Climate Change Adaptation: Strategies & Challenges
“…..ENACT มีเป้าหมายที่จะปกป้องประชากรกลุ่มเปราะบาง 1 พันล้านคน รักษาพื้นที่ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ 2.4 พันล้านเฮกตาร์….”
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation เกี่ยวข้องกับการปรับระบบธรรมชาติ Adjusting Natural หรือระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น Human Systems เพื่อลดอันตรายจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Minimize Harm from Climate Change Impacts เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น Sea – Level Rise, สภาพอากาศสุดขั้ว Extreme Weather และความไม่มั่นคงทางอาหาร Food Insecurity .. กลยุทธ์สำคัญ Key Strategies ได้แก่ การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ Nature – Based Solutions เช่น การฟื้นฟูป่าชายเลน Mangrove Restoration, โครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น Resilient Infrastructure, พืชทนแล้ง Drought – Resistant Crops และระบบเตือนภัยล่วงหน้า Early Warning Systems โดยความท้าทาย Challenges ได้แก่ ต้นทุนทางการเงินสูง High Financial Costs, ความกระจัดกระจายของนโยบาย Policy Fragmentation และความไม่แน่นอนในการพยากรณ์ Uncertainty in Forecasting เป็นต้น ..

ในขณะที่ การลดผลกระทบ Mitigation นั้น มุ่งเน้นไปที่ “เหตุผล Why” ของการลดก๊าซเรือนกระจก Reducing Greenhouse Gases หากแต่การปรับตัว Adaptation นั้น จะมุ่งเน้นไปที่ “วิธีการ How” ซึ่งหมายความว่า มนุษยชาติจะใช้ชีวิตอย่างไรในโลกที่สภาพภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ..
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change หมายถึง การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของอุณหภูมิ และรูปแบบสภาพอากาศ Long – Term Shifts in Temperatures & Weather Patterns .. การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมของดวงอาทิตย์ หรือการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่ .. แต่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2343 หรือ ปี ค.ศ.1800 เป็นต้นมา กิจกรรมของมนุษย์ Human Activities คือ ตัวขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Main Driver of Climate Change โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล Burning Fossil Fuels เช่น ถ่านหิน Coal, น้ำมัน Oil และก๊าซธรรมชาติ Natural Gas ..
การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล Burning Fossil Fuels ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Generates Greenhouse Gas: GHG Emissions ซึ่งทำหน้าที่เหมือนผ้าห่มที่ห่อหุ้มโลก ดักจับกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ และทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis, ภาวะโลกร้อน Global Warming, ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น Rising Sea Levels และสภาพอากาศสุดขั้ว Extreme Weather ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบนิเวศ Ecosystems และสุขภาพของมนุษย์ Human Health ไปทั่วโลก รวมถึงการสูญพันธุ์ขนานใหญ่ของสิ่งมีชีวิตอีกมากมาย Extinction of Many Other Species ที่กำลังใกล้จะมาถึง ..
ก๊าซเรือนกระจกหลัก Main Greenhouse Gases: GHGs ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 และมีเทน Methane: CH4 ซึ่งเกิดจากการใช้เชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเบนซินในการขับรถ Gasoline for Driving a Cars หรือถ่านหินในการให้ความร้อนแก่อาคาร Coal for Heating a Building เป็นต้น .. การถางป่า และการตัดไม้ทำลายป่า Deforestation ก็สามารถปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ Release Carbon Dioxide: CO2 ได้เช่นกัน .. การเกษตร Agriculture รวมทั้งการผลิตน้ำมัน และก๊าซ Oil & Gas Operations คือ แหล่งปล่อยมีเทนที่สำคัญ Major Sources of Methane: CH4 Emissions โดยพลังงาน Energy, อุตสาหกรรม Industry, การขนส่ง Transport, อาคาร Buildings, การเกษตร Agriculture และการใช้ที่ดิน Land Use ถือเป็นภาคส่วนหลัก Main Sectors ที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gases: GHGs ..
จนถึงวันนี้ เป็นที่ชัดแจ้งแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ Health, ความสามารถในการปลูกอาหาร Ability to Grow Food, ที่อยู่อาศัย Housing, ความปลอดภัย Safety และการทำงานของเราทุกคน Work of All of Us .. ผู้คนส่วนหนึ่ง อาจมีความเปราะบางต่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศมากกว่าอยู่แล้ว เช่น ผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศเกาะเล็ก ๆ People Living in Small Island Nations และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ .. สภาพการณ์ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น Sea – Level Rise และการรุกของน้ำเค็ม Saltwater Intrusion ได้รุนแรงขึ้นจนถึงจุดที่ชุมชนทั้งหมด อาจจำต้องย้ายถิ่นฐาน ในขณะที่ภัยแล้งที่ยืดเยื้อ Protracted Droughts กำลังทำให้ผู้คนเสี่ยงต่อการอดอยาก Risk of Starvation .. ในอนาคต หากไม่มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม Without Proper Climate Adaptation คาดหมายได้ว่า จำนวนผู้คนที่ต้องพลัดถิ่นเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ Number of People Displaced by Weather – Related Events จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากนี้ไป ..

รายงานของสหประชาชาติ UN Reports หลายฉบับ นักวิทยาศาสตร์ และผู้ตรวจสอบจากภาครัฐหลายพันคน Thousands of Scientists & Government Reviewers เห็นพ้องต้องกันว่า การจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 oC จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายที่สุด และรักษาสภาพภูมิอากาศที่ยังคงเอื้อต่อการดำรงชีวิตได้ แต่กระนั้น นโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบัน Policies Currently กลับชี้ให้เห็นถึงภาวะโลกร้อนที่อาจสูงถึง 2.8 oC ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ..
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Emissions that Cause Climate Change มาจากทุกส่วนของโลก และส่งผลกระทบต่อทุกผู้คน แต่บางประเทศปล่อยก๊าซมากกว่าประเทศอื่น ๆ มาก ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด 6 ประเทศ ได้แก่ จีน China, สหรัฐฯ United States, อินเดีย India, สหภาพยุโรป European Union, สหพันธรัฐรัสเซีย Russian Federation และอินโดนีเซีย Indonesia ตามลำดับ ซึ่งรวมกันแล้วปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกทั้งหมด .. ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด 45 ประเทศ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกัน อยู่ที่เพียง 3 % ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกเท่านั้น ..
ด้วยเหตุนี้ ทุกคน ทุกประเทศ ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ แต่ผู้คน และประเทศ ที่สร้างปัญหามากกว่าย่อมมีความรับผิดชอบมากกว่าที่จะต้องลงมือทำก่อน Greater Responsibility to Act First ซึ่งรวมถึงการดำเนินมาตรการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Measures for Adapting to Climate Change ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำคัญที่ขาดไม่ได้ที่ต้องการความร่วมมือของทุกประเทศในระดับนานาชาติมาพร้อมด้วยเช่นกัน นั่นเอง ..
