‘เทพไท’จับตาอาจมี‘ตุลาการภิวัฒน์’ครั้ง3 ล้าง‘ระบอบสีน้ำเงิน’-ล้มกระดานการเมือง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท”วิเคราะห์การเมืองมองอนาคตรัฐบาล “อนุทิน” ยังไม่มีเหตุผลต้องลาออกหรือยุบสภา ชี้ทางออกมีเพียงปรับ ครม. หรือหากวิกฤตการเมืองถึงทางตัน อาจเกิด “ตุลาการภิวัฒน์” ครั้งที่ 3 จากปมบัตรเลือกตั้งที่มี QR Code และ Barcode

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความแนะจับตา 25 ส.ค.ว่า

หวัง ตุลาการภิวัฒน์ ล้างระบอบสีน้ำเงิน

มีกระแสข่าวให้จับตาดูว่า วันที่ 25 สิงหาคมนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ โดยมีการวิเคราะห์กันว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อาจจะเจอวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ อาจต้องตัดสินใจลาออกหรือยุบสภา

ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสข่าว เรื่องการลาออกและยุบสภาของรัฐบาลชุดนี้ ว่า

1.กระแสข่าวที่ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะออกจากตำแหน่ง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะยังไม่มีเงื่อนไขหรือเหตุผลใด ที่ทำให้นายอนุทินต้องลาออก และตัวละครทางการเมืองที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนนายอนุทินในฝ่ายอนุรักษ์นิยม ก็ยังไม่เห็นตัวบุคคลใดที่มีความเหมาะสมไปกว่านายอนุทิน และเชื่อว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมยังใช้บริการนายอนุทินต่อไป นายอนุทินก็จำเป็นต้องดันทุรังอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีวิกฤตทางการเมือง หรือการเมืองถึงทางตัน แล้วค่อยตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง

2.กระแสข่าวยุบสภา เชื่อว่าเป็นข่าวปล่อยและไม่มีความเป็นไปได้เลย รัฐบาลชุดใดก็ตามที่ต้องการจะยุบสภา จะใช้โอกาสยุบสภาในวันที่กระแสนิยมรัฐบาลสูง หวังจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก แต่รัฐบาลของนายอนุทิน กระแสความนิยมในขณะนี้ถือว่าตกต่ำ ยุบสภาไปก็มีแต่เสียเปรียบ และการเลือกตั้งในประเทศไทยทุกครั้ง ต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก มีการลงทุนกันนับ พันล้านถึงหมื่นล้านบาท หลายพรรคยังถอนทุนไม่ทัน นอกจากถอนทุนไม่ทันแล้ว ก็ยังไม่สามารถจะระดมทุนเพื่อไปซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้าหากมีการยุบสภา จึงเห็นได้ว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองยุคนี้ ไม่พร้อมที่จะให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยการยุบสภา

ดังนั้นถ้าหากจะให้ผมวิเคราะห์อนาคตอนาคตทางการเมืองของรัฐบาลนายอนุทิน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดนี้และมีความเป็นไปได้แค่2ประการ คือ

1.รัฐบาลจะต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี อาจจะปรับคณะคณะรัฐมนตรีหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว ซึ่งดูท่าทีของนายอนุทินก็เห็นได้ชัดว่า เคยคาดโทษรัฐมนตรีร่วมคณะว่า ให้เวลาหนึ่งปี ถ้าหากไม่มีผลงาน หรือเป็นรัฐมนตรีโลกลืม นายกรัฐมนตรีก็จะลืมบ้าง และถ้ามีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหม่ นายอนุทินในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ก็อาจจะใช้สิทธิ์มีส่วนร่วมในการเสนอตัวรัฐมนตรีด้วยตัวเองด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครูใหญ่เป็นการจัดคณะรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว

2.ถ้าหากสถานการณ์ทางการเมืองของบ้านเมืองถึงทางตัน ถึงจุดวิกฤต ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาล ด้วยวิกฤตการฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว. และการโกงข้อสอบหรือโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ก็อาจถึงขั้นตุลาการภิวัฒน์ได้ ซึ่งในอดีตบ้านเมืองเจอปัญหาวิกฤต เจอทางตันทางการเมือง ก็เคยมีตุลาการภิวัฒน์เกิดขึ้นแล้ว2ครั้ง คือ ปี 2549 การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และปี 2557 ที่มีที่การเลือกตั้งเป็นโมฆะเช่นเดียวกัน

จึงพูดได้ว่า อาจจะมีตุลาการภิวัฒน์ครั้งที่3 เกิดขึ้นอีกก็ได้ คือการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะการพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง กำลังอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ น่าจะเป็นช่องทางเดียวและเป็นช่องทางสำคัญ ที่ทำให้มีการล้างไพ่ใหม่ หรือล้มกระดาน หรือหยุดยั้งขบวนการสีน้ำเงิน ที่ต้องการ“กินรวบการเมืองไทย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img