‘ศิริโชค โสภา’ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ โต้คำชี้แจง ‘ศุภชัย ใจสมุทร’ ประธานฝ่ายกฎหมายภูมิใจไทย ปมเงินบริจาคพรรค ชี้ข้อมูลขัดกับคำอธิบายของโฆษกพรรค ตั้งคำถาม ‘สุชาดา’ บริจาคเดือนละ 1 หมื่นบาทตั้งแต่ก่อนเป็น สส. เงินมาจากไหน พร้อมจี้แจงเหตุไม่พบชื่อบริจาคหลังย้ายกระทรวง ย้ำใบเสร็จรับเงินไม่ได้พิสูจน์ที่มาของเงิน
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงการชี้แจงของบุคลากรพรรคภูมิใจไทย ทั้งโฆษกพรรคและประธานฝ่ายกฎหมาย กรณีเงินบริจาคของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “สส.ไอเดียร์” โดยระบุว่าคำชี้แจงของทั้งสองฝ่ายมีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ได้ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้บริจาคที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่แล้วหรือไม่
นายศิริโชคระบุว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาชี้แจงเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรค พร้อมท้าให้ตนยื่นเรื่องยุบพรรค โดยกล่าวในทำนองว่าพร้อมรับมือและเตรียมรอไว้แล้ว
ทั้งนี้ นายศุภชัยอธิบายว่า พรรคภูมิใจไทยมีข้อตกลงให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบริจาคเงินตามตำแหน่ง ได้แก่ เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี เดือนละ 10,000 บาท สส. เดือนละ 30,000 บาท และรัฐมนตรี เดือนละ 50,000 บาท โดยระบุว่าเป็นแนวทางที่ดำเนินการมานานและสามารถตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม นายศิริโชคกล่าวว่า จากบัญชีเงินบริจาคที่ตนตรวจสอบพบว่า ในปี 2568 ซึ่งพรรคภูมิใจไทยยังร่วมรัฐบาล มีรายชื่อรัฐมนตรีบริจาคเงินเพียง 2-3 คน ส่วนในช่วงรัฐบาล “อนุทิน 1” กลับไม่พบรายชื่อรัฐมนตรีบริจาคตามอัตราที่นายศุภชัยชี้แจง จึงตั้งคำถามว่ามีการบริจาคทุกเดือนจริงหรือไม่ หรือข้อตกลงดังกล่าวใช้กับบุคคลเพียงบางกลุ่ม
นายศิริโชคกล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำชี้แจงเกี่ยวกับเงินบริจาคของ น.ส.สุชาดา ก่อนหน้านี้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย อธิบายว่าเงินบริจาคดังกล่าวเป็นเงินที่หักจากเงินเดือน สส. โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งให้พรรคโดยตรง ซึ่งนายศิริโชคตั้งข้อสังเกตว่า น.ส.สุชาดาเริ่มบริจาคเงินเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ก่อนเป็น สส. จึงเกิดคำถามว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะหักเงินเดือน สส. จากผู้ที่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งได้อย่างไร
นายศิริโชคระบุว่า คำชี้แจงของนายศุภชัยที่ระบุว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี บริจาคเงินโดยตรงให้เหรัญญิกพรรคทุกเดือน ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ตนต้องการทราบมาโดยตลอด และแตกต่างจากคำอธิบายของโฆษกพรรคที่ระบุว่าเงินบริจาคของ น.ส.สุชาดามาจากการหักเงินเดือน สส.
นายศิริโชคจึงตั้งคำถามถึงที่มาของเงินบริจาคในช่วงก่อนที่ น.ส.สุชาดาจะเป็น สส. โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลว่าครอบครัวของ น.ส.สุชาดาแจ้งบัญชีทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้ที่แจ้งไว้แตกต่างจากมูลค่าทรัพย์สินอย่างมาก จนมีประเด็นเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สินและแหล่งรายได้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
นายศิริโชคยังระบุด้วยว่า การที่พรรคการเมืองออกใบเสร็จรับเงินบริจาค ไม่ได้หมายความว่าได้พิสูจน์ที่มาของเงินแล้ว เนื่องจากใบเสร็จแสดงให้เห็นว่าพรรครับเงินบริจาค แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเงินดังกล่าวมีแหล่งที่มาอย่างไร
นอกจากนี้ นายศิริโชคยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับช่วงที่ น.ส.สุชาดาดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งมีรายชื่อบริจาคเงินเดือนละ 10,000 บาท แต่หลังย้ายไปดำรงตำแหน่งที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กลับไม่พบชื่อบริจาคในบัญชีที่ตนตรวจสอบ
นายศิริโชคตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่พบรายชื่อบริจาคหลังการย้ายกระทรวง เป็นเพราะหยุดบริจาคหรือมีการบริจาคผ่านช่องทางอื่น และหากมีการบริจาคจริง เงินดังกล่าวมีจำนวนเท่าใดและบันทึกไว้ที่ใด พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้สรุปว่ามีการบริจาคผ่านช่องทางอื่น แต่เห็นว่าควรมีคำอธิบายให้ชัดเจน เมื่อประธานฝ่ายกฎหมายพรรคยืนยันว่ามีข้อตกลงให้บริจาคเงินทุกเดือน
นายศิริโชคกล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ที่ออกมาชี้แจงในนามพรรค โดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทด้านกฎหมาย ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของฝ่ายตนเองให้ตรงกันก่อน เพราะคำอธิบายที่ตั้งใจใช้ชี้แจงข้อสงสัย อาจกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การตรวจสอบเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่าประเด็นที่ตนต้องการคำตอบคือที่มาของเงินบริจาค และความสอดคล้องระหว่างคำชี้แจงของพรรคกับข้อมูลในบัญชีที่ กกต. เผยแพร่



