อย่างไรก็ตาม นอกจากการมุ่งไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดสีเขียว Green & Clean Energy Transition เพื่อลดโลกร้อนแล้ว กลยุทธ์สำคัญในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Key Climate Adaptation Strategies ขณะที่โลกกำลังร้อนขึ้น สรุปได้ดังนี้ :-
1. การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ Nature – Based Solutions: NbS : หมายถึง การปกป้องระบบนิเวศ Protecting Ecosystems, การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ Restoring Wetlands และการปลูกป่าชายเลน Mangrove Reforestation เพื่อเป็นแนวกันชนตามธรรมชาติ Natural Buffer Zones และเพื่อป้องกันระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการกัดเซาะ Prevent Rising Sea Levels & Erosion ..ทั้งนี้ การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน Nature – Based Solutions: NbS คือ กลยุทธ์สำคัญในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation ที่เน้นการคุ้มครองระบบนิเวศ Ecosystems Protecting, การจัดการอย่างยั่งยืน Sustainable Management และฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติ Restoring Natural Ecosystems เพื่อรับมือกับความท้าทายของสังคม Address Societal Challenges ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ Disasters, ความมั่นคงทางอาหาร Food Security หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change .. ดังนั้น การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ NbS จึงไม่ใช่เพียงแค่การปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่คือ การบริหารจัดการพื้นที่อย่างเข้าใจระบบนิเวศ Ecosystem – Savvy Management เพื่อให้มนุษย์ และธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน Humans & Nature can Coexist Sustainably และมีภูมิต้านทานต่อภัยพิบัติ Being Resilient to Disasters ..
2. การปรับตัวทางการเกษตร Agricultural Adjustments : หมายถึง การนำแนวปฏิบัติที่ชาญฉลาดด้านสภาพภูมิอากาศ Implementing Climate – Savvy Practices มาใช้ เช่น การปลูกพืชทนแล้ง Planting Drought – Tolerant Crops และการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการน้ำ Improving Water Management Systems เป็นต้น .. ทั้งนี้ การปรับตัวทางการเกษตรAgricultural Adjustments คือ แนวทางการปรับเปลี่ยนระบบการผลิต การจัดการ และเทคโนโลยีทางการเกษตร เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change เช่น ภัยแล้ง Drought, น้ำท่วม Floods, พายุรุนแรง Severe Storm, อุณหภูมิที่สูงขึ้น Rising Temperatures และโรคแมลงชนิดใหม่ New Pests เพื่อให้ภาคเกษตรกรรมมีความมั่นคง Agricultural Stability, ยั่งยืน Sustainability และผลผลิตไม่ลดลง Prevent Yield Declines โดยการปรับตัวที่เหมาะสม Appropriate Adaptation จะช่วยให้เกษตรกร Farmers สามารถรักษารายได้ Maintain Their Income และส่งต่ออาชีพเกษตรกรรมที่ยั่งยืน Sustainable Agricultural Practices ต่อไปได้ ..
3. การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure Upgrades : หมายถึง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทาน Building Resilient Infrastructures เช่น อาคารเสริมความแข็งแรง Reinforced Buildings, ระบบระบายน้ำที่ดีขึ้น Improved Drainage Systems และการย้ายชุมชนออกจากพื้นที่ชายฝั่งที่เสี่ยงภัย Relocating Communities from Vulnerable Coastal Areas เป็นต้น .. ทั้งนี้ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure Upgrades คือ กลยุทธ์สำคัญในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation Strategies ที่มุ่งเน้นการปรับปรุง เสริมความแข็งแกร่ง หรือสร้างโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ เพื่อให้สามารถทนทานต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ .. ดังนั้น การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน Upgrading Infrastructure จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างใหม่ แต่เป็นการปรับให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป Adapting it to a Changing Climate เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้น สามารถทำหน้าที่สนับสนุนการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน Support Sustainable Livelihoods ..
4. ระบบเตือนภัยล่วงหน้า Early Warning Systems : หมายถึง การเสริมสร้างเทคโนโลยีเพื่อเตือนภัย Enhancing Technologies for Early Warning ต่อเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง เช่น คลื่นความร้อน Heatwaves และน้ำท่วม Floods เป็นต้น .. ทั้งนี้ ระบบเตือนภัยล่วงหน้า Early Warning Systems: EWS คือ ส่วนประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Key Climate Adaptation Strategies ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกบูรณาการในการตรวจวัด วิเคราะห์ และแจ้งเตือนภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ Weather, น้ำ Water หรือภูมิอากาศ Climate ที่อาจเป็นอันตรายล่วงหน้า ตลอดจนเพื่อให้รัฐบาล Government, ชุมชน Communities และประชาชน Public สามารถเตรียมตัวรับมือ และลดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินได้ทันท่วงที Prepare & Minimize Damage to Life & Property in a Timely Manner ..
5. การบริหารจัดการทรัพยากร Resource Management : หมายถึง การเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ Improving Water Storage Efficiency และการนำวิธีการเกษตรที่ประหยัดน้ำ Adopting Water – Efficient Agricultural Practices มาใช้ .. ทั้งนี้ การบริหารจัดการทรัพยากร Resource Management คือ กระบวนการวางแผน บริหารจัดการ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ Natural Resources เช่น น้ำ Water, ดิน Soil, ป่าไม้ Forests และทรัพยากรชีวภาพ Biological Resources อย่างยั่งยืน เพื่อลดความเปราะบาง เพิ่มความทนทาน และรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง Drought, น้ำท่วม Floods และอุณหภูมิที่สูงขึ้น Rising Temperatures เป็นต้น ตลอดจนเพื่อให้ระบบนิเวศ Ecosystems และชุมชน Communities สามารถทำหน้าที่ร่วมกันได้ตามปกติ Function Together Normally แม้เผชิญวิกฤติโลกรวน Global Crises ก็ตาม ..
6. การพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Development : ได้แก่ การผสมผสานการปรับตัวร่วมกับการลดผลกระทบ Combining Adaptation with Impact Reduction เช่น การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Using Environmentally Friendly Materials และการออกแบบอาคารที่ประหยัดพลังงาน Designing Energy – Efficient Buildings .. ทั้งนี้ การพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Development คือ แนวทางการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ทำให้คนรุ่นหลังต้องประนีประนอมยอมลดทอนความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตนเอง โดยมุ่งเน้นความสมดุลระหว่าง 3 เสาหลัก คือ เศรษฐกิจ Economic, สังคม Social และสิ่งแวดล้อม Environmental ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals: SDGs 17 ข้อของสหประชาชาติ United Nations: UN เพื่อแก้ปัญหาความยากจน Address Poverty, สิ่งแวดล้อม Environmental Issues และความไม่เท่าเทียม Inequality เป็นต้น ..

ทั้งนี้ หากไม่มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ Without Effective Climate Change Adaptation แล้ว คาดว่า ผลกระทบทางกายภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Physical Impacts from Climate Change อาจลดผลผลิตมวลรวมโลก World Gross Domestic Product: GDP ลงได้อยู่ที่ 3 – 15 % ภายในปี 2593 โดยบางภูมิภาค อาจประสบกับการสูญเสียมากกว่า 10 – 20 % .. หากแต่การลงทุนในการปรับตัว Investing in Climate Adaptation เช่น การป้องกันน้ำท่วม Flood Defenses และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น Resilient Infrastructures จะช่วยบรรเทาการสูญเสีย Mitigate Losses เหล่านี้ และปกป้องผลิตภาพ Protect Productivity แม้ว่า แบบจำลองทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน Current Economic Models มักประเมินผลกระทบนี้ต่ำเกินไปก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่เปราะบางที่สุด ..
