”สุดารัตน์”ชี้ความสำเร็จของการประชุม IMF-World Bank ไม่ใช่ความสำเร็จของเศรษฐกิจไทย และวันนี้ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ว่า ประเทศไทยไม่ได้เพียงต้อนรับโลกได้อย่างประทับใจ แต่พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเข็นเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มที่ติดมายาวนาน
เมื่อวันที่ 20 ต.ค.69 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ความสำเร็จของประเทศไทยในการประชุม IMF และ World Bank ไม่ใช่เพียงแค่เป็นเจ้าภาพที่ดี
แต่ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ด้วย
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) ที่กรุงเทพฯ ปิดฉากลงด้วยความชื่นมื่น ต้องขอชื่นชมรัฐบาลที่ทำหน้าที่่เป็นเจ้าภาพได้อย่างดี สร้างความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และเป็นโอกาสที่ดีในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทย
แต่ความสำเร็จของการประชุม ไม่ใช่ความสำเร็จของเศรษฐกิจไทย
โจทย์ที่สำคัญกว่าการเป็นเจ้าภาพ คือรัฐบาลจะนำข้อเสนอและองค์ความรู้จากเวทีระดับโลก มาปลดล็อกปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ทำประเทศไทย ”ติดหล่ม“ มานานได้หรือไม่
เพราะวันนี้ประเทศไทยไม่ได้เผชิญเพียงเศรษฐกิจโตช้า แต่กำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต จนเปรียบได้กับ “คนแก่ ที่ทั้งจนและเจ็บ” หมดศักยภาพในการแข่งขัน กลายเป็นประเทศรั้งท้าย อาเซียน
“แก่” เพราะสังคมสูงวัยขยายตัว ขณะที่เด็กเกิดใหม่เหลือเพียงประมาณ 400,000 คนต่อปี แรงงานรุ่นใหม่ลดลง แต่ภาระดูแลผู้สูงอายุกลับเพิ่มขึ้น ประเทศจึงไม่อาจหวังพึ่งจำนวนแรงงานเหมือนเดิม หากต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพและสร้างงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
“จน” เพราะรายได้ของประชาชนจำนวนมากเติบโตไม่ทันค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือนกดทับกำลังซื้อ ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กขาดทั้งเงินทุนและโอกาสในการแข่งขัน เมื่อคนไม่มีเงินจับจ่าย ธุรกิจก็ขายไม่ได้ เศรษฐกิจจึงยิ่งอ่อนแรง
“เจ็บ” เพราะทั้งประชาชนและโครงสร้างเศรษฐกิจกำลังอ่อนแอ ประชาชนจำนวนหนึ่งเข้าไม่ถึงการป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังติดกับดักผลิตภาพต่ำ การลงทุนไม่เพียงพอ และการปรับตัวสู่เทคโนโลยีใหม่ไม่ทันโลก
ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่สะสมมานาน จนเศรษฐกิจไทยติดอยู่ใน “หล่มโคลน” ยิ่งปล่อยไว้นาน การดึงประเทศกลับขึ้นมาก็ยิ่งยาก
การแจกเงินอาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจสร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศได้อย่างยั่งยืน หากไม่แก้ปัญหาหนี้ ไม่เพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจ ไม่ยกระดับทักษะแรงงาน และไม่ปฏิรูปรัฐให้มีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจก็จะกลับมาติดหล่มเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เป้าหมายการพาประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 จึงต้องไม่เป็นเพียงคำประกาศที่ฟังดูสวยหรู แต่ต้องมีแผนปฏิรูปที่ทำได้จริง โดยดิฉันเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งดำเนินการอย่างน้อย 6 วาระสำคัญ
1️⃣ ปลดล็อกหนี้ ฟื้นกำลังซื้อ
แก้หนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม ไม่ใช่เพียงเติมเงินเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายเป็นครั้งคราว
2️⃣ ปลดล็อก SMEs ให้แข่งขันได้
ทำให้ธุรกิจรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม เทคโนโลยี AI และตลาดใหม่ ลดต้นทุนและอุปสรรคจากกฎระเบียบ เพื่อให้ SMEs เป็นเครื่องยนต์สร้างงานและรายได้ ไม่ใช่เพียงธุรกิจที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด
3️⃣ ปฏิรูปการศึกษาและทักษะแรงงาน
เปลี่ยนจากการศึกษาที่เน้นปริมาณและวุฒิการศึกษา ไปสู่การสร้างทักษะที่ตลาดต้องการ ทั้งดิจิทัล AI เทคโนโลยี และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้คนไทยทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้จริง
4️⃣ เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ
ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคตและธุรกิจมูลค่าสูง พร้อมเชื่อมโยงนักลงทุนต่างชาติกับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้การลงทุนสร้างเทคโนโลยี งานคุณภาพ และรายได้หมุนเวียนในประเทศ ไม่ใช่เพียงตัวเลขการลงทุนที่สวยงาม
5️⃣ ปฏิรูปรัฐ ปราบโกงอย่างจริงจัง
ลดขั้นตอนและกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง ปิดช่องทุจริต และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เพราะต้นทุนจากระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพและการคอร์รัปชัน คือภาระที่ประชาชนและธุรกิจต้องจ่ายโดยไม่ควรต้องจ่าย
6️⃣ เปลี่ยนสังคมสูงวัยจากภาระให้เป็นโอกาส
ลงทุนกับการป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพระยะยาว เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพทำงานได้ และสร้างระบบดูแลที่ไม่ผลักภาระทั้งหมดไปให้ครอบครัวหรือรัฐ
ข้อเสนอจาก IMF และ World Bank จะมีคุณค่าต่อประเทศไทย ก็ต่อเมื่อรัฐบาลนำมาวิเคราะห์และแปลงเป็นมาตรการที่เหมาะกับบริบทไทย พร้อมกำหนดเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่ประชาชนตรวจสอบได้
“รัฐบาลทำหน้าที่เจ้าภาพได้ดี เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่การเป็นรัฐบาลที่ดี ต้องกล้าทำในสิ่งที่ยากกว่านั้น นั่นคือการผ่าตัดโครงสร้างที่ฉุดรั้งประเทศ”
เพราะสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ ไม่ใช่เพียงภาพความสำเร็จบนเวทีโลก แต่คือเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้คนส่วนใหญ่ ธุรกิจไทยที่แข่งขันได้ และรัฐที่สุจริตและมีประสิทธิภาพ
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ว่า ประเทศไทยไม่ได้เพียงต้อนรับโลกได้อย่างประทับใจ แต่พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เพื่อเข็นเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มที่ติดมายาวนาน
#พรรคไทยสร้างไทย#IMF#WorldBank#ปฏิรูปเศรษฐกิจ#แก้หนี้ครัวเรือน#SMEs#สังคมสูงวัย#การเมืองสุจริต#คุณหญิงสุดารัตน์



















