มติ‘วุฒิสภา’ฉลุย! 145 เสียงผ่านงบปี 70 ‘อนุทิน’ขอบคุณ‘สว.’-ยันใช้อย่างโปร่งใส

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

วุฒิฯมติท่วมท้น 145 เสียง เห็นชอบร่างงบฯ70 หลังใช้เวลาพิจารณากว่า 4 ชั่วโมง ด้าน “อนุทิน” ขอบคุณสว. ยืนยันนำทุกข้อสังเกตไปปรับปรุง พร้อมให้คำมั่นคุมเข้มการใช้งบฯ ให้โปร่งใส คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และตรวจสอบได้

วันที่ 11 ก.ย. 2569 ในการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายหลังจากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้น ต่อมา เวลา 15.10 น. หลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงถึงภาพรวมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยระบุว่าเป็นปีแรกที่รัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการจัดทำเอง ซึ่งมองว่าหากยังคงบริหารจัดการงบประมาณแบบเดิม ภายใน 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากภาระงบประมาณในแต่ละปี โดยเฉพาะงบรายจ่ายประจำมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ รายจ่ายดังกล่าวประกอบด้วยเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยสวัสดิการต่างๆ ซึ่งเป็นภาระผูกพันก้อนใหญ่ที่มีแต่จะเติบโตขึ้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องตั้งงบประมาณบางส่วนไว้ในงบกลางสำหรับเป็นเงินเลื่อนขั้น และต้องเริ่มต้นปฏิรูประบบราชการอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นสัดส่วนหลักของงบรายจ่ายประจำของภาครัฐ

สำหรับประเด็นที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา นายภราดรยืนยันว่า ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข้อครหาว่าเป็นเพราะอภิสิทธิ์การเป็น “กระทรวงลูกเทพ” จึงได้รับเงินเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะกระทรวงดีอีมีภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่ต้องนำงบไปขับเคลื่อนโครงการ GDCC (Government Data Center and Cloud) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์กลางของประเทศไทยสำหรับให้บริการหน่วยงานภาครัฐ

นายภราดรอธิบายเพิ่มเติมว่า เดิมทีหากให้แต่ละหน่วยงานแยกย้ายกันไปขอใช้งบประมาณเพื่อเช่าพื้นที่คลาวด์ จะมียอดรวมกันสูงถึงกว่า 9,000 ล้านบาท กระจายไปตามหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงดีอี รัฐบาลจึงมองเห็นความสำคัญของการมี “คลาวด์ภาครัฐ” ขึ้นมา เพื่อให้ทุกหน่วยงานเข้ามารวมศูนย์และเช่าใช้ในระบบเดียวกัน โดยตั้งงบประมาณไว้ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถลดลงไปได้ถึง 3,000 ล้านบาท ถือเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่าและช่วยประหยัดได้มากกว่าการปล่อยให้แต่ละหน่วยงานแยกกันจัดซื้อจัดจ้างแบบกระจัดกระจาย

จากนั้นเวลา 15.30 น.ประธานบุญส่งแจ้งว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มาร่วมในห้องประชุมแล้ว  เมื่อไม่มีผู้อภิปราย จึงแจ้งให้ลงมติว่าจะเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบฯปี 70 หรือไม่ ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นขอบด้วยคะแนน  145 เสียงต่อ 5 งดออกเสียง 12 แสดงว่าที่ประชุมเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกลาว

ต่อมาเวลา 15.39 นายกฯ กล่าวว่า ตนเพิ่งเดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจ ณ นอร์เวย์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถมาร่วมรับฟังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้ตั้งแต่ต้นเนื่องจากติดภารกิจในต่างประเทศ แต่มีความตั้งใจเต็มที่ที่จะเดินทางมาขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านด้วยตัวเองเพื่อเป็นการให้เกียรติอย่างยิ่ง

​”ขอขอบคุณท่านสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านที่ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2570 ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาต่างๆ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง ประชาชนมีความสุข สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐให้ตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

​นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า ข้อคิดเห็น คำแนะนำ และข้อห่วงใยต่างๆ ที่สมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายไว้ตลอดระยะเวลาการประชุม รัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณยิ่ง และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากงบประมาณปี 2570 อย่างเต็มประสิทธิภาพ

​นอกจากนี้ ยังได้กล่าวขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านที่ได้เสียสละและร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมถึงข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งรัฐบาลจะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ

​นายกฯ ให้ความมั่นใจแก่สมาชิกวุฒิสภาว่า นโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนดไว้ โดยรัฐบาลจะกำกับดูแลการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล มุ่งผลสัมฤทธิ์ และที่สำคัญคือ “ต้องตรวจสอบได้” ตามนโยบายที่วางไว้ เพื่อนำพาประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตอบสนองเจตนารมณ์ของรัฐบาลและความมุ่งปรารถนาดีของ สว. ทุกท่าน

จากนั้นประธานสั่งปิดประชุมเวลา 15.44 น.

อย่างไรก็ตามที่ประชุมวุฒิสภาใช้เวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 70 ประมาณ 6 ชั่วโมงกว่า

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img