อย่างไรก็ตาม มั่นใจได้ว่า แนวทางการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation Practices สามารถเพิ่มผลผลิตมวลรวมของโลก World Gross Domestic Product: GDP ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยการบรรเทาการสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในบางกรณีโดยทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนการลงทุน และผลิตภาพ Driving Investment & Productivity .. การลงทุนเชิงรุกในด้านความยืดหยุ่น Proactive Investments in Resilience สามารถสร้างผลตอบแทนสูง โดยบางประมาณการ ชี้ให้เห็นว่า อัตราส่วนต้นทุนต่อผลประโยชน์ Cost – Benefit Ratio อยู่ที่ 2 : 1 – 10 : 1 ซึ่งหมายความว่า การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation ที่เหมาะสม ถือเป็นการลงทุนทางเศรษฐกิจที่ชาญฉลาด Smart Economic Investment มากกว่าเป็นต้นทุน Cost อันจะสามารถช่วยปกป้องการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว Safeguard Long – Term Economic Growth มาพร้อมด้วยให้สำเร็จได้จากนี้ไป ..
ตัวอย่างการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก Examples of Climate Adaptation around the World ..
ปัจจุบัน มีหลายประเทศจำนวนมาก Great Number of Countries ที่เป็นผู้นำด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Adaptation และในจำนวนนั้น หลายชาติ ได้แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยาน และนวัตกรรมที่เหนือกว่า แม้จะมีทรัพยากรจำกัด ..
ในมหาสมุทรแปซิฟิก Pacific ประเทศเกาะเล็ก ๆ อย่างตูวาลู Tuvalu ได้ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ และทรายประมาณ 270,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อถมที่ดินแถบยาว 780 เมตร กว้าง 100 เมตร เพื่อป้องกันระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และคลื่นพายุหลังปี 2543 .. นี่คือ โครงการริเริ่มที่สำคัญ Important Initiative สำหรับประเทศเกาะปะการังต่ำ Low – Lying Atoll Country ที่มีพื้นที่เพียงประมาณ 26 ตารางกิโลเมตร ..
ประเทศอื่น ๆ เช่น มาลาวี Malawi และปากีสถาน Pakistan กำลังปรับปรุงการเก็บรวบรวม และการใช้ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ และระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้ชุมชน เกษตรกร และผู้กำหนดนโยบายมีข้อมูลที่จำเป็นในการปกป้องชีวิต และความเป็นอยู่ ..
คิวบา Cuba และโคลอมเบีย Colombia เป็นผู้นำด้านแนวทางที่อิงธรรมชาติ Nature – Based Approaches โดยการฟื้นฟูระบบนิเวศที่สำคัญ Restoring Crucial Ecosystems ได้แก่ ป่าชายเลน Mangroves, พื้นที่ชุ่มน้ำ Wetlands และอื่น ๆ เพื่อป้องกันน้ำท่วม Floods และภัยแล้ง Drought .. ในกระบวนการนี้ โคลอมเบีย Colombia กำลังใช้ประโยชน์จากความรู้ของชนพื้นเมือง Knowledge of its Indigenous Peoples ซึ่งมีความเชี่ยวชาญอันล้ำค่าในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง ..
ภูฏาน Bhutan ประเทศแรกของโลกที่มีการปล่อยคาร์บอนเป็นลบสุทธิ World’s First Carbon – Negative Country และชาด Chad หนึ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาน้อยที่สุด Least Developed Countries: LDCs ได้จัดทำแผนการปรับตัวต่อสภาพอากาศระดับชาติ National Climate Adaptation Plan เสร็จสิ้นแล้ว .. แผนงานดังกล่าว เป็นผลมาจากการวางแผนอย่างพิถีพิถัน และการปรึกหารืออย่างเข้มงวดเป็นเวลาหลายปี และเป็นแผนที่สำคัญสำหรับการปรับตัวในอนาคต .. ในกรณีของภูฏาน Bhutan’s Case แผนงานนี้ ฝังรากลึกอยู่ในค่านิยมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ นั่นคือ ความสุขมวลรวมประชาชาติ Gross National Happiness นั่นเอง ..
ทั้งนี้ ภายในปี 2569 การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศทั่วโลก Global Climate Adaptation ได้เปลี่ยนจาก “โครงการนำร่องเชิงทดลอง Experimental Pilots” ไปสู่ “การดำเนินการในวงกว้าง และครอบคลุมหลายภาคส่วน Scaled, Cross – Sectoral Implementations” .. ตัวอย่างเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมไฮเทค Blend of High – Tech Innovation, ความรู้ทางนิเวศวิทยาแบบดั้งเดิม Traditional Ecological Knowledge และการปรับโครงสร้างทางการเงิน Financial Restructuring ใน 4 ประเด็นตัวอย่างสำคัญ สรุปได้ดังนี้ :-
1. แนวทางแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ Nature – Based Solutions: NbS และการป้องกันชายฝั่ง Coastal Defense : หมายถึง การใช้ระบบนิเวศ Utilizing Ecosystems เช่น ป่าชายเลน Mangrove Forests, แนวปะการัง Coral Reefs และหญ้าทะเล Seagrass Beds เพื่อดูดซับพลังงานคลื่น Absorb Wave Energy และลดการกัดเซาะ Mitigate Erosion อย่างยั่งยืน แทนการสร้างโครงสร้างแข็ง Hard Structure ช่วยปกป้องชุมชน บรรเทาภัยธรรมชาติ และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ตัวอย่างเช่น :-
– ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย The Philippines & Indonesia : ผู้นำท้องถิ่น Local Leaders ได้เปลี่ยนจากการปลูกต้นไม้ขนาดเล็กไปสู่การสร้าง “เข็มขัดสีเขียวชายฝั่ง Coastal Greenbelts” กว้าง 100 เมตร ซึ่งประกอบด้วยป่าชายเลน และป่าชายหาด Mangroves & Beach Forests ที่ทำหน้าที่เป็นแนวกันชนตามธรรมชาติ Natural Buffers เพื่อป้องกันระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น Rising Sea Levels และคลื่นพายุซัดฝั่ง Storm Surges ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนด้วย ..
– โจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ Johannesburg, South Africa : เดือนเมษายน 2569 เมืองโจฮันเนสเบิร์ก Johannesburg ได้เปิดตัวระบบกรองเชิงนิเวศ Eco – Filter System ในแม่น้ำจุกสไก Jukskei River .. ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำโดยอาศัยธรรมชาติ Nature – Based Wetland System แห่งนี้ กรองโลหะหนัก และของเสียจากจุลินทรีย์ Filters Heavy Metals & Microbial Waste จากน้ำเสียในเมือง Urban Wastewater ทำให้ได้น้ำสะอาดสำหรับสวนชุมชนที่นำโดยสตรี Women – Led Community Gardens และฟื้นฟูสุขภาพของแม่น้ำในเมือง Restoring the Health of the Urban River ไปพร้อมด้วย ..
– ปีนัง มาเลเซีย Penang, Malaysia : ปีนัง Penang รัฐหนึ่งของมาเลเซีย Malaysia ได้ดำเนินโครงการ “การปฏิวัติสีเขียวในเมือง Urban Green Revolution” โดยใช้การระบายความร้อนโดยอาศัยธรรมชาติ และระบบระบายน้ำชีวภาพ Nature – Led Cooling & Bioswales เพื่อจัดการความรุนแรงของมรสุมเขตร้อน Manage Tropical Monsoon Intensities ซึ่งเป็นถือแบบอย่างสำหรับเมืองชายฝั่งอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Blueprint for Other Southeast Asian Coastal Cities ..

