“…..ตัวเลขการสมัครโครงการ “พลทหารอาสา” ไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนผู้ที่สนใจเข้ารับราชการทหาร แต่ยังสะท้อนถึงการเปิดทางเลือกให้คนรุ่นใหม่ได้ตัดสินใจและวางแผนอนาคตของตนเอง….”
@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 19 ก.ย.69 หลังจากที่กระทรวงกลาโหมเปิดรับสมัครโครงการ “พลทหารอาสา” ประจำปี 2570 ระหว่างวันที่ 10–17 กันยายน 2569 สรุปว่ามีผู้สมัครสะสมแล้ว 7,898 นาย คิดเป็น 31.59% จากยอดเปิดรับทั้งหมด 25,000 นาย

@@@……กระทรวงกลาโหม รายงานว่า เฉพาะวันที่ 17 กันยายน 2569 มีผู้สมัครเพิ่ม 492 นาย แบ่งเป็น กองทัพบก 427 นาย กองทัพเรือ 37 นาย กองทัพอากาศ 24 นาย และกองบัญชาการกองทัพไทย 4 นาย สำหรับผู้สมัครสะสม 7,898 นาย แบ่งเป็น ทหารกองเกิน 5,391 นาย ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 จำนวน 1,309 นาย และทหารกองประจำการที่ครบกำหนดปลด (เลื่อนปลด) จำนวน 1,198 นาย ขณะที่ช่องทางการรับรู้ข้อมูลโครงการ พบว่า สัสดี เป็นช่องทางหลัก 53.55% รองลงมา หน่วยทหาร 27.67% และ Social Media 18.79%
@@@……ทั้งนี้ ตัวเลขการสมัครในช่วง 8 วันแรก ไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนผู้ที่สนใจเข้ารับราชการทหาร แต่ยังสะท้อนถึงการเปิดทางเลือกให้คนรุ่นใหม่ได้ตัดสินใจและวางแผนอนาคตของตนเอง เพราะแนวคิดของ “พลทหารอาสา” ไม่ได้จบเพียงวันที่สมัครเข้ามา แต่คือการต่อยอดช่วงเวลาของการรับราชการให้กลายเป็น “โอกาส” ทั้งด้านสิทธิและสวัสดิการ การพัฒนาตนเอง การศึกษา อาชีพ และการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต โดยจะเปิดรับสมัครพลทหารอาสา ประจำปี 2570 ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 – 24 มกราคม 2570 ผ่านระบบออนไลน์

@@@……ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 6 โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพไทย โดยกองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในปีงบประมาณ 2569 ดังนี้
@@@……กองบัญชาการกองทัพไทย มุ่งเตรียมความพร้อมรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ภายใต้แนวทาง Kingdom – People – Future – Commitment ให้ความสำคัญกับการพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ การเสริมสร้างความพร้อมรบ และการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ขับเคลื่อน RTARF 2050 ด้วยเทคโนโลยี AI, Cloud อากาศยานไร้คนขับ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมบูรณาการขีดความสามารถด้านข่าวกรอง ไซเบอร์ การสื่อสาร และสงครามอิเล็กทรอนิกส์ รองรับสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน ตลอดจนเร่งพัฒนาการยิงระยะไกล การข่าวร่วม การปฏิบัติการพิเศษร่วม และหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วม (JCC) เพื่อรองรับการปฏิบัติการร่วมในทุกมิติ
@@@……กองทัพบก มุ่งพัฒนากองทัพให้ทันสมัยและพร้อมรองรับภัยคุกคามในอนาคต ทั้งในด้านกำลังพลและยุทโธกรณ์ ตลอดจนแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับภัยคุกคาม รวมทั้งการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และผลิตยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ ตลอดจนยกระดับศูนย์ฝึกและมาตรฐานการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชน กองทัพเรือ ดำรงภารกิจพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ควบคู่กับการปกป้องอธิปไตยบริเวณชายแดนจันทบุรี-ตราด และเขตแดนทางทะเล พร้อมรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและความปลอดภัยในการเดินเรือ ดำเนินการสกัดกั้นยาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง และอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติและภัยทางทะเล ตลอดจนเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ครั้งที่ 20 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค

@@@……กองทัพอากาศ ดำรงการถวายพระเกียรติ ถวายความปลอดภัย และสนับสนุนพระราชกรณียกิจพร้อมป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติครอบคลุมมิติทางอากาศ ไซเบอร์ และอวกาศ รวมถึงปฏิบัติการทางอากาศร่วมกับเหล่าทัพในการรักษาอธิปไตยจากสถานการณ์ชายแดนด้านตะวันออก สนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยเหลือประชาชนจากสาธารณภัย ตลอดจนส่งเสริมการวิจัย และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถด้วยเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
@@@……สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนกองทัพไทยในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ โดยจัดกำลังตำรวจตระเวนชายแดนปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหารตามแผนป้องกันชายแดนทั่วประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับสถานการณ์ชายแดนด้านตะวันออก จัดกำลังปฏิบัติร่วมกับกองกำลังทหารในพื้นที่ 7 จังหวัด พร้อมสนับสนุนหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตลอดจนสกัดกั้นยาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และอาวุธปืนผิดกฎหมาย เพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติอย่างต่อเนื่อง
@@@……นอกจากนี้ได้นำเสนอระบบควบคุมบังคับบัญชาและการพัฒนาระบบเชื่อมโยงยุทธวิธี (Tactical Data Link) มีสาระสำคัญดังนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย นำเสนอการพัฒนาขีดความสามารถระบบควบคุมบังคับบัญชากองทัพไทย ซึ่งเป็นการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง โดยกองทัพไทยได้กำหนด Domain เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถออกเป็น 7 Domain สำหรับการขับเคลื่อนที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชา การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ซึ่งอาศัยปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่ เสถียรภาพของระบบเครือข่าย การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์มีการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัย การแบ่งปันข้อมูลทุกมิติให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อการปฏิบัติการร่วมที่มีประสิทธิภาพในอนาคต มุ่งเน้นการพัฒนาภายในประเทศและลิขสิทธิ์ของคนไทย เพื่อให้เกิดอธิปไตยทางเทคโนโลยี รวมทั้งการสนับสนุนให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
@@@……กองทัพบก เดินหน้าพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ตามแผนพัฒนาด้านดิจิทัลกองทัพบก พ.ศ. 2566–2570 เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการอำนวยการ การสั่งการ และการสนับสนุนภารกิจทางทหารให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งสู่การประยุกต์ใช้ระบบ C6ISR ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันเวลา ทั้งนี้ กองทัพบกให้ความสำคัญกับการบูรณาการระบบและมาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อรองรับการปฏิบัติภารกิจในทุกระดับ รวมถึงการปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบกให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
@@@……กองทัพเรือ นำเสนอการพัฒนาระบบ C4ISR เพื่อสนับสนุนการควบคุมบังคับบัญชาในระดับยุทธการการแสดงภาพสถานการณ์ และการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา ให้มีความรวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้โดยติดตั้งระบบให้กับศูนย์ปฏิบัติการและกำลังรบที่สำคัญ ทั้งกำลังทางเรือ อากาศนาวี สถานีตรวจการณ์ทางทะเล และระบบอากาศยานไร้คนขับ ควบคู่กับการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกำลังทางเรือ รองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครื่องบินขับไล่ Gripen และเครื่องบิน Saab 340 AEW ของกองทัพอากาศ ในการปฏิบัติการร่วมกองทัพเรือ และกองทัพอากาศสำหรับการพัฒนาในอนาคต กองทัพเรือมีแผนเพิ่มขีดความสามารถของระบบ C4ISR ให้รองรับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ การแสดงภาพสถานการณ์ทางบกและทางทะเล และข้อมูลจำนวนมาก ตลอดจนพัฒนาและติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีให้กับเรือฟริเกตที่จัดหาใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการร่วมทั้งภายในกองทัพเรือและระหว่างเหล่าทัพต่อไป
@@@……กองทัพอากาศ นำเสนอการพัฒนากำลังกองทัพอากาศ ตามแนวทางการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง โดยปัจจุบันกองทัพอากาศมีระบบบัญชาการและควบคุม ACCS ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยง ข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ของกองทัพอากาศ และใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีกับอากาศยานแบบต่าง ๆ อยู่ทั้งหมด 4 ระบบ โดยสามารถส่งภาพสถานการณ์ร่วมให้กับกองทัพเรือได้ ซึ่งกองทัพอากาศได้รับสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาจากโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนในการเชื่อมโยงข้อมูลระดับประเทศ ระหว่างเหล่าทัพและหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ เพื่อให้ทุกเหล่าทัพสามารถปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
@@@……สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำเสนอการพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาและระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี เพื่อรองรับการจัดการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 โดยระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการสั่งการหน่วยปฏิบัติให้สามารถทำงานบนภาพสถานการณ์เดียวกันอย่างรวดเร็ว และมีเอกภาพ และการสนับสนุนภารกิจกองทัพไทยในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้แก่ งานป้องกันและรักษาสถานการณ์ชายแดน งานสนับสนุนภารกิจการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การปฏิบัติภารกิจร่วมกับกองทัพไทย (หน่วยควบคุมทางยุทธการ) ในการภารกิจป้องกันอธิปไตย และการรักษาผลประโยชน์ของชาติ โดยได้วางกำลังควบคุมช่องทางธรรมชาติ เพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมตามแนวชายแดน
@@@……ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติอย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัยในช่วงฤดูฝน พร้อมกล่าวขอบคุณเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และประสานความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ทั้งในการดำเนินงานตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา และภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคง ความปลอดภัย และการพิทักษ์รักษาสถาบันหลักของชาติ

