“เทพไท เสนพงศ์” เรียกร้องรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ร่วมผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามผลประชามติที่ประชาชนกว่า 21.6 ล้านเสียงให้การสนับสนุน ชี้แม้การเมืองเผชิญสารพัดปัญหา แต่ไม่ควรละเลยการปฏิรูปกฎหมายสูงสุดของประเทศ
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันกลับมาให้ความสำคัญกับการผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่า แม้ขณะนี้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองหลายด้านที่ถาโถมเข้ามา จนต้องเร่งตั้งรับและแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีอีกหนึ่งวาระสำคัญที่ไม่ควรถูกละเลย นั่นคือการดำเนินการตามผลประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นฉันทามติของประชาชนทั้งประเทศ
นายเทพไท ระบุว่า ผลการออกเสียงประชามติที่มีประชาชนกว่า 21.6 ล้านเสียง สนับสนุนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นเจตนารมณ์ของประชาชนที่ทุกฝ่ายต้องให้ความเคารพ และร่วมกันผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน หรือสมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องให้รัฐบาล ซึ่งมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เร่งรัดและริเริ่มกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว ขณะที่พรรคฝ่ายค้านควรให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา แม้กำลังอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบกรณีการได้มาซึ่งตำแหน่ง แต่ตราบใดที่คดียังไม่สิ้นสุด ก็ยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติภารกิจในฐานะสมาชิกรัฐสภา และควรร่วมผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความต้องการของประชาชน
นายเทพไท กล่าวว่า ทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ รัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ต้องร่วมกันผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับผลประชามติ ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่าประชาชนจำนวนมากต้องการเปลี่ยนผ่านจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ไปสู่รัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จนได้รับการยอมรับจากคนทั้งประเทศ
นายเทพไท ยังย้ำว่า แม้ประเทศจะเผชิญกับปัญหาหลายด้านที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไข แต่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นภารกิจสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และหากมีรัฐธรรมนูญที่ดี มีความเป็นประชาธิปไตย และยึดโยงกับประชาชน ก็จะเป็นรากฐานสำคัญในการนำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง และช่วยแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองได้อย่างยั่งยืน



