2. สถาปัตยกรรม และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ Architecture & Public Infrastructure : หมายถึง การใช้แนวคิด และวิธีการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้าง เมือง และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือ Resilience และปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change ที่มีความรุนแรงขึ้น เช่น น้ำท่วม Floods, ภัยแล้ง Droughts, พายุรุนแรง Extreme Storms และความร้อนสูง High Temperatures ตัวอย่างเช่น :-
– โรงเรียนที่ใช้การระบายความร้อนแบบพาสซีฟ Passive – Cooling Schools ใน เคนยา Kenya, บูร์กินาฟาโซ Burkina Faso และอินเดีย India : พวกมัน คือ แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างสภาวะน่าสบายภายในห้องเรียน Creating Comfortable Classroom Conditions โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ Air Conditioning หรือใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยที่สุด Minimizing Electricity Consumption อันเป็นการแก้ปัญหาความร้อนจัดในภูมิภาคที่อุณหภูมิภายนอกอาจสูงเกิน 40 – 45 oC โดยใช้หลักการทางฟิสิกส์ วัสดุท้องถิ่น และภูมิปัญญาดั้งเดิมเป็นหลัก .. ทั้งนี้ เพื่อปกป้องการเรียนรู้ของเด็กจากความร้อนที่สูงขึ้น สถาปนิกกำลังใช้เทคนิค “การป้องกันสภาพอากาศ Climate – Proofing” เช่น ผนังดินเผา Earthenware Walls, การระบายอากาศแบบไขว้ Cross – Ventilation และหลังคายกสูง Elevated Roofs .. การออกแบบเหล่านี้ ช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศราคาแพง โดยใช้ประโยชน์จากวัสดุในท้องถิ่น Local Materials และพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Energy .. โครงการเหล่านี้ ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังเพิ่มความเข้มข้น และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ..
– ลอนดอน สหราชอาณาจักร London, UK กับหน่วยงานกำกับดูแลบำนาญ The Pensions Regulator : ในช่วงต้นปี 2568 / 2569 หน่วยงานหลัก ๆ ได้นำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Adaptation Plans มาใช้ ซึ่งแบ่งการดำเนินการออกเป็นความยืดหยุ่นทางกายภาพ Physical Resilience เช่น การออกแบบอาคารที่ปลอดภัยจากความร้อนสูงเกินไป Overheating – Safe Building Design และความยืดหยุ่นทางสังคม Social Resilience ได้แก่ การจัดเตรียมการทำงานที่บ้านที่เชื่อมโยงกับการแจ้งเตือนความร้อน Heat – Alert – Linked Home – Working Provisions เป็นต้น .. ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลบำนาญ The Pensions Regulator: TPR ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร คือ ตัวอย่างหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้กองทุนบำนาญ Pension Schemes จัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Adaptation Plans และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล Environmental, Social & Governance: ESG โดยมุ่งเน้นความสอดคล้องกับเป้าหมายสู่ศูนย์สุทธิ Net Zero ของสหราชอาณาจักร ภายในปี 2593 ..
3. เทคโนโลยี และความมั่นคงทางอาหาร Technology & Food Security : เทคโนโลยี Technologies มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร Food Security เพื่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกกำลังเผชิญวิกฤติอากาศร้อนจัด และแมลงศัตรูพืชระบาดที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งการผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับนโยบายการเกษตรที่ยั่งยืน Sustainable Agricultural Policies จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร Ensuring Food Security ให้กับไทย Thailand และประเทศทั่วโลกในภาวะโลกร้อน Global Warming ตัวอย่างเช่น :-
– เอธิโอเปีย และแอฟริกาตะวันตก Ethiopia & West Africa : เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีความผันผวน .. เอธิโอเปีย Ethiopia ได้ขยายการใช้ข้าวสาลีพันธุ์ทนความร้อน .. ทั่วทั้งแอฟริกาตะวันตก ระบบชลประทานพลังงานแสงอาทิตย์ และการตรวจจับศัตรูพืชด้วยปัญญาประดิษฐ์ Artificial Indigence: AI ได้กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐาน Standard Tools ในปัจจุบันสำหรับเกษตรกร Farmers ที่เผชิญกับรูปแบบปริมาณน้ำฝนที่ไม่แน่นอน Unpredictable Rain Patterns ..
– แบบจำลองดิจิทัลสำหรับเมือง Digital Twins for Cities : ปัจจุบันหลายเมือง ใช้เครื่องมือ “ชุดซอฟต์แวร์พยากรณ์อากาศ Forecast – in – a – Box” ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ Artificial Indigence: AI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์แบบโอเพนซอร์ส Open – Source, Predictive Analytics Platforms ที่ช่วยให้ภูมิภาคที่มีทรัพยากรจำกัด Low – Resource Regions สามารถจำลองความเสี่ยงจากน้ำท่วม และเหตุการณ์ความร้อนได้แบบเรียลไทม์ตามเวลาจริง ทำให้สามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้เร็วขึ้น ..
4. การปรับตัวด้านการเงิน และสังคม Financial & Social Adaptation : หมายถึง การปรับตัว เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของหลายประเทศ เช่น ประเทศไทย Thailand ที่กำลังเร่งขับเคลื่อน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 และ Net Zero ภายในปี 2608 เป็นต้น .. ทั้งนี้ การปรับตัวทั้ง 2 ด้านนี้ มุ่งเน้นไปที่การลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และสังคม โดยการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน Transitioning to a Sustainable Low – Carbon Economy ตัวอย่างเช่น :-
– อเมริกากลาง Central America ในนิการากัว Nicaragua และกัวเตมาลา Guatemala : ประเทศเหล่านี้ เป็นผู้บุกเบิกประกันภัยความเสี่ยงจากภัยพิบัติ Catastrophic Parametric Insurance ซึ่งแตกต่างจากประกันภัยแบบดั้งเดิม โครงการ “ประกันภัยความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศขนาดเล็ก Climate – Risk Microinsurance” เหล่านี้จะจ่ายเงินชดเชยให้แก่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก Small – Business Owners และครอบครัวเกษตรกร Family Farmers ทันทีที่สภาพอากาศถึงเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ปริมาณน้ำฝน หรือความเร็วลมที่กำหนด โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่ยืดเยื้ออีกต่อไป ..
– การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่นำโดยชุมชน Community – Led Ecotourism ในอินโดนีเซีย Indonesia : ผู้ลักลอบตัดไม้ในชวาตะวันตก West Java และฟิลิปปินส์ Philippines ได้รับการฝึกอบรมใหม่ให้เป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Ecotourism Operators ตัวอย่างที่โดดเด่นในปี 2569 คือ การเคลื่อนไหว “การพิมพ์เชิงนิเวศ Ecoprinting” ซึ่งชุมชน Communities สร้างรายได้จากการถ่ายโอนสีจากป่าฝนธรรมชาติลงบนผ้า หมายถึง การสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้าโดยใช้สี และโครงสร้างจริงจากใบไม้ ดอกไม้ หรือวัสดุธรรมชาติ โดยตรง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ป่า Incentivizing Forest Preservation มากกว่าการตัดไม้ทำลายป่า Deforestation ..
จนถึงวันนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นภัยคุกคามโดยตรง Direct Threat ต่อแหล่งน้ำ Water Resources, อาหาร Food และความมั่นคง Security ซึ่งทุกภาคส่วน All Sectors ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง และปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิต Lifestyles, การเกษตร Agriculture และอุตสาหกรรม Industry ตลอดจนการนำวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมมาใช้ Utilize Science & Innovation เช่น เทคโนโลยีแจ้งเตือนภัย Early Warning Technologies, การฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นแนวกันคลื่นธรรมชาติ Mangrove Restoration as a Natural Breakwater, ปรับปรุงระบบชลประทาน Improving Irrigation Systems และการวางแผนเมืองที่ยั่งยืน Sustainable Urban Planning เพื่อลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่รุนแรง Mitigate Damage from Severe Natural Disasters ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย ..
