จับตา‘ปรับ ครม.’หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้สูตร‘น้ำเงิน-แดง-เขียว’เป็นไปได้มากสุด

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” มองหลังฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรี อาจเกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายสูตร ทั้งดึง “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล-ควบรวมพรรค แต่ชี้ตามกฎหมายยังไม่สามารถควบรวมพรรคที่มี สส. ระหว่างอายุสภาได้ เชื่อสูตรรัฐบาล “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-กล้าธรรม” มีความเป็นไปได้มากที่สุด

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช และนักวิเคราะห์การเมือง ได้โพสต์ข้อความ วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองภายหลังพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ว่า ในช่วงก่อนและหลังการอภิปรายฯ อาจมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองเกิดขึ้นหลายรูปแบบ และนำไปสู่การคาดการณ์เรื่องการเปลี่ยนขั้วหรือปรับโครงสร้างรัฐบาล

หนึ่งในสูตรที่ถูกพูดถึงคือการจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลในลักษณะ “ไฟจราจร” ประกอบด้วยพรรคการเมืองหลายสี รวมถึงกระแสข่าวการควบรวมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม เพื่อให้มีจำนวนเสียงมากพอในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และผลักดันศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังมีการจับตาภาพการพบกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ร้านอาหารอินเดียย่านสุขุมวิท ซึ่งถูกนำไปวิเคราะห์ว่าอาจเป็นสัญญาณทางการเมืองก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายเทพไท ระบุว่า มีการคาดการณ์ว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคกล้าธรรมอาจเข้าร่วมรัฐบาล และอาจมีการปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อเปิดทางให้พรรคกล้าธรรมเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ขณะเดียวกัน การเผยแพร่ภาพนายอนุทินกับร้อยเอกธรรมนัสรับประทานอาหารร่วมกัน อาจถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคเพื่อไทยว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่โหวตสนับสนุน 18 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือเลือกถอนตัวจากรัฐบาล ก็ยังมีพรรคกล้าธรรมพร้อมเข้ามาร่วมรัฐบาลได้

จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงมีการวิเคราะห์ต่อว่า พรรคภูมิใจไทยอาจพิจารณาควบรวมกับพรรคกล้าธรรม เพื่อสร้างหลักประกันด้านจำนวนเสียงและทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นายเทพไทมองว่า การควบรวมหรือยุบรวมพรรคการเมืองในช่วงที่สภาผู้แทนราษฎรยังอยู่ในวาระนั้นไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย

โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 99 วรรคสอง กำหนดว่า ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้ ขณะที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 96 ก็มีบทบัญญัติในลักษณะเดียวกัน

ดังนั้น แม้จะมีการวิเคราะห์ถึงการควบรวมหรือเปลี่ยนขั้วทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ทำให้สูตรดังกล่าวเกิดขึ้นได้ยาก โดยเฉพาะแนวคิดการควบรวมพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม หรือพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม

นายเทพไท ยังมองว่า สูตรพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาลในลักษณะ “ไฟจราจร” แทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากพรรคประชาชนมีจุดยืนว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ดังนั้น แม้จะมีการเสนอแนวคิดในลักษณะเลี่ยงบาลีว่าไม่มีพรรคกล้าธรรมแล้ว เพราะไปรวมกับพรรคเพื่อไทย แต่ก็ยังติดข้อจำกัดทางกฎหมาย ไม่สามารถดำเนินการได้ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร

“สามารถวิเคราะห์การเมืองในรูปแบบต่างๆ ได้ แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้” นายเทพไทกล่าว พร้อมยืนยันว่า จากนี้ไปสูตรรัฐบาลที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนหลัก โดยมีพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นสูตรที่เห็นว่าควรจัดตั้งขึ้นในรูปแบบนี้มาตั้งแต่หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แล้ว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img