‘รังสิมันต์’ลั่น!ซักฟอกรัฐบาลต้องได้ 5 วัน ซัดให้เวลาแค่ 3 วันสะท้อนเหมือนร้อนตัว

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“รังสิมันต์ โรม” ยืนยันฝ่ายค้านต้องได้เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน หลังรัฐบาลเตรียมให้เพียง 3 วัน ชี้มีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมเผยมีแหล่งข่าวส่งข้อมูลให้ต่อเนื่อง มั่นใจข้อมูลมีคุณภาพสูง แต่จะถึงขั้นน็อกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ สส. ในสภา

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมกำหนดกรอบเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน ว่า สะท้อนให้เห็นถึงอาการร้อนตัวของรัฐบาล ซึ่งอาจรู้ตัวว่ามีเรื่องที่ต้องชี้แจงจำนวนมาก จึงพยายามจำกัดเวลาของฝ่ายค้าน ทั้งที่การอภิปรายครั้งนี้มีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน ถือเป็นจำนวนมาก และแทบจะเป็นครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพื่ออธิบายรายละเอียดให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างครบถ้วน

นายรังสิมันต์กล่าวว่า หากรัฐบาลคิดว่ามีเสียงสนับสนุนเพียงพอในสภาแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหา ก็ต้องระวังว่าแนวคิดเช่นนี้อาจยิ่งส่งผลเสียต่อรัฐบาล เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ควรมีเวลาอย่างเพียงพอในการชี้แจงข้อกล่าวหาแต่ละประเด็นอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีการหารือกับฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรอบเวลา หากรัฐบาลกำหนดเวลาไว้เพียง 3 วันโดยไม่พูดคุยกันก่อน อาจทำให้ประชาชนเกิดคำถามมากขึ้นว่า รัฐบาลกำลังกังวลหรือหวาดกลัวอะไร

เมื่อถามถึงกรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะวิปรัฐบาล ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า จะเว้นช่วงวันที่ 27-29 ต.ค. ไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และลงมติวันที่ 30 ต.ค. ก่อนเดินทางไปต่างประเทศนั้น

นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องกำหนดวันเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่จุดยืนของพรรคประชาชนยังคงต้องการเวลาอภิปราย 5 วัน โดยขณะนี้วิป 3 ฝ่ายยังไม่ได้หารือร่วมกัน

นายรังสิมันต์ย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่กิจกรรมที่กำหนดตามความสะดวกของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี แต่เป็นวาระของสภาผู้แทนราษฎร ตามหลักการของรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งรัฐบาลต้องบริหารประเทศภายใต้ความไว้วางใจของสภา จึงไม่ควรนำความสะดวกของนายกรัฐมนตรีมาเป็นเงื่อนไขหลัก แต่ควรยึดวาระของสภาเป็นสำคัญ

ส่วนการจัดสรรเวลาและการเคลียร์ตารางงาน ควรเป็นเรื่องที่วิปทั้ง 3 ฝ่ายหารือร่วมกัน โดยยืนยันว่า หากกำหนดเวลาไว้เพียง 3 วัน ก็แทบไม่มีประโยชน์ที่จะเจรจากัน เพราะการอภิปรายไม่ได้มีเฉพาะพรรคประชาชน แต่ยังมีพรรคฝ่ายค้านอื่นเข้าร่วมด้วย อีกทั้งยังต้องเผื่อเวลาสำหรับการประท้วงจากฝ่ายรัฐบาลระหว่างการอภิปรายด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ว่า มีบุคคลในพรรคภูมิใจไทยส่งข้อมูลหรือข้อสอบมาให้ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และขณะนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งข่าวได้ แต่ยืนยันว่ามี “นาตาชา” หรือสายลับของพรรค คอยส่งข้อมูลมาให้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนจะมีข้อมูลที่เป็นหมัดน็อกหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ระบุว่า เชื่อมั่นว่าข้อมูลที่มีอยู่มีคุณภาพสูง แต่จะสามารถน็อกฝ่ายรัฐบาลได้หรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของ สส. ในสภา

นายรังสิมันต์กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรซับซ้อน เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ที่มองว่ามีการรวบอำนาจและกอบโกยผลประโยชน์อย่างกว้างขวาง เป็นสิ่งที่สังคมควรตั้งคำถามว่ายอมรับกันได้จริงหรือไม่ พร้อมส่งสัญญาณถึง สส. ทุกคน ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่า ไม่ควรยอมทนต่อสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” อีกต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img