การปรับตัวในรูปแบบต่าง ๆ Adaptation in Various Forms ต้องการการวางแผนจัดการร่วมกัน Collaborative Planning & Management ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure และการบริหารจัดการทรัพยากร Resource Management รวมทั้งตัวอย่างการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก Examples of Global Climate Change Adaptation ที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนั้น สะท้อนให้เห็นได้ว่า มนุษยชาติ Humanity กำลังเปลี่ยนแนวทางจากการเพียงแค่ “การลดผลกระทบ Mitigation” มาสู่การ “อยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลง Living with Change” ด้วยความเข้าใจ และเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่มากกว่าเดิม นั่นเอง ..
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย Climate Adaptation in Thailand ..
การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation ในประเทศไทย Thailand ได้พัฒนาจากแผนระดับสูงไปสู่ระยะ “ความพร้อม Readiness” ทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง .. ณ ปี 2569 กลยุทธ์นี้ กำหนดไว้ในแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ Thailand’s National Adaptation Plan: NAP ซึ่งเป็นกรอบแนวทางหลักของประเทศที่ใช้เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และความสามารถในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change อย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development จัดทำโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม Department of Climate Change & Environment ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม Ministry of Natural Resources & Environment โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนประเทศจาก “การรับมือภัยพิบัติแบบตั้งรับ Reactive Disaster Response” ไปสู่ “การจัดการความเสี่ยงเชิงรุก Proactive Risk Management Approach” ในด้านน้ำ Water, การเกษตร Agriculture และโครงสร้างพื้นฐานในเมือง Urban Infrastructure ใน 6 สาขาหลัก ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ Water Resource Management, เกษตร และความมั่นคงทางอาหาร Agriculture & Food Security, การท่องเที่ยว Tourism, การสาธารณสุข Public Health, การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ Natural Resource Management และการตั้งถิ่นฐาน และความมั่นคงของมนุษย์ Settlements & Human Security สรุปเป็นภาพรวมการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation ของไทย ได้ดังนี้ :-
1. การเปลี่ยนแปลง “เมืองหลวงแห่งน้ำ Water Capital” : กรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยรอบ คือ หัวใจสำคัญของความพยายามในการปรับตัวของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการวงจรน้ำ Managing Water Cycle “มากเกินไป หรือน้อยเกินไป Too Much or Too Little” หมายถึง แนวทาง และกลยุทธ์ในการรับมือกับความไม่สมดุลของวัฏจักรน้ำธรรมชาติที่ถูกรบกวน โดยมุ่งเน้นการจัดการปัญหา 2 ด้านหลัก คือ ปัญหาน้ำท่วม Too Much และปัญหาน้ำแล้ง Too Little เพื่อให้มีน้ำสะอาดเพียงพอต่อการบริโภคใช้งาน และรักษาสมดุลระบบนิเวศ Maintain Ecological Balance รวมไปถึงความพยายามในการรักษาความสมดุลของทรัพยากรน้ำในธรรมชาติ Balance of Water Resources in Nature ไปพร้อมด้วย เพื่อไม่ให้เกิดภัยพิบัติ หรือวิกฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม ดังนี้ :-
– การขยายเมืองฟองน้ำ Sponge City Expansion : หลังจากโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จ กรุงเทพมหานคร Bangkok Metropolitan Administration: BMA กำลังก้าวข้าม “ระบบจัดการน้ำท่วมแบบดั้งเดิมที่เน้นโครงสร้างพื้นฐานสีเทา Gray Infrastructure” ที่ประกอบไปด้วยท่อระบายน้ำ อุโมงค์ยักษ์ เครื่องสูบน้ำ และเขื่อนคอนกรีต ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดสำหรับการรีบเร่งระบายน้ำออก แต่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ และงบประมาณในการบำรุงรักษา ไปสู่ “ระบบที่ผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และสีฟ้า Green & Blue Infrastructure” เพื่อความยั่งยืน ด้วยการสร้างสวนสาธารณะที่ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ Nature – Based Solutions เช่น สวนเบญจกิติ Benchakitti Park และการออกแบบเมืองให้มีพื้นที่รับน้ำ Retention Areas หรือ “เมืองฟองน้ำ Sponge City” เพื่อช่วยซับน้ำ และชะลอน้ำแทนที่จะเร่งระบายเพียงอย่างเดียว .. ปัจจุบัน ในเขตบางซื่อ Bang Sue นั้น พื้นที่รับน้ำสีเขียว Green Retention Areas ในเมืองขนาดใหญ่ 2 แห่งใหม่ ได้เปิดตัวขึ้นแล้ว เมื่อต้นปี 2569 เพื่อทำหน้าที่เป็นสวนสาธารณะ Public Parks และอ่างเก็บน้ำแบบอเนกประสงค์ Flood – Retention Basins ไปพร้อมด้วย ..
– แนวทางแก้ไขโดยอาศัยธรรมชาติ Nature – Based Solutions: NbS : เมืองใหญ่ในภูมิภาค เช่น เชียงราย Chiang Rai และสุราษฎร์ธานี Surat Thani คือ ผู้นำในการฟื้นฟูเส้นทางน้ำในเมือง Restoring Urban Waterways ด้วยการขยายขุดลอกลำธารเก่า Expanding & Dredging Existing Stream Beds และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ Restoring Wetlands ระหว่างปี 2567 – 2571 .. ทั้ง 2 จังหวัดนี้ คือ ตัวอย่างความสามารถของเมือง และธรรมชาติ Ability of Cities & Nature ในการตั้งรับปรับตัวต่อผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ และการสร้างแนวกันชนที่ช่วยดูดซับน้ำท่วมจากฤดูมรสุม Creating Buffers that Absorb Monsoon Surges ..
– ระบบการประเมินความเสียหาย The Loss & Damage System : ประเด็นสำคัญในปี 2569 คือการพัฒนาระบบฐานข้อมูลความเสียหายที่เป็นหนึ่งเดียว Unified Loss & Damage Database .. ระบบนี้ ไม่เพียงแต่ติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสียหายที่ไม่ใช่ทางเศรษฐกิจ เช่น ผลกระทบต่อสุขภาพจิต และอัตลักษณ์ของชุมชน ซึ่งขณะนี้ได้ถูกนำมาพิจารณาในการรายงานระดับชาติของประเทศไทยแล้ว ..
2. เกษตรกรรม Agriculture จากการอยู่รอดสู่ความยืดหยุ่น From Survival to Resilience : กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ Ministry of Agriculture and Cooperatives กำลังดำเนินการตามแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ Thailand’s National Adaptation Plan: NAP ปี 2566 – 2570 ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อปกป้องความมั่นคงทางอาหาร Protect the Food Security ของไทยในฐานะ “ครัวของโลก Kitchen of the World” ดังนี้ :-
– เกษตรกรรมแม่นยำ Precision Agriculture และไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen: H2 : โครงการนำร่องระหว่างกลุ่มซีพี และโตโยต้า Pilot Project between CP Group & Toyota ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญใหม่ในปี 2569 .. ไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 ที่ผลิตจากก๊าซชีวภาพ Biogas ที่ได้จากมูลสัตว์ Manure และเศษอาหาร Food Waste กำลังถูกนำมาใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนโดรนเซลล์เชื้อเพลิง Powering Fuel Cell: FC Drones สำหรับการใส่ปุ๋ย และการหว่านเมล็ดอย่างแม่นยำ Precision Fertilizing & Seeding ในฟาร์มของกลุ่มซีพี CP Farms ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการทำเกษตรแบบเข้มข้น Reducing the Carbon Footprint of Intensive Farming ..
– ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T – VER และการกักเก็บคาร์บอนในดิน Soil Sequestration : ประเทศไทย Thailand กำลังขยายตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ T – VER เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน Achieve the Goal of Carbon Neutrality .. ปัจจุบัน นอกเหนือจากการเร่งปลูกป่าชุมชน Community Forest Planting เพื่อเป็นอ่างกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks แล้ว เกษตรกร Farmers กำลังนำวิธีการ “การให้น้ำสลับแห้ง Alternate Wetting & Drying: AWD “ มาใช้ในการปลูกข้าว Rice Cultivation มากขึ้น เพื่อลดก๊าซมีเทน Reduce Methane: CH4 โดยได้รับการสนับสนุนจากแผนงานระดับชาติ เพื่อการกักเก็บคาร์บอนไว้ในดิน National Roadmap for Soil Sequestration Carbon Sinks .. ทั้งนี้ การทำนาแบบให้น้ำสลับแห้ง AWD หรือที่มักเรียกกันว่า “นาเปียกสลับแห้ง Wet & Dry Rice Paddie” นี้ คือ เทคนิคการจัดการน้ำในนาข้าวโดย “ไม่ต้องขังน้ำไว้ตลอดเวลา No Need to Keep the Water Constantly Submerged” แต่ใช้วิธีปล่อยให้ดินแห้งสลับกับการขังน้ำเป็นรอบ ๆ ตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดก๊าซมีเทน Key Approach to Reducing Methane: CH4 Gas นั่นเอง .. นอกจากนั้น ดินที่มีออกซิเจนแทรกเข้าไปมากขึ้นจากการทำนาลักษณะนี้ จะช่วยให้รากข้าวยาว แข็งแรง หาอาหารได้ดีขึ้น ส่งผลทำให้ข้าวทนทานต่อสภาพอากาศ และหักล้มยากขึ้น รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นโอกาสที่เกษตรกรจะได้รับรายได้จากคาร์บอนเครดิต Carbon Credit จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reducing Greenhouse Gas: GHG Emissions มาพร้อมอีกด้วย ..

Opportunities for Circular Bio – Economy in Thailand | Credit: Holland Circular Hotspot / Netherlands Embassy in Thailand
3. เครือข่ายอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพประเทศไทย หรือกลุ่มพันธมิตร 30×30 Thailand Coalition : พวกเขา คือ เครือข่ายความร่วมมือภาคประชาชน องค์กรสิ่งแวดล้อม และสถาบันการศึกษา กว่า 180 แห่ง ที่รวมตัวกันเพื่อผลักดันเป้าหมายระดับโลกในการอนุรักษ์พื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพทั้งบนบก และทางทะเลให้ได้ 30 % ภายในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ.2573 เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นความพยายามอนุรักษ์ที่นำโดยประชาชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน .. ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มพื้นที่คุ้มครอง และจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพนั้น โครงสร้างเครือข่าย จึงแบ่งเป็น 6 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ สัตว์ป่า, การจัดการระบบนิเวศ, การประชาสัมพันธ์/สื่อสาร, ภาคธุรกิจ ท่องเที่ยว และเกษตร, งานวิจัย และนโยบาย และการเงินและระดมทุน สรุปการดำเนินงานได้ดังนี้ :-
– การคุ้มครองที่ตรงเป้าหมาย Targeted Protection : ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา การมุ่งเน้นได้เพิ่มขึ้นที่มาตรการอนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลที่มีประสิทธิภาพอื่น ๆ Other Effective Area – Based Conservation Measures: OECMs .. ปัจจุบันกลุ่มพันธมิตร กำลังดำเนินการประเมินพื้นที่ใน 4 จุดสำคัญ เพื่อลดช่องว่างระหว่างการคุ้มครองทางทะเลของประเทศไทย ในปัจจุบัน อยู่ที่ 5 % กับเป้าหมายระดับโลกที่ 30 % ..
– การระดมทุนเพื่อเติมเต็มช่องว่าง Funding the Gap : ด้วยงบประมาณด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่ขาดแคลน Annual Biodiversity Funding Shortfall กว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี กลุ่มพันธมิตร 30×30 Thailand Coalition กำลังทำงานร่วมกับ BioFin Thailand เพื่อสร้างช่องทาง “การอนุรักษ์สีน้ำเงิน Blue Conservation” จากภาคเอกชน ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากทะเลอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟู และปกป้องระบบนิเวศ รวมถึงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนชายฝั่งไปพร้อมด้วย โดยภาคเอกชนไทย จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการจัดการ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม ตลอดจนยกระดับภาคเอกชน มิให้มองทะเลเป็นเพียงแหล่งทรัพยากรอีกต่อไป แต่ปรับเปลี่ยนมุมมองสู่การเป็น “ผู้ดูแล Stewardship “ เพื่อให้ธุรกิจ และธรรมชาติเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ..

4. แผนปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติของไทย Thailand’s National Adaptation Plan: NAP และ 6 ภาคส่วนสำคัญ Priority Sectors : แผนปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ NAP คือ แผนแม่บทหลักของประเทศในการสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ .. ในปี 2569 แผนดังกล่าว ได้เข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการที่สำคัญ โดยเน้นเฉพาะการบูรณาการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับงบประมาณการพัฒนาจังหวัด และท้องถิ่น .. NAP จัดระเบียบการปรับตัวของประเทศไทยออกเป็น 6 สาขาหลัก โดยแต่ละสาขามีแผนงานการดำเนินการระหว่างปี 2569 – 2573 ประกอบด้วย :-
– การบริหารจัดการน้ำ Water Management : สาขานี้ ถือว่ามีความสำคัญสูงสุด กลยุทธ์ต่าง ๆ ได้แก่ โครงการ “เมืองฟองน้ำ Sponge City” สำหรับกรุงเทพฯ และการพัฒนาแบบจำลองอุทกวิทยาแบบดิจิทัลทวิน Digital Twin Hydrology Models เพื่อจัดการกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้นของลุ่มน้ำเจ้าพระยา Manage the Increasing Volatility of the Chao Phraya River Basin .. ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ Office of the National Water Resources: ONWR ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางระดับชาติที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่บูรณาการวางแผน บริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้ง กำหนดนโยบาย และควบคุมงบประมาณโครงการด้านน้ำ รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำต่าง ๆ ทั้งหมดในภาพรวมของประเทศ ..
– เกษตรกรรม และความมั่นคงทางอาหาร Agriculture & Food Security : เน้นที่ “เกษตรกรรมอัจฉริยะด้านสภาพภูมิอากาศ Climate – Smart Agriculture” ซึ่งรวมถึงการขยายการใช้ระบบการให้น้ำสลับแห้ง Alternate Wetting & Drying: AWD ในการปลูกข้าว และการใช้โดรนเชื้อเพลิงไบโอไฮโดรเจน Utilizing Biohydrogen: H2 Drones จากโครงการร่วม CP และ Toyota สำหรับการหว่านเมล็ดอย่างแม่นยำในช่วงภัยแล้ง Precision Seeding During Droughts เป็นต้น ..
– การสาธารณสุข Public Health : การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพ Health: H – NAP ซึ่งเน้นการเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน Heat – Related Illnesses และการขยายการติดตามโรคที่เกิดจากพาหะนำโรค เช่น ไข้เลือดออก Dengue และไวรัสซิกา Zika เป็นต้น เนื่องจากแหล่งที่อยู่อาศัยของยุงเปลี่ยนแปลงไป Mosquito Habitats Shift ..
