“อดิศร เพียงเกตุ” สส.เพื่อไทย อภิปรายสภา ห่วงวิกฤตศรัทธา กกต.-สว. สะเทือนระบอบประชาธิปไตย หลังมติ 5 ต่อ 2 สั่งฟ้อง 77 ราย คดีฮั้ว สว. ปล่อยปลาใหญ่ฆ่าปลาสร้อย จี้เรียกความเชื่อมั่นคืน ก่อนร่ายกลอนสับเละ
วันที่ 16 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นางมัลลิกา จิระพันธ์ุวาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในวาระพิจารณารับทราบผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 ต่อมา นายอดิศร เพียงเกตุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นอภิปรายว่า รายงานของ กกต. ในครั้งนี้ช่างประจวบเหมาะกับสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองที่เลื่อนมา ซึ่ง กกต. ได้วินิจฉัยเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยตนเป็นผู้แทนราษฎรตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มี กกต. และเป็นคนหนึ่งที่อยากให้มีองค์กรมาดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ภายใต้สโลแกนโปร่งใส ยุติธรรม และเป็นกลาง แต่สถานการณ์กระบวนการได้มาซึ่ง สว. ปี 2567 กลับมีปัญหา แม้ กกต. จะมีคำวินิจฉัยแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งปกติน่าจะจบและสังคมรับได้ แต่การวินิจฉัยครั้งนี้กลับ “จบแล้วแต่ไม่จบ”
นายอดิศร กล่าวว่า มติที่ประชุม กกต. 5 ต่อ 2 เสียง ชี้ว่ามีผู้กระทำผิด 77 คน ในขณะที่เสียงข้างน้อย 2 เสียง เห็นว่ามีผู้กระทำผิดถึง 229 คน โดยไม่เว้นหน้าอิฐหน้าพรมและต้องส่งศาลฎีกา แม้ตามกฎหมายจะให้ถือเสียงข้างมาก แต่ประชาชนตามไม่ทันและอยากให้ฟ้องทั้ง 229 คน ส่งผลให้เสียงข้างน้อยที่ออกมาแถลงข่าวได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า จนทำให้ขณะนี้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระอย่าง กกต. ที่ประชาชนเคยหวังไว้ นอกจากนี้ ยังเกิดวิกฤตศรัทธาต่อสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งหากมีที่มาในลักษณะเช่นนี้ สังคมจะเกิดคำถามว่าควรจะมีต่อไปหรือไม่ จนประชาชนเริ่มรู้สึกว่า สว. มีก็ได้ไม่มีก็ได้ เปรียบเสมือน “ไส้ติ่ง” ซึ่งสภาวะวิกฤตศรัทธานี้ส่งผลสะเทือนต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง พร้อมตั้งคำถามถึง กกต. ว่าหากมีความคิดเห็นแตกต่างกันขนาดนี้จะเดินหน้าต่ออย่างไร
นายอดิศร ได้ร่ายบทกลอนสะท้อนการทำงานของ กกต. ว่า:“กกต. แตกคอต่างความคิด เสียงข้างมากวิปริตผิดข้างน้อย ฮั้ว สว. ล้างความผิดปิดร่องรอย ปล่อยปลาใหญ่ ฆ่าปลาสร้อยปลาซิวตาย”
นายอดิศร กล่าวต่อว่า สังคมตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของ กกต. 4 ท่านในฝั่งเสียงข้างมากว่ามาจาก สว. ชุดต้นเหตุ ทำให้สังคมไม่เชื่อถือคำวินิจฉัย ขณะนี้จึงเหลือเพียงระบบไต่สวนของศาลฎีกาที่จะเรียกพยานหลักฐานมาเพื่อกู้ศรัทธากลับคืนมา ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยอยากเห็นระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่การเอาชนะคะคานหรือเล่นการเมืองกระทืบซ้ำกันโดยไม่ห่วงความเสียหายของบ้านเมือง
“ผมขอให้กำลังใจประธานสภา ให้กำลังใจฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล กกต. เรียกความศรัทธาคืนมานะครับ อยากเห็นความศรัทธาต่อ สว. ต่อ กกต. ต่อสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมือง ฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ กลับคืนมา ขอให้ประชาธิปไตยจงเจริญ” นายอดิศร กล่าวทิ้งท้าย



















