนหลักการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นน้ำมันมาใช้บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดภาระของกองทุนน้ำมัน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ตลาดและไม่กระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้การส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างเป็นธรรม และยังคงรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ” นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย



