– การท่องเที่ยว Tourism : เน้น “จุดหมายปลายทางที่ยืดหยุ่น Resilient Destinations” โดยเฉพาะการปกป้องแนวปะการัง ซึ่งมีความสำคัญต่อชายฝั่งทะเลอันดามัน Andaman และทะเลชายฝั่งอ่าวไทย Gulf Coasts รวมทั้งการกระจายการท่องเที่ยวภายในประเทศ Diversifying Inland Tourism เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจตามฤดูกาลจากฤดูมรสุม ..
– การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ Natural Resources Management : รวมถึงเป้าหมายของกลุ่มพันธมิตร 30×30 Thailand Coalition ในการปกป้องพื้นที่ดินและทะเล 30 % ภายในปี 2573 .. ในปี 2569 จะเน้นที่มาตรการอนุรักษ์พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพอื่นๆ Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตอุทยานแห่งชาติ Protect Biodiversity Outside of Formal National Parks อย่างเป็นทางการ ..
– การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ และความมั่นคง Human Settlements & Security : การเสริมสร้างความเข้มแข็งของรหัสอาคาร Strengthening Building Codes และการวางผังเมือง Urban Planning เพื่อให้แน่ใจว่า โครงสร้างพื้นฐานใหม่ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor: EEC สามารถทนต่อความร้อนจัด Extreme Heat และน้ำท่วมฉับพลันได้ Flash Flooding เป็นต้น ..
จนถึงวันนี้ ประเทศไทย Thailand ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า 1 % ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งโลก แต่ติดอันดับ 9 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย Thailand ประสบภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศ 116 ครั้ง เสียหายเฉลี่ยประมาณ 260,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ภัยพิบัติหลักที่ประเทศไทยเผชิญมี 4 ประการ คือ “ทะเลสูง High Sea, แผ่นดินต่ำ Low Land, น้ำท่วมแรง Severe Flooding, แห้งแล้งจัด Extreme Drought, วิบัติคลื่นร้อน Heatwave Disaster” ..
ดังนั้น การปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Adaption ของประเทศไทยตามแนวคิดของภาครัฐ จึงเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใน 3 ขั้นตอน ได้แก่ :-
1. การลดความเสี่ยง และป้องกัน Risk Reduction & Prevention : ซึ่งประกอบไปด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพให้มีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น การวางแผนการใช้ที่ดินและวางผังเมืองใหม่ และการป้องกันความเสี่ยงในภาคการผลิตต่างๆ เช่น การวิจัยพันธุ์พืชใหม่ที่สามารถทนต่อความแห้งแล้งในภาคเกษตร เป็นต้น ..
2. การเตรียมพร้อม และตอบสนองต่อภัยพิบัติ Disaster Preparedness & Response : ซึ่งประกอบด้วยการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า Early Warning System การเตรียมแผนอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้พร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ..
3. การฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติแล้ว Post – Disaster Recovery : ซึ่งต้องอาศัยภูมิคุ้มกันหลักที่เป็นระบบบรรเทาสาธารณะภัย ระบบประกันภัย การชดเชย การใช้จิตอาสาพระราชทานในฐานะตาข่ายทางสังคม Social Safety Net เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานให้กลับมาในสภาพเดิม หรือปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม ..
ปัจจุบัน เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากแนวโน้มที่เป็นอยู่ อุณหภูมิของโลกน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก อยู่ที่ประมาณ 2.8 oC ภายในสิ้นศตวรรษนี้แน่นอน เมื่อเทียบกับช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่าง ๆ มากมายต่อประชากรทั่วโลก การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation จึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ประเทศไทย และคนไทยมาพร้อมด้วย โดยความท้าทายดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาในระดับท้องถิ่น ในขณะที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Mitigation เป็นความท้าทายในระดับโลก ..

ดังนั้น “การเร่งสร้างความพร้อมในการปรับตัว Climate Adaptation” จึงไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่เป็น “วาระแห่งชาติเร่งด่วน Urgent National Agenda” ที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจก Mitigation & Reducing Greenhouse Gas: GHG Emissions เพื่อความอยู่รอดของคนไทย และเศรษฐกิจไทย Survival of the Thai People & the Thai Economy จากนี้ไป ..
คาดการณ์ตลาดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก Global Climate Adaptation Market ..
อ้างถึงข้อมูลการตรวจสอบตลาดของ Grand View Research พบว่า ขนาดธุรกิจในตลาดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก Global Climate Adaptation Market มีมูลค่าประมาณ 31,558.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 95,326.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate: CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับการลงทุนในตลาดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก Global Climate Adaptation Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 15.2 % ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569 – 2576 ..

แรงขับเคลื่อนของตลาด มาจากการนำกลยุทธ์การต้านทานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาใช้เพิ่มมากขึ้น Rising Adoption of Climate Resistance Strategies เนื่องจากรัฐบาล และองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศมากขึ้นเรื่อย ๆ Increasingly Prioritize Mitigation of Climate – Related Risks รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง Increase in Extreme Weather Events เช่น น้ำท่วม Floods และภัยแล้ง Droughts กำลังผลักดันให้รัฐบาลในประเทศทั่วโลก และภาคธุรกิจ Governments & Businesses เพิ่มการลงทุนในด้านความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Invest in Climate Resilience มากขึ้น ..
รัฐบาลในหลายประเทศ Governments กำลังดำเนินนโยบาย และให้ทุนสนับสนุนโครงการ Funding Projects โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure และระบบเตือนภัยล่วงหน้า Early Warning Systems ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีการปรับตัว Adaptive Technologies และโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืน Sustainability Initiatives .. ความก้าวหน้าในการพยากรณ์สภาพอากาศ Climate Forecasting, การบริหารจัดการน้ำ Water Management และโครงสร้างพื้นฐานที่ประหยัดพลังงาน Energy – Efficient Infrastructure กำลังผลักดันให้ความพยายามในการปรับตัวเหล่านี้ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ..
การขยายตัวของเมือง Urbanization กำลังผลักดันให้เกิดความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น Resilient Infrastructure ซึ่งสามารถทนต่อผลกระทบจากสภาพอากาศได้ รวมถึงอาคาร และระบบขนส่งที่ทนทานต่อสภาพอากาศ Climate – Resilient Buildings & Transportation Systems .. บริษัทประกันภัย Insurance Companies กำลังส่งเสริมมาตรการปรับตัวเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศมากขึ้น โดยเสนอสิ่งจูงใจแก่ผู้ที่ลงทุนในด้านความยืดหยุ่น .. ข้อตกลงระหว่างประเทศ International Agreements เช่น ข้อตกลงปารีส Paris Agreement กำลังส่งเสริมความร่วมมือระดับโลกในการดำเนินกลยุทธ์การปรับตัวควบคู่ไปกับความพยายามในการบรรเทาผลกระทบ .. ในภาคเกษตรกรรม Agriculture นั้น เทคโนโลยีการปรับตัวต่อสภาพอากาศ Climate Adaptation Technologies เช่น พืชทนแล้ง Drought – Resistant Crops และการทำฟาร์มแบบอัจฉริยะ Smart Farming มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหาร Essential for Ensuring Food Security ..
