“เทพไท”จับตา“องครักษ์พิทักษ์18รมต.” ชี้เป้า“พท.-กธ.”ร่วมวงปกป้องหวังซื้อใจ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


“เทพไท ” วิเคราะห์ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล 18 คน ชี้ญัตติผ่านการตรวจสอบและบรรจุวาระแล้ว จับตา 3 ประเด็น ทั้งเนื้อหาญัตติ กรอบวันอภิปรายที่ฝ่ายค้านขอ 5 วัน แต่รัฐบาลต้องการ 3 วัน และบทบาท “องครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี” โดยเฉพาะ สส.เพื่อไทยและกล้าธรรม จะเข้ามาช่วยปกป้องรัฐมนตรีภูมิใจไทย หวังสร้างความได้เปรียบทางการเมืองก่อนปรับ ครม.หรือไม่

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ “จับตาบทบาทองครักษ์ จากพรรคเขียวและแดง” วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 18 คน ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 โดยมองว่ามี 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ว่า

จับตาบทบาทองครักษ์ จากพรรคเขียวและแดง

หลังจากได้ฟังคำชี้แจงของนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับญัตติขอเปิดอภิปรายไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ให้พรรคร่วมฝ่ายค้านปรับปรุงความถูกต้องทางภาษา เช่น การแก้ไขคำเชื่อม และการตัดคำที่ซ้ำซ้อนออก เพื่อให้ญัตติมีความสมบูรณ์ถูกต้องตามระเบียบพิธีการ แต่เนื้อหาหลักยังคงเดิม ไม่มีการแตะต้องตัดทอน หรือดัดแปลงข้อกล่าวหาหลัก รวมถึงสาระสำคัญและประเด็นความผิดพลาดต่างๆ ที่ฝ่ายค้านเสนอมาตั้งแต่แรก

ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตรวจสอบเนื้อหาแล้ว และพิจารณาอนุญาตให้บรรจุญัตติดังกล่าว เข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนส่งหนังสือแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อประสานงานและกำหนดกรอบวันเวลา ที่จะเปิดอภิปรายต่อไป

สรุปได้ว่าปัญหาการยื่นญัตติอภิปรายไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน ของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น มีประเด็นที่จะพิจารณาอยู่3ประเด็น คือ

1.ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื้อหาของญัตติ เมื่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกมายืนยันว่า ไม่มีการแก้ไข และประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติแล้ว ก็เห็นด้วยว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในญัตติ ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ทำให้สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านสามารถอภิปรายได้เต็มที่ เพราะเนื้อหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครอบคลุมเนื้อหาและถ้อยคำการอภิปรายทั้งหมด ถ้าหากส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายที่มีถ้อยคำรุนแรง ดุเดือดไปบ้าง ก็ถือว่าอยู่ในขอบเขตเนื้อหาของญัตติ ไม่สามารถจะประท้วงได้ และบุคคลที่ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ก็สามารถวินิจฉัยตามกรอบของญัตติ เป็นเรื่องที่ดีจะได้ไม่มีการประท้วงกันให้วุ่นวาย

2.การกำหนดวันเวลาอภิปราย เมื่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีก็รับทราบ แต่ไม่ควรจะกำหนดจำนวนวันเวลาที่อภิปราย เพราะคณะรัฐมนตรีเป็นฝ่ายถูกตรวจสอบ การกำหนดวันอภิปรายว่าจะใช้เวลาอภิปรายกี่วัน ควรเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน และดุลพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องพิจารณาว่า การอภิปรายรัฐมนตรีรายบุคคล 18 คน มีเนื้อหาหลายประเด็นหรือไม่ และต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเหมาะสม ไม่ควรเอาจำนวนวันมากำหนดการอภิปราย ควรจะคำนึงถึงเนื้อหาสาระของการอภิปรายมากกว่า ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เคยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนานถึง7วัน7คืนก็เคยมีมาแล้ว ครั้งนี้เมื่อฝ่ายค้านขอระยะเวลา5วัน แต่ฝ่ายรัฐบาลจะให้เวลา3วัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรควรจะใช้ดุลพินิจพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย

3.เรื่ององครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ สำหรับพรรคภูมิใจไทยน่าจะเป็นเรื่องปกติ ที่จะใช้สิทธิ์ความเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เพราะทั้ง 18 คนเป็นรัฐมนตรีสังกัดพรรคภูมิใจไทย จะต้องทำหน้าที่เรียกคะแนนนิยมภายในพรรค ให้เห็นว่าส.ส.ของพรรคปกป้องรัฐมนตรีของพรรคอย่างเต็มที่ แต่ที่น่าจับตามอง คือส.ส.พรรคการเมืองที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เช่นส.ส.พรรคเพื่อไทยและส.ส.พรรคกล้าธรรม ซึ่งจะต้องจับตาดูว่า ส.ส.ของ2พรรคนี้ จะแย่งชิงบทบาทการเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายหรือไม่ หวังเรียกคะแนนนิยมหรือซื้อใจจากพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งส.ส.จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายคอยที่จะร่วมรัฐบาล คงแสดงบทบาทเพื่อให้เข้าตาครูใหญ่และนายกรัฐมนตรี หวังจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหลังจากเสร็จสิ้นสุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว

