รมช.มหาดไทย สั่งกรมการปกครองขยายผลตรวจสอบการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและ “บัตรเลข 0” ให้บุคคลต่างด้าวโดยมิชอบใน จ.สุราษฎร์ธานี กำชับตรวจตั้งแต่ผู้ยื่นคำร้อง เอกสาร ผู้รับรอง ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2 (SET ZERO)” หวังหาต้นตอข้อมูลเข้าสู่ระบบ ปิดช่องโหว่ และดำเนินการตามกฎหมายหากพบความผิด
เมื่อวันที่ 16 ก.ย.69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เดินหน้าตรวจสอบและดำเนินการกับขบวนการทุจริตเกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน รวมถึงการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือที่เรียกว่า “บัตรเลข 0” ให้แก่บุคคลต่างด้าวโดยมิชอบ หลังพบประเด็นที่ต้องขยายผลในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี
นายวรศิษฎ์กำหนดแนวทางให้การตรวจสอบครั้งนี้ดำเนินการอย่างครบถ้วนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ไม่ใช่เพียงตรวจสอบตัวบุคคลหรือแก้ไขข้อมูลที่พบความผิดปกติในระบบเท่านั้น
แต่ต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึงกระบวนการจัดทำทะเบียน เอกสารประกอบคำร้อง ผู้ยื่นคำร้อง ผู้รับรอง ตลอดจนเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นภาพรวมของกระบวนการทั้งหมด
หากพบการกระทำที่เข้าข่ายความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
จากแนวทางดังกล่าว กรมการปกครอง โดย ศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน หรือ DOPA N.I.C.E. Center จึงเปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2 (SET ZERO)” ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อขยายผลจากปฏิบัติการก่อนหน้า และตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน รวมถึงการออกบัตรเลข 0 โดยมิชอบ
รมช.มหาดไทยกำชับว่า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ควรสิ้นสุดเพียงการพบข้อมูลผิดปกติ แต่ต้องสามารถตอบให้ได้ว่า “ข้อมูลเข้าสู่ระบบได้อย่างไร ใครเกี่ยวข้อง และช่องโหว่อยู่ตรงไหน”
เป้าหมายสำคัญคือการนำผลการตรวจสอบไปสู่การปิดช่องโหว่ของระบบอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก
ให้ชุดปฏิบัติการพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ มท. 4 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและชุดปฏิบัติการในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการตรวจสอบ ขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐานตามอำนาจหน้าที่
พร้อมกันนี้ จะมีการแถลงผลการปฏิบัติและรายละเอียดความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อการดำเนินการมีข้อมูลและพยานหลักฐานที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้
แนวทางดังกล่าวยังเป็นการแบ่งบทบาทระหว่างฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติอย่างชัดเจน โดยฝ่ายนโยบายทำหน้าที่กำหนดทิศทางและกำกับการทำงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่และชุดปฏิบัติการในพื้นที่จะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง ผลการตรวจสอบ และการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อประชาชนอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน
นายวรศิษฎ์ย้ำว่า ระบบทะเบียนราษฎรถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญของประเทศ การนำข้อมูลบุคคลเข้าสู่ระบบโดยมิชอบจึงเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง
หากพบช่องโหว่ในกระบวนการ จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขควบคู่ไปกับการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้
สำหรับการเดินหน้าปฏิบัติการ “SET ZERO” จึงไม่ได้มุ่งจัดการเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมุ่งตรวจสอบและขยายผลไปถึงต้นตอของกระบวนการ เพื่อค้นหาช่องโหว่และยกระดับความถูกต้อง รวมถึงความมั่นคงของระบบทะเบียนราษฎรในระยะยาว



