@@@……กองทัพเรือ….พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ พลเรือเอก ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางทหาร เพื่อสนับสนุนโครงการจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T ของกองทัพเรือ ในการนี้ พล.ร.อ. นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ในนามกองบัญชาการกองทัพไทย ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติปักกิ่ง (Beijing International Convention Center: BICC) ระหว่างการประชุม Beijing Xiangshan Forum ครั้งที่ 13 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
@@@……การลงนามครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของโครงการจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T และเป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ ซึ่งต่างให้ความสำคัญและร่วมกันสนับสนุนการดำเนินโครงการ เพื่อให้กองทัพเรือไทยมีเรือดำน้ำที่มีประสิทธิภาพ มีความพร้อมในการปฏิบัติการ และสามารถเข้าประจำการได้ตามเป้าหมาย อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในระยะยาว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้กำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการประสานงานกันของทั้งสองประเทศ การแก้ไขประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อแผนงาน และการรักษาผลประโยชน์ของกองทัพเรือและประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและบรรลุผลตามกรอบเวลาที่กำหนด

@@@……ภายหลังการลงนาม กองทัพเรือจะได้เดินหน้าติดตามการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดการบริหารโครงการในทุกด้าน ทั้งด้านเทคนิค การก่อสร้าง การทดสอบระบบ การฝึกอบรมกำลังพล และการเตรียมความพร้อมด้านการส่งกำลังบำรุง โดยมีเป้าหมายให้สามารถส่งมอบเรือดำน้ำได้ทันตามกำหนด หรือหากสามารถดำเนินการได้ ให้เร็วกว่ากำหนด ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา มาตรฐานทางเทคนิค และหลักความปลอดภัยอย่างครบถ้วน
@@@……กองทัพเรือยืนยันว่าจะบริหารโครงการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรือดำน้ำแบบ S26T มีประสิทธิภาพและความพร้อมสูงสุดก่อนเข้าประจำการ สามารถเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตย และการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความสำเร็จของโครงการครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ
…………..
คอลัมน์ : “Military Key”
โดย.. “รหัสมอร์ส”



















