‘อนุทิน’ไม่ยอมรับความเห็น‘ผู้แทนยูเอ็น’ ปมไทย-กัมพูชาชี้ยังไม่ฟังข้อมูลรอบด้าน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกรัฐมนตรีเผย รมว.ต่างประเทศเตรียมชี้แจงกรณีแถลงการณ์ของนายทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษยูเอ็นว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ที่พาดพิงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ระบุไทยยังไม่ยอมรับความเห็นดังกล่าว เหตุไม่ได้รับฟังข้อมูลจากฝั่งไทย พร้อมย้ำการเจรจาชายแดนต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ไม่มีใครใช้คำว่า “บังคับ” กับประเทศไทยได้

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจของนายทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว โดยมองว่า นายทอม แอนดรูว์ ได้แถลงความคิดเห็นโดยยังไม่ได้รับฟังข้อมูลจากฝ่ายไทยอย่างครบถ้วน

“ข้อมูลนี้สำหรับประเทศไทย เรายังไม่ยอมรับความเห็นนั้น เดี๋ยวให้รอฟังกระทรวงการต่างประเทศแถลง จะมีความชัดเจนกว่า” นายอนุทิน กล่าว

ส่วนกรณีกัมพูชามีท่าทีผลักดันให้นำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา พ.ศ.2543 หรือ เอ็มโอยู 2543 รวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 มาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการหารือผ่านเวทีสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่าการเจรจาหมายถึงอะไร และประเทศไทยก็มีจุดยืนและเงื่อนไขของตนเอง

นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยมีหลักการในการดำเนินการเรื่องเขตแดนมาโดยตลอด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาทางทะเล ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS)

“ไม่มีใครมาบังคับประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขของเราคือ อย่าใช้คำว่าบังคับกับเรา” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าไทยยังยึดหลักแผนที่และแนวทางเดิมในการเจรจาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยมีหลักของตัวเองอยู่แล้ว และที่ผ่านมาได้มีการเจรจากันมาโดยตลอด โดยการเจรจาทางบกตามเอ็มโอยู 2543 ก็ยังดำเนินการตามหลักดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อประเทศไทยแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการยุติการเจรจาตามเอ็มโอยู 2544 แต่ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่าต้องใช้แนวทางภาคบังคับ จึงทำให้กระบวนการเจรจาไม่สามารถเดินหน้าต่อได้

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาควรกลับไปพิจารณาว่า หากต้องการเจรจากับประเทศไทย จะต้องอยู่บนเงื่อนไขใด เพราะการเจรจาต้องเกิดขึ้นจากความสมัครใจและความเข้าใจร่วมกัน

“ไม่มีใครมาบังคับได้ จะส่งไปฟ้องใคร ประเทศไทยเรามีความมั่นใจ ไม่ต้องไปอธิบายอะไรให้ใครฟัง” นายอนุทิน กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img