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร Corporate Social Responsibility: CSR และพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล Environmental, Social & Governance: ESG Commitments กำลังนำพาบริษัทฯ ต่าง ๆ ให้บูรณาการการปรับตัวต่อสภาพอากาศเข้ากับกลยุทธ์ของตน Integrate Climate Adaptation into their Strategies เพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มความยืดหยุ่น .. นวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียน รวมถึงพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานที่ไม่มั่นคง ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน .. โครงการริเริ่มในระดับชุมชน Community – Based Initiatives ช่วยเสริมศักยภาพความพยายามในท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศด้วยโซลูชันที่เหมาะสม .. ภาคประกันภัย และภาคการเงิน Insurance & Financial Sectors พร้อมกับการพัฒนาเหล่านี้ กำลังผลักดันการลงทุนในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ ..
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Asia Pacific ครองส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญกว่า 43.0 % มาตั้งแต่ปี 2566 เนื่องจากภูมิภาคนี้มีความเปราะบางสูงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง น้ำท่วม และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น .. การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว Rapid Urbanization และการเติบโตทางเศรษฐกิจ Economic Growth ได้เสริมสร้างความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น และโซลูชันที่ปรับตัวได้ .. นอกจากนี้ รัฐบาล และองค์กรในภูมิภาค Governments & Organizations in the Region กำลังลงทุนอย่างมากในโครงการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Investing Heavily in Climate Adaptation Projects เพื่อปกป้องชุมชน และสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ Safeguard Communities & Economic Assets ..
ผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรม Key Players in the Industry ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดของตนผ่านการผสมผสานเชิงกลยุทธ์ของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ การขยายธุรกิจ การควบรวมกิจการ การซื้อกิจการ สัญญา ความร่วมมือ และการทำงานร่วมกัน .. โครงการริเริ่มเหล่านี้ ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มการเจาะตลาด และเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น ในเดือนธันวาคม 2566 ความร่วมมือ Enhancing Nature – Based Solutions for an Accelerated Climate Transformation: ENACT Partnership ได้ขยายขอบเขตไปรวมถึงฝรั่งเศส สหรัฐฯ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ปากีสถาน และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ..
โครงการริเริ่มระดับโลกนี้ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change, การเสื่อมโทรมของที่ดิน Land Degradation และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity Loss ผ่านแนวทางแก้ไขที่อิงธรรมชาติ Nature – Based Solutions: NbS .. องค์กรความร่วมมือระดับโลกที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขวิกฤตความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ENACT มีเป้าหมายที่จะปกป้องประชากรกลุ่มเปราะบาง 1 พันล้านคน รักษาพื้นที่ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ 2.4 พันล้านเฮกตาร์ และส่งเสริมความพยายามระดับโลกในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่อุดมไปด้วยคาร์บอน ซึ่งทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ตลาดเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ..
สรุปส่งท้าย ..
จนถึงวันนี้ คำที่มักใช้ร่วมกัน หรือความหมายใกล้เคียงกับการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation ได้แก่ ความยืดหยุ่นต่อภูมิอากาศ Climate Resilience, การสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยพิบัติ Disaster Risk Reduction & Resilience, การรับมือโลกรวน Coping with Climate Change และมาตรการลดความเปราะบาง Vulnerability Reduction Measures เป็นต้น ..

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation นั้น ต่างจาก “การบรรเทาผลกระทบ Mitigation” ที่เน้นลดก๊าซเรือนกระจก แต่แผนงานการปรับตัว Adaptation นี้ เน้นไปที่ “การปรับตัวอยู่กับผลกระทบ Adapting to the Impact” ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งรวมถึงแนวทางที่น่าสนใจจากศูนย์วิจัย และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน The Centre for Sustainable Development Goals: SDG Research & Support หรือ SDG Move ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Thammasat University ซึ่งชี้ให้เห็นว่า แนวทางการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation Guidelines เหล่านี้ ควรจะต้องถือเป็นหลักการทำงาน Operating Principle ที่ทุกคนต้องลงมือทำ และเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญหน้ารับมือกับวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต Face of Potential Future Crises จากนี้ไป ..
ดังนั้น กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ Effective Strategies สำหรับการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation นั้น จึงได้แก่ การฟื้นฟูป่าไม้ ควบคู่ไปกับมาตรการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้ป่าไม้ในฐานะแหล่งดูดซับคาร์บอน Carbon Sinks ควบคู่ไปกับการเป็นแหล่งพลังงาน
ชีวภาพหมุนเวียนอย่างยั่งยืน Sustainable Renewable Bioenergy Sources ด้วยการบริหารจัดการป่าไม้
อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการน้ำ และฟื้นฟูระบบนิเวศ Sustainable Forest Management, Water Management & Ecosystem Restoration, การใช้พลังงานชีวภาพอย่างเป็นระบบ Systematic Use of Bioenergy, การพัฒนากลไกทางการเงิน และนโยบาย Development of Financial Mechanisms & Policies รวมทั้งการจัดการที่ดิน Land Management, กำหนดเขตใช้ประโยชน์ที่ดิน Land Use Zoning และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง Increasing Green Spaces in Cities ซึ่งการดำเนินงานเหล่านี้ ต้องมีความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ป่าไม้ การนำไม้มาใช้ประโยชน์เป็นพลังงาน การมีส่วนร่วมของผู้คน และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศเพื่อให้เกิดความยั่งยืน นั่นเอง ..
น่าเสียดายที่กิจกรรมของมนุษยชาติ Human Activity ในอดีตก่อนหน้านี้ และการปล่อยก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 ของผู้คนที่เพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา กำลังทำลายความสมดุลอัน
ละเอียดอ่อนระหว่างคาร์บอน และชั้นบรรยากาศของโลก Carbon & the Earth’s Atmosphere .. ด้วยเหตุนี้ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Adaptation ที่เกี่ยวข้องกับการปรับระบบธรรมชาติ Adjusting Natural หรือระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น Human Systems ตลอดจนการปกป้อง และฟื้นฟูแหล่งกักเก็บคาร์บอน Protecting & Restoring Our Most Indispensable Carbon Sinks เช่น ป่าไม้ Forests, ป่าชายเลน Mangrove Forests, ระบบนิเวศในทะเล และมหาสมุทร Marine Ecosystems ผนวกกับการประกันภัย และมาตรการบรรเทาสาธารณภัยที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้นนั้น ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นยิ่งยวดที่ขาดไม่ได้มากที่สุดของมนุษยชาติซึ่งรวมถึงการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญอีกมากมายที่จะต้องการรักษาพวกมันไว้ให้ได้ เพื่ออนาคตของมนุษยชาติที่มั่นคงปลอดภัย และสามารถอยู่รอดบนโลกใบนี้ต่อไปได้อย่างยั่งยืนด้วยความมั่นใจจากนี้ไป ..
………………………………………
คอลัมน์ : Energy Key
By โลกสีฟ้า ..
สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-
What is Climate Adaptation? | Global Center on Adaptation: GCA :-
What is Climate Change Adaptation & Why is it Crucial? | United Nations Development Programme: UNDP :-
https://climatepromise.undp.org/news-and-stories/what-climate-change-adaptation-and-why-it-crucial
Climate Change Adaptation | Wikipedia :-
https://en.wikipedia.org/wiki/Climate_change_adaptation
Global Climate Adaptation Market | Grand View Research :-
https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/climate-adaptation-market-report
Energy Transition : A Significant Structural Change in an Energy System :-
https://photos.app.goo.gl/Qnj3eGJobkzRHx7a9
The Renewable Energy & How to Save the World Documentary :-
https://goo.gl/photos/TusY3UndbtWjDfXx9
Earth Overhaul 、Saving Planet Earth from Climate Change Documentary :-



















