ศรีสุวรรณให้ถ้อยคำ กกต. ปมร้องสอบ “พรรคประชาชน” โพสต์วิจารณ์รัฐบาล-องคมนตรี ลั่นเข้าข่ายเซาะกร่อนสถาบันฯ จี้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้าให้ถ้อยคำต่อฝ่ายกฎหมาย สำนักงาน กกต. หลังนายทะเบียนพรรคการเมืองมีหนังสือเรียกให้เข้าชี้แจง กรณีที่นายศรีสุวรรณยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ขอให้ กกต. ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคประชาชน
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากพรรคประชาชนเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งนายศรีสุวรรณเห็นว่าเป็นการกล่าวหารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร และอาจเสี่ยงต่อการละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงขอให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย รวมถึงเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ หรือไม่
นายศรีสุวรรณ เปิดเผยภายหลังให้ถ้อยคำว่า ได้ชี้แจงต่อ กกต. โดยอ้างอิงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 วรรคสอง ที่ระบุว่า คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา รวมถึงมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่คณะองคมนตรีเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 ถือเป็นการให้คำแนะนำแก่รัฐบาลตามแนวทางที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2560 และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
พร้อมระบุว่า องคมนตรีถือเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่พระมหากษัตริย์ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ถวายคำปรึกษา เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์จากการทำงานระดับประเทศ ทั้งอดีตนายทหาร ผู้บริหาร และนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งการเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาลไม่ได้เป็นเพียงการรับฟัง แต่เป็นการติดตามการทำงาน ตรวจสอบปัญหา และเสนอแนะแนวทางเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า การที่พรรคประชาชนโพสต์ข้อความในลักษณะตำหนิรัฐบาล แต่มีเนื้อหาที่พาดพิงถึงการปฏิบัติหน้าที่ขององคมนตรี ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม และนำไปสู่ความขัดแย้งทางความคิด
โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงอาจเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และอาจเข้าข่ายแทรกแซงการปฏิบัติราชการของหน่วยงานรัฐ
นายศรีสุวรรณ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (2)(3)(4) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 รวมถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 101 (7)
พร้อมเรียกร้องให้ กกต. เร่งสรุปความเห็นและดำเนินการส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การพิจารณายุบพรรคการเมืองดังกล่าวต่อไป



















