ทนายสงกาญ์ ยื่นเรื่อง กมธ.ทหาร ตรวจสอบ “อนุทิน” ปมระงับออกใบ ป.3 และบังคับต่อใบ ป.4 ทุก 3 ปี ชี้ละเมิดสิทธิประชาชน พร้อมตั้งฉายารัฐบาล “หนูไขลาน”
วันที่ 21 ส.ค.2569 เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายราเชน ตระกูลเวียง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ หรือทนายสงกาญ์ ทนายความและนักกฎหมายชื่อดัง เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ใบ ป.3)
โดยนายสงกาญ์ ว่า การกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งหลักกฎหมายมหาชนตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืน และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กำหนดให้รัฐไม่อาจออกกฎหมายข้อบังคับที่เป็นการละเมิดสิทธิของพลเมือง โดยมิชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องที่ได้ เพื่อขอให้มีและใช้อาวุธปืนในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตน แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการระงับยับยั้ง ซึ่งเป็นการก้าวล่วงนิติบัญญัติตามพ.ร.บ. อาวุธปืนและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ยังมีนโยบาย เรื่องการขอต่อใบอนุญาตอาวุธปืน (ใบ ป.4) ทุกๆ 3 ปี ซึ่งเป็นการย้อนหลังเหมือนกฎหมายอาวุธปืนมาตรา 21 พ.ศ. 2477 ถึง 92 ปี แปลว่าไม่ทันสมัย และจากการรวบรวมสถิติใบ ป.4 ที่ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายมีประมาณ 6,200,000 กระบอก จึงถือเป็นความเดือดร้อน การที่ให้มาต่ออายุใบ ป.4 ทุก 3 ปี
นายสงกาญ์ กล่าวว่า ส่วนมาตรการของรัฐที่มีการเรียกเก็บอาวุธปืนและใบอนุญาต ป.4 จากเจ้าพนักงาน ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังทำประชาพิจารณ์อยู่นั้น ปรากฏว่าประชาชนที่มีใบ ป.4 ขานรับพร้อมส่งข้อความกันมาเต็มเป็นอักษรย่อคำว่า ค. ทั้งนั้น เพราะเขาเห็นว่าปืนเขาซื้อมาถูกต้องตามกฎหมาย ใบอนุญาต ป. 4 ใช้ได้ตลอดเวลาของการครอบครองอาวุธปืน แต่ปรากฏว่าจะมีการเรียกเก็บไว้เป็นการชั่วคราว ถามว่าปืนกว่า 6 ล้านกระบอก นายกรัฐมนตรีมีมาตรการที่จะดำเนินการอย่างไร นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังบอกกับประชาชนไม่ครบถ้วนถึงใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืนตามมาตรา 7 อยู่ตลอดเวลาสำหรับผู้ครอบครองอาวุธปืน ส่วนมาตรา 8 (ทวิ) ของพ.ร.บ. อาวุธปืน ในกรณีที่เราไม่มีใบอนุญาตพกพาหรือใบ ป.12 เราสามารถใช้มาตรา 8 ได้ กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์

นายสงกาญ์ กล่าวอีกว่า ตนจึงเห็นควรยื่นเรื่องนี้ต่อประธานรัฐสภา และคณะกรรมาธิการการทหาร เพื่อให้นำเรื่องนี้ขึ้นอภิปรายและระงับยับยั้ง อีกทั้งในวันที่ 24 ส.ค. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้นัดให้ตนไปชี้แจง เพื่อประกอบการพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เอาผิดนายกรัฐมนตรี ที่ออกกฎหมายละเมิดสิทธิ์ของพลเมือง ฉะนั้น ฝากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกกฎหมายย้อนหลังไป 92 ปี หากจะกลับไปใช้คงต้องฝากนายปกรณ์ ให้ทบทวนเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งกระทบฐานเสียงทั้งหมดของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาล และการที่ท่านมีมาตรการที่จะระงับใบ ป. 4 ที่ประชาชนซื้อมากระบอกละเป็นแสน เอามาเก็บรักษาไว้ชั่วคราว ตนขอถามว่ามีประชาชนคนใดจะมอบให้
จากนั้นนายสงกาญ์ ได้หยิบกรงที่มีหนูด้านใน พร้อมทั้งหยิบหนูออกมาขึ้นมา โชว์ และกล่าวว่า ตนขอตั้งฉายารัฐบาล “หนูไขลาน” คือเรื่องที่นายกฯ ควรทำ แต่นายกฯกลับไม่ทำ แทนที่จะทำปัญหาออนไลน์เว็บพนัน อาวุธปืนเถื่อน ที่ตนต้องออกมาบอก เพราะกระทบกับกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ นายกฯที่ต้องใช้อำนาจในฝ่ายบริหารกลับก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติ ไปสั่งระงับยับยั้งทั้งที่นายกฯ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ตนได้รับเรื่องร้องเรียนเยอะมาก
ก่อนที่นายสงกาญ์ จะนำหนู 3 ตัวให้นายราเชน นำไปมอบให้ประธานรัฐสภาให้ ซึ่งหนู 3 ตัวเป็นตัวแทนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปกรณ์ และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และได้ไขลานหนูทั้ง 3 ตัวปล่อยลงบนพื้น เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์
ด้านนายราเชน กล่าวว่า ทางกมธ.ฯ จะรับเรื่องนี้ เพื่อยื่นให้กับครม. ต่อไป



















