‘ชลิต’ลุยร้อง‘กมธ.กฎหมาย-ติดตามงบฯ’ ถูกกลั่นแกล้งตัดสิทธิ์ลงสมัครบอร์ดสปส.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้า โวยถูกตัดสิทธิ์รับเลือกตั้งบอร์ดใหม่ ร้อง กมธ.กฎหมาย-ติดตามงบฯ ให้ความเป็นธรรม เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ลุย ยื่นอุทธรณ์พร้อมยื่นศาลปกครอง  โรม-ไอซ์ เด้ง รับ พร้อมทำทุกอย่างโปร่งใส อย่ามองใช้การเมืองบีบเพิ่มชื่อ 

วันที่ 20 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจากนายชลิต รัษปานะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า กรณีถูกสำนักงานประกันสังคมตัดสิทธิ์การเป็นผู้สมัคร

โดยนายชลิต กล่าวว่า  ตนเป็นหนึ่งในรักษาการกรรมการรประกันสังคม ซึ่งเข้ามาโดยการเลือกตั้งในปี 2566 ล่าสุดก็ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ หมายเลข 45 ทีมประกันสังคมก้าวหน้า สัดส่วนผู้ประกันตน แต่กลับถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งประกันสังคม (กกต.สปส.) โดยอ้างว่าตนไม่มีคุณสมบัติเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ประกันตน แต่ในความเป็นจริงคือ ตนทำงาน ส่งเงินสมทบมาตรา 33 มาตลอด 7 ปี ต่อมาทางบริษัทมีการเชิกจ้าง แต่ก็ยืนยันว่าสถานภาพของตนซึ่งตรวจสอบจากแอปพลิเคชั่น SSO+ ประกันสังคม ยืนยันชัดเจนว่าวันที่ 1-10 ก.ค. ตนยังคงเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ขณะเดียวกันในเดือนก.ค. นี้ ตนก็ยังได้สมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39  และมีสิทธิ์ในการเป็นผู้ประกันตนเต็มร้อย จึงได้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ในวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายกลับถูกตัดสิทธิ์ มองว่าไม่แฟร์ เป็นการลิดรอนสิทธิ์ของตนอย่างชัดเจน

นายชลิต กล่าวอีกว่า ตนมองว่าการที่สำนักงานมาตัดสิทธิ์ตน เนื่องจากมีความลักลั่นในการไม่ยอมให้ตนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ในวันที่ 1 ก.ค. ถือว่ามีความไม่แฟร์และไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง โดยคนที่ตัดสิทธิ์ตนคือนายไมตรี ขุนทอง กองกฎหมายของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยมีข้อถกเถียงกับนายไมตรี กรณีปรับสูตรการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แบบ 1 เลือก 7 เป็น 1 เลือก 1 ซึ่งตนมองว่าเป็นการล้มการเลือกตั้ง รวมถึงมีการถกเถียงเรื่องการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งศาลปกครอง ซึ่งเรื่องนี้เราก็ชนะจนมีการเลือกตั้งในวันที่ 27 ก.ย. 69

”ผมมองว่าในเคสนี้ ที่ผมคิดว่ามีความลักลั่นในระบบ เพราะประกันสังคมไม่ยอมให้ผมออกจากมาตรา 33 ในวันที่ 1 ก.ค. อีกทั้งไม่ยอมให้ผมเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 แล้วมาลงโทษโทษผม เนื่องมาจากความล้มเหลวของประกันสังคม ในการดูแลรักษาระบบของตัวเอง จึงมองว่า ไม่มีความเป็นธรรมกับผมอย่างมาก และอาจมีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมีการตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่นในสำนักงานประกันสังคมอยู่ตลอด ยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปหลายเคส“ นายชลิต กล่าว และว่าในวันที่ 21 ส.ค. ตนจะไปยื่นอุทธรณ์ต่อกกต.สปส.  รวมถึงพิจารณายื่นศาลปกครองเพิ่มเติม

ด้านน.ส.รักชนก กล่าวว่า เมื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงการถูกตัดสิทธิ์ของนายชลิต เป็นการถูกกลั่นแกล้ง โดยใช้ดุลยพินิจทางกฎหมายของสำนักงานประกันสังคม เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 27 ก.ย. นี้ ในขณะที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีการต่อสู้เรื่องนี้มาตลอด หากสำนักงานประกันสังคมเห็นว่านายชลิตไม่มีคุณสมบัติ แล้วรับสมัครตั้งแต่วันที่รับสมัครทำไม เพราะต้องทราบว่าผ่านคุณสมบัติหรือไม่ตั้งแต่วันนั้นแล้ว จนถึงวันนี้ปิดรับสมัครไปแล้ว ทีมประกันสังคมก้าวหน้าส่งผู้สมัคร 7 คน ถูกตัดสิทธิ์ไป 1  เพราะเห็นว่าประชาชนสามารถเลือกได้ 6 คน ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่านี่คือการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ เพราะสำนักงานอาจจะไม่สลดใจ ไม่พอใจที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด และยังเพิ่งแพ้คดีในศาลปกครองที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าไปร้องถอนประกาศชะลอการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่เนื่องจากขณะนี้ยังเปิดให้ยื่นอุทธรณ์เพิ่มชื่อผู้สมัคร ขณะเดียวกันก็มาร้องต่อกมธ. ด้วย อาจจะทำให้ถูกมองว่าเป็นการใช้การเมืองกดดันกกต.สปส. หรือไม่ นายชลิต กล่าวว่า ไม่เท่าไหร่ ตนมองว่าเป็นสิ่งที่สาธารณะควรรับรู้อยู่แล้ว การทำงานของทีมประกันสังคมก้าวหน้าย้ำมาตลอดว่าทุกขั้นตอนต้องให้สังคมรับทราบ เราไม่มีทางทำงานในห้องปิด ดังนั้น เคสนี้หรือการที่เราต่อสู้เรียกร้องอะไรอยู่ก็พร้อมให้สาธารณะรับรู้ไปด้วยกัน

เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องนี้มีผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าในการสั่งการหรือไม่ นายชลิต กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ผู้ที่ลงนามตัดสิทธิ์ตนคือผอ.กองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม แต่ทั้งนี้ กกต.สปส. คนที่นั่งหัวโต๊ะคือปลัดกระทรวงแรงงาน

ขณะที่นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทางกมธ.การกฎหมายฯ จะต้องมีการตรวจสอบละเอียด รอบคอบ ส่วนกรณีคำถามว่าการที่ผู้เสียหายมาร้องต่อกมธ. จะเป็นการกดดันทางการเมืองหรือไม่ เอาการเมืองไปแทรกหรือไม่ ตนขอชี้แจงว่า ถ้าเรารู้สึกว่าการมีผู้มาร้องต่อกมธ. จะเหมือนเป็นการเอาการเมืองไปกดดันต่างๆนั้น ตนมองว่า หลายเรื่องอาจจะทำให้เราไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์สาธารณะได้ สิ่งที่เราทำอยู่คือทำทุกอย่างบนโต๊ะ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ หากกระบวนการกมธ.ถูกใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือในทางที่ไม่ถูกต้อง  ประชาชนและองค์กรตรวจสอบที่มักจะตรวจสอบพวกเราอยู่แล้ว ก็สามารถตรวจสอบได้ ย้ำว่าการที่เรารับเรื่องร้องเรียน เราไม่ได้จะฟังเพียงนายชลิต แต่ต้องฟังหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ขอให้สบายใจว่าทุกอย่างตั้งอยู่บนผลประโยชน์สาธารณะ ซึ่งกมธ.กฎหมายฯ ภารกิจสำคัญคือสร้างความเป็นธรรม  ผู้ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถมายื่นเรื่องได้ ฉะนั้น จะดำเนินการต่อและทำให้เกิดความโปร่งใสสูงสุด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img