“เทพไท” เห็นด้วยฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน หลังยื่นญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรี ชี้ควรนำเนื้อหาญัตติและจำนวนผู้ถูกอภิปรายเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่กำหนดกรอบเวลาไว้ก่อน ย้อนการเมืองปี 2490 เคยเปิดอภิปราย 8 วัน 7 คืน ย้ำจำนวนวันไม่