โฆษกรัฐบาลยันข่าวเจ้าหน้าที่บริหาร IMF ตำหนิประเทศไทยไม่เป็นความจริง ชี้เป็นการบิดเบือนคำพูดที่กล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจโลก พร้อมส่งข้อมูลให้ศูนย์ข่าวปลอมตรวจสอบ ขอประชาชนเช็กข้อเท็จจริงก่อนแชร์ ย้ำไม่ต้องสนับสนุนรัฐบาล แต่ขอให้มองการประชุมระดับโลกครั้งนี้เป็นโอกาสของประเทศ
เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 15 ต.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมประจำปี 2026 ของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า ขณะนี้การประชุมดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว โดยผู้เข้าร่วมงานหลายฝ่ายแสดงความประทับใจต่อการจัดงานและเนื้อหาการประชุมที่เข้มข้น ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมแสดงบทบาทของประเทศไทยบนเวทีด้านการเงินและการคลังระหว่างประเทศ
นายเอกภพกล่าวว่า ต้องการให้ประชาชนช่วยกันสังเกตข้อมูลข่าวสารที่อาจมีเจตนาดิสเครดิตการจัดประชุม โดยมีการเผยแพร่ข่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่บริหาร IMF ตำหนิประเทศไทย ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากคำกล่าวดังกล่าวเป็นการพูดถึงปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ไม่ได้เจาะจงตำหนิประเทศไทยแต่อย่างใด
ในทางกลับกัน ยังมีการกล่าวถึงโอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงศักยภาพของภูมิภาคในการขยายการค้าระหว่างประเทศ แต่กลับมีเพจที่อ้างตัวเป็นสำนักข่าวนำข้อมูลไปบิดเบือนจนเกิดความเข้าใจผิด โดยรัฐบาลได้ส่งข้อมูลให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกรมประชาสัมพันธ์ตรวจสอบแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีกรณีการตัดบางช่วงคำพูดของนายกรัฐมนตรีจากเวที CNN Global Perspectives: In Bangkok ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุม World Bank โดยมุ่งนำเสนอมุมมองของประเทศไทยต่อประชาคมโลก แต่กลับเลือกนำเสนอเฉพาะช่วงที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโอเลี้ยงว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ได้สะท้อนภาพรวมของเนื้อหาที่กล่าวถึงการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยก้าวสู่เวทีโลก การเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย และความพยายามผลักดันประเทศให้เป็นที่จับตามองในระดับนานาชาติ
นายเอกภพระบุว่า การประชุม World Bank ครั้งนี้เป็นสิ่งที่คนไทยควรภาคภูมิใจ โดยเมื่อ 35 ปีก่อน ธนาคารโลกเคยจัดการประชุมในประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นประเทศยังมีฐานะยากจน ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด การที่ประเทศไทยได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพอีกครั้งจึงเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศ
อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียใจที่บางกลุ่มนำเสนอข้อมูลที่ทำให้สิ่งซึ่งควรเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยต้องมัวหมอง เพียงเพราะต้องการโจมตีรัฐบาล จึงขอให้ประชาชนร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีในช่วงครึ่งหลังของการประชุม โดยไม่จำเป็นต้องชื่นชอบหรือสนับสนุนรัฐบาล แต่ขอให้พิจารณาการประชุมอย่างเป็นกลาง และมองถึงประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศจะได้รับ มากกว่าการมองว่าเป็นผลงานของรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี
ส่วนกรณีข่าวที่เผยแพร่ผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ นายเอกภพกล่าวว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้เผยแพร่เป็นสำนักข่าวหรือไม่ แต่รัฐบาลได้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายข่าวปลอมหรือไม่ พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีเป้าหมายจะเอาผิดหรือฟ้องร้องผู้เผยแพร่เป็นหลัก แต่อยากให้ทุกฝ่ายนำเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริง เนื่องจากการแชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบอาจสร้างความเสียหายได้
เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเข้าไปในพื้นที่การประชุม และเตรียมปักหลักค้างคืนในวันที่ 18 ต.ค. จะส่งผลกระทบหรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่า ยังไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของผู้ชุมนุม แต่เห็นว่าทุกฝ่ายสามารถพูดคุยกันได้ พร้อมย้ำว่าการชุมนุมเป็นสิทธิโดยชอบ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นและไม่กระทำผิดกฎหมาย หากมีข้อกังวลหรือความไม่สบายใจ ควรใช้การพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน



















