“เทพไท” ชำแหละ “โกงฮั้ว สว.-โกงสอบท้องถิ่น” ล้วนมี DNA เดียวกัน เพราะมีโครงสร้างการทุจริตคล้ายคลึงกันคือ “มีศูนย์อำนวยการวางแผนโกง-มีปัจจัยเงิน-มีเครือข่ายของนักการเมือง” ชี้การโกง 2 เรื่องนี้ คือจุดชี้เป็นชี้ตายของรัฐบาลชุดนี้
เมื่อวันที่ 17 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นในหัวเรื่อง “โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น DNA เดียวกัน” มีรายละเอียดว่า…“ถ้าพูดถึงประเด็นข่าวทางการเมือง ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ ที่รัฐบาลชุดนี้ จะต้องรับผิดชอบแก้ปัญหา ซึ่งมีอยู่ 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ 1.คดีฮััว สว.หรือโกง สว. 2.คดีสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่มีการโกงกันและมีการเรียกรับเงิน ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน และคิดว่าน่าจะเป็น 2 เรื่องใหญ่ ที่เป็นจุด “ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของรัฐบาลชุดนี้”
ถ้านำรายละเอียดของ 2 ประเด็นนี้มาวิเคราะห์ จะเห็นได้ว่า ทั้ง 2 ประเด็น เป็นเรื่องที่มี DNA เดียวกัน และมีโครงสร้างในการทุจริตคล้ายคลึงกัน โดยมีองค์ประกอบของการทุจริต 3 ส่วนหลักๆ คือ
1.ต้องมีศูนย์อำนวยการในการวางแผนจัดการในการโกง จะต้องมีการวางแผนในการทุจริต และต้องมีหัวขบวน หรือผู้อำนวยการ หรือโต้โผใหญ่ในการวางแผนและออกแบบรายละเอียดของการโกง โดยเฉพาะการโกง สว.หรือฮั้ว สว. จะต้องออกแบบประมวลผล และศึกษาความเป็นไปได้ ของการฮั้ว สว.หรือการโกง สว. เช่นเดียวกับการโกงการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น จะต้องมีการวางแผนส่งรายละเอียดข้อมูล เพื่อนำไปสู่กลุ่มเป้าหมาย และขั้นตอนของกระบวนการสอบ ตั้งแต่การกำหนดจำนวนอัตราตำแหน่ง การออกแบบ TOR การออกข้อสอบ การตรวจข้อสอบ การประกาศผลการสอบ และการรายงานตัวของผู้สอบได้ ทั้งหมดนี้เป็นการทำงานของศูนย์อำนวยการทั้งสิ้น
2.ต้องมีปัจจัยเงินเข้ามาเกี่ยวข้องทั้ง 2 ส่วน ในส่วนการโกง สว.หรือฮั้ว สว. จะต้องมีทุนในการจ้างผู้สมัคร สว. เพื่อเข้ามาเป็นโหวตเตอร์ โดยเฉพาะผู้สมัครที่เป็นหน่วยพลีชีพ ไม่ได้หวังผลการเป็น สว. จะต้องใช้เงิน จ่ายค่าสมัคร ค่าเดินทาง และสมนาคุณการเป็นโหวตเตอร์ ในส่วนการโกงสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก็ต้องมีปัจจัยเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน โดยมีนายหน้าไปเรียกเก็บเงินค่าหัว เพื่อแลกกับการแก้ข้อสอบ การบรรจุให้เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หัวละ 3.5 แสนบาท ถึง 9 แสนบาท แล้วแต่จะตกลงหรือต่อรองกัน ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ มีปัจจัยเงินเป็นส่วนสำคัญ เพียงแต่ที่มาของเงินหรือการใช้เงินแตกต่างกันไป
3.ต้องมีเครือข่าย และสร้างเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ การฮั้ว สว.จำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบระดับภาค ระดับจังหวัด เพื่อหาผู้สมัครให้ครบทุกอำเภอ ทุกจังหวัด คนที่ทำเรื่องเหล่านี้ได้ ต้องมีเครือข่ายครอบคลุมทั้งประเทศ และทุกภาค ถ้าหากเป็นพรรคการเมือง ก็ต้องเป็นพรรคการเมืองที่มีเครือข่ายพร้อม มีบุคลากรพร้อม จะมีเพียงเฉพาะภาคใดภาคหนึ่งไม่ได้ ต้องพรรคการเมืองที่มีเครือข่ายครบทุกภาคจริงๆ เช่นเดียวกับการโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ต้องสร้างเครือข่ายเพื่อไปหากลุ่มลูกค้าในพื้นที่ หากผู้สมัครสอบคนใดสนใจจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก็สามารถติดต่อกับตัวแทน หรือนายหน้า เพื่อนำเงินมาสู่กระบวนการทุจริต
เพราะฉะนั้นการฮั้ว สว.หรือโกง สว.กับการโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มีลักษณะเดียวกัน จึงมีการพูดกันว่า ทั้งส่วน 2 คดีนี้ มี DNA เดียวกัน มีวิธีการจัดการเดียวกัน และเครือข่ายจะทำ 2 เรื่องนี้สำเร็จได้ ก็ต้องเป็นเครือข่ายของนักการเมือง ของพรรคการเมือง และต้องเป็นพรรคการเมืองใหญ่ และมีองค์ประกอบของการทำงานครบทั้ง 3 ส่วน
จะต้องพิจารณาดูว่า เป็นพรรคการเมืองใด เป็นเป็นการทำงานของกลุ่มการเมืองในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่”



