เพราะฉะนั้นจากนี้ไป ต้องจับตาดูว่า เมื่อกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตกผลึกว่ามีการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจกี่วัน และจะมีการทำหน้าที่เป็นองครักษ์ให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจำนวนกี่คน และมีบทบาทในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความกรณี

จับตาบทบาทองครักษ์ จากพรรคเขียวและแดง

หลังจากได้ฟังคำชี้แจงของนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับญัตติขอเปิดอภิปรายไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ให้พรรคร่วมฝ่ายค้านปรับปรุงความถูกต้องทางภาษา เช่น การแก้ไขคำเชื่อม และการตัดคำที่ซ้ำซ้อนออก เพื่อให้ญัตติมีความสมบูรณ์ถูกต้องตามระเบียบพิธีการ แต่เนื้อหาหลักยังคงเดิม ไม่มีการแตะต้องตัดทอน หรือดัดแปลงข้อกล่าวหาหลัก รวมถึงสาระสำคัญและประเด็นความผิดพลาดต่างๆ ที่ฝ่ายค้านเสนอมาตั้งแต่แรก

ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตรวจสอบเนื้อหาแล้ว และพิจารณาอนุญาตให้บรรจุญัตติดังกล่าว เข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนส่งหนังสือแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อประสานงานและกำหนดกรอบวันเวลา ที่จะเปิดอภิปรายต่อไป

สรุปได้ว่าปัญหาการยื่นญัตติอภิปรายไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน ของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น มีประเด็นที่จะพิจารณาอยู่3ประเด็น คือ

1.ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื้อหาของญัตติ เมื่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกมายืนยันว่า ไม่มีการแก้ไข และประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติแล้ว ก็เห็นด้วยว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในญัตติ ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ทำให้สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านสามารถอภิปรายได้เต็มที่ เพราะเนื้อหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครอบคลุมเนื้อหาและถ้อยคำการอภิปรายทั้งหมด ถ้าหากส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายที่มีถ้อยคำรุนแรง ดุเดือดไปบ้าง ก็ถือว่าอยู่ในขอบเขตเนื้อหาของญัตติ ไม่สามารถจะประท้วงได้ และบุคคลที่ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ก็สามารถวินิจฉัยตามกรอบของญัตติ เป็นเรื่องที่ดีจะได้ไม่มีการประท้วงกันให้วุ่นวาย

2.การกำหนดวันเวลาอภิปราย เมื่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีก็รับทราบ แต่ไม่ควรจะกำหนดจำนวนวันเวลาที่อภิปราย เพราะคณะรัฐมนตรีเป็นฝ่ายถูกตรวจสอบ การกำหนดวันอภิปรายว่าจะใช้เวลาอภิปรายกี่วัน ควรเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน และดุลพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องพิจารณาว่า การอภิปรายรัฐมนตรีรายบุคคล 18 คน มีเนื้อหาหลายประเด็นหรือไม่ และต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเหมาะสม ไม่ควรเอาจำนวนวันมากำหนดการอภิปราย ควรจะคำนึงถึงเนื้อหาสาระของการอภิปรายมากกว่า ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เคยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนานถึง7วัน7คืนก็เคยมีมาแล้ว ครั้งนี้เมื่อฝ่ายค้านขอระยะเวลา5วัน แต่ฝ่ายรัฐบาลจะให้เวลา3วัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรควรจะใช้ดุลพินิจพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย

3.เรื่ององครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ สำหรับพรรคภูมิใจไทยน่าจะเป็นเรื่องปกติ ที่จะใช้สิทธิ์ความเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เพราะทั้ง 18 คนเป็นรัฐมนตรีสังกัดพรรคภูมิใจไทย จะต้องทำหน้าที่เรียกคะแนนนิยมภายในพรรค ให้เห็นว่าส.ส.ของพรรคปกป้องรัฐมนตรีของพรรคอย่างเต็มที่ แต่ที่น่าจับตามอง คือส.ส.พรรคการเมืองที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เช่นส.ส.พรรคเพื่อไทยและส.ส.พรรคกล้าธรรม ซึ่งจะต้องจับตาดูว่า ส.ส.ของ2พรรคนี้ จะแย่งชิงบทบาทการเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายหรือไม่ หวังเรียกคะแนนนิยมหรือซื้อใจจากพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งส.ส.จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายคอยที่จะร่วมรัฐบาล คงแสดงบทบาทเพื่อให้เข้าตาครูใหญ่และนายกรัฐมนตรี หวังจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหลังจากเสร็จสิ้นสุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว

เพราะฉะนั้นจากนี้ไป ต้องจับตาดูว่า เมื่อกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตกผลึกว่ามีการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจกี่วัน และจะมีการทำหน้าที่เป็นองครักษ์ให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจำนวนกี่คน และมีบทบาทในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างไรบ้าง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img