“อนุทิน” ตอบปม “ณัฐพงษ์” เตรียมนำเรื่องฮั้ว สว. อภิปรายไม่ไว้วางใจ ย้ำรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับวุฒิสภา เหตุเป็นคนละสถาบัน ชี้ 3 เสาหลักประเทศต้องไม่ก้าวก่ายกัน พร้อมแจงหากมีการฮั้ว สว. จริงถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจ แต่รัฐบาลไม่มีอะไรต้องกังวล
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ประเด็นการฮั้ว สว. จะเป็นหนึ่งในประเด็นที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ตนได้พูดอย่างชัดเจนไปแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับวุฒิสภา
นายอนุทิน กล่าวว่า ประเด็นฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา แต่รัฐบาลกับวุฒิสภาเป็นคนละสถาบันกัน โดยวุฒิสภาอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่รัฐบาลอยู่ในฝ่ายบริหาร จึงไม่มีการก้าวก่ายซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกับฝ่ายตุลาการ ทั้ง 3 เป็นเสาหลักของประเทศ ไม่สามารถไปก้าวก่าย ก้าวล่วง หรือไปกำหนดใด ๆ ข้ามเสากันได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า คำว่า “ฮั้ว สว.” เป็นเจตนารมณ์ของผู้ที่ต้องการจะกล่าวให้ร้ายกระบวนการดังกล่าว และหากมีการฮั้ว สว. เกิดขึ้นจริง ก็ถือเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตนเองและรัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลเข้ามาจากการเลือกตั้งของประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐมนตรีแต่ละคนได้รับการพิจารณาและได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น เรื่องใดที่รัฐบาลสามารถตอบได้ก็พร้อมตอบ ส่วนเรื่องที่ไม่รู้ ไม่เห็น และไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ทราบว่าจะนำอะไรไปตอบ ยืนยันว่าเรื่องฮั้ว สว. ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะไม่ใช่เรื่องการทำงานของรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยว่า หากเป็นประเด็นเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาล เช่น เรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นผู้ชี้แจง หรือหากเป็นเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ โครงการไทยช่วยไทย พลัส หรือประเด็นเกี่ยวกับจีดีพีและเศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นผู้ตอบและชี้แจงรายละเอียดแต่หากเป็นเรื่องการบริหารในภาพรวม ตนก็ยินดีที่จะตอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับประชาชน



















