‘ชัยชนะ’ยื่นหลักฐานจี้‘กมธ.ปปง.’ลุยสอบ ลอบขนน้ำมันท่าเรือเชียงแสนไปเมียนมา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ชัยชนะ” ยื่นหลักฐานจี้ กมธ. ปปง. ลุยสอบขบวนการขนน้ำมันเบนซินส่งออกท่าเรือเชียงแสนทะลักเดือนละ 30 ล้านลิตร แฉกลโกงแจ้งเอกสารไปลาวแต่ซุกเรือส่งเมียนมาเย้ยคำสั่งห้ามรัฐบาล จี้ขุดรากถอนโคนเส้นทางการเงิน ฟันไม่เลี้ยงทั้งนายทุน เจ้าของน้ำมัน และเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวฟอกเงินทุนสีเทาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 5 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายดาชัย เอกปฐพี สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบกรณีการลักลอบขนน้ำมัน ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดเชียงราย พื้นที่ท่าเรือเชียงแสน ได้ร้องเรียนมาว่าขณะนี้ มีการลักลอบขนน้ำมัน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงวันนี้ เป็นน้ำมันเบนซิน 6,400,000 ลิตร ประมาณเดือนละ 30,000,000 ลิตร เข้ามายังท่าเรือเชียงแสน โดยใช้เรือหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน ซึ่งทราบว่าขนาดนี้มีเรือจันทร์แก้วมณีเกาะ แจ้งขึ้นที่ท่าเรือเชียงแสน และนำส่งไปยังประเทศลาว แต่จากการตรวจสอบของประชาชนที่ร้องเรียนมานั้นคือเรือดังกล่าว จะขึ้นน้ำมันเพื่อส่งไปยังประเทศลาว แต่แท้จริงแล้วน้ำมันโดนส่งไปยังประเทศเมียนมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการหละหลวม และส่อทุจริต เนื่องจากรัฐบาบสั่งห้ามการขายน้ำมันให้เมียนมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาน้ำมันที่แจ้งถูกต้องหรือไม่ เรือที่เข้ามาทุกลำเดือนละ 30,000,000 ลิตรนั้น เป็นเรือสัญชาติอะไร ใครเป็นเจ้าของ ถ้าน้ำมันนี้ ซื้อถูกต้อง ให้ตรวจสอบใครเป็นผู้ซื้อ และตรวจสอบเส้นทางของผู้ซื้อ ว่ามีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ หรือพนันออนไลน์หรือไม่ ให้หน่วยงานตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตนเองจึงยื่นหนังสือถึง กมธ. ให้ตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยต้องขอข้อมูลจากท่าเรือเชียงแสน ตรวจสอบปลายทางถูกต้องหรือไม่ ว่าเรื่องนี้หากมีการกระทำข้อเท็จจริง ต้องไปตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนที่เกี่ยวข้องบ้าง เพราะเรือทุกลำมี GPS บอก และคนที่ได้ประโยชน์ชัดเจนที่สุดคือเจ้าของน้ำมันที่ซื้อน้ำมัน เพราะขายในเมียนมา ราคาจะแพงกว่า

ด้านนายดาชัย กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมารัฐบาลมีการสั่งห้ามกันขายน้ำมันไปยังเมียนมา ซึ่งจะต้องมีการสำแดงน้ำมัน แต่กลุ่มผู้ซื้อจากเราสั่งน้ำมันจากไทยสำแดงไปแล้ว แต่ความจริงที่แขวงบ่อแก้ว ก็ไม่มีคลังน้ำมัน และใช้น้ำมันเดือนละไม่กี่ล้านลิตร ปรากฏว่า ด่านศุลกากรที่ปล่อยให้เรือ ออกไป เขาก็มีหน้าที่ปล่อยตามเอกสาร แต่ไม่สามารถมีอำนาจยับยั้งได้ว่าปลายทางไปที่ไหน แต่จากการตรวจสอบมีชาวลาวนำเงินยาเสพติดสแกมเมอร์ มาซื้อน้ำมัน โดยนำเงินลาวมาแลกเป็นเงินไทย และจ่ายให้กับผู้ขายโดยตรง เพื่อส่งน้ำมันออกไป หากมันจะไปลาวจริง สามารถข้ามสะพานที่ด่านเชียงแสน ง่ายกว่า ทำไมต้องมาลงเรือ จึงเป็นเรื่องที่ผิดสังเกต พร้อมย้ำว่า อยากให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของคนที่ซื้อน้ำมันอย่างละเอียด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img