‘ไอซ’โยนถาม‘ภาวุธ’เปลี่ยนท่าที TH-AI ลั่นปชน.ธงไม่เปลี่ยนต้องพับงบ1.6พันล.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รอยร้าวหรือแค่ถอย! ‘ไอซ์ รักชนก’ เปิดหน้าชนปมร้อน TH-AI Passport โยนสื่อถาม ‘ภาวุธ’ เอาเอง ทำไมท่าทีถอยกู้วิกฤตจนสังคมกังขา ย้ำพรรคประชาชนจุดยืนชัดเจน ต้องล้มโครงการส่อทุจริต-ล็อกสเปคให้ได้ ฉะพวกมีอำนาจใช้กำลังภายในบิดเบือนประเด็น อัดเบี่ยงไปพูดเรื่อง ‘ความคุ้มค่า’ เพราะตอบเรื่อง ‘คอร์รัปชัน’ ไม่ได้

วันที่ 24 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีเสียงวิจารณ์นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่มีท่าทีเรื่องโครงการ TH-AI Passport เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ได้มีการพูดคุยกันหรือยังว่าทำไมถึงถอยขนาดนี้ ว่า ตนคิดว่าถามตนไปก็ไม่ได้คำตอบอะไร ไปถามนายภาวุธเองดีกว่า

เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวรู้สึกอย่างไร ที่นายภาวุธถอยขนาดนี้ บางคนบอกว่ามีการดีลแลกคดี Forex  จริงหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า คงไม่มีใครตอบคำถามดีเท่านายภาวุธ พร้อมแนะนำสื่อมวลชนว่า ก็หาตัวเขาให้เจอ แล้วก็ไปถามเขา

เมื่อถามว่าการที่เป็นแบบนี้ กระทบกับคนที่ทำงานอยู่หรือไม่ เพราะคนไม่เชื่อ น.ส.รักชนก กล่าวว่า คงต้องแยกเรื่อง ประชาชนที่ทดลองใช้โครงการนี้ แล้วรู้สึกว่าสามารถปรับปรุงได้ ทำให้ดี ให้คุ้มค่า และรู้สึกว่าเป็นโครงการที่ดี คุ้มค่า ก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์สนับสนุนได้ แต่ในฐานะคนที่เป็นฝ่ายการเมืองอย่างพรรคประชาชน เราคุยกันตั้งแต่แรกว่าธงของเรา อยากจะล้มโครงการที่มีพิรุธหรือส่อทุจริตล็อกสเปคให้ได้ ดังนั้น ธงเราไม่เคยเปลี่ยน ต้องล้มโครงการนี้ให้พับงบประมาณนี้ไปให้ได้ แต่สิ่งที่เราได้รับ สุดท้ายอาจจะไปไม่ถึงฝั่งฝันก็ได้ แต่เราก็จะทำให้ถึงที่สุด เราคุยกันชัดเจนแล้วว่าธงเราคืออะไร ซึ่งการเปลี่ยนท่าทีของฝ่ายการเมือง ประชาชนก็สามารถตกผลึก ติดตามได้ว่ามันแปลกหรือไม่ ประชาชนจะเป็นคนวิพากษ์วิจารณ์และตัดสิน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรื่องนี้

“สิ่งที่ผู้มีอิทธิพล ผู้มีอำนาจในการถืองบประมาณแผ่นดิน ในการถือกฎระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินทุกอย่างทำได้ คือการใช้อำนาจที่มี ใช้ทรัพยากรเงิน ทั้งของแผ่นดินและของส่วนที่มี ใช้กำลังภายในที่มีในการบิดเบือนเจตจำนงเดิม เบี่ยงเบนประเด็นความสนใจของสังคม จากเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน การล็อกสเปค ไปคุยกันเรื่องความคุ้มค่า เขามีความสามารถที่จะทำแบบนั้นได้ เพราะถ้าเขาคุยกับเราในหัวข้อการทุจริตคอร์รัปชัน การล็อกสเปค เขาตอบไม่ได้ และไม่มีทางตอบได้เลยว่าทำไมในทีโออาร์ถึงเขียนแบบนั้น ดังนั้นสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และปลัดกระทรวง รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ต้องการมากที่สุดคือไปคุยเรื่องความคุ้มค่า เพราะถึงที่สุดเขาสามารถจะเปลี่ยนแปลงโครงการนี้จนมันคุ้มค่า คุ้มเงิน 1,600 ล้านบาทได้ ซึ่งความจริงเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้ใครมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่เรื่องความคุ้มค่ามันไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก การที่เราได้ล่วงรู้ว่ามีโครงการนี้ ตั้งแต่ก่อนที่ทีโออาร์จะเสร็จ ท่านจะมองข้ามเรื่องเหล่านี้ แล้วมาชวนเราคุยแต่เรื่องความคุ้มค่า จึงสะท้อนว่าทำไมเราถึงแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของประเทศนี้ไม่ได้สักที“ น.ส.รักชนก กล่าว

เมื่อถามว่าการที่นายภาวุธพูดแต่เรื่องความคุ้มค่า จะไปต่อด้วยกันในพรรคได้หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนอยากให้ลองถามนายภาวุธ เพราะตนก็อยากจะฟังคำตอบเหมือนกันว่าจะตอบว่าอย่างไร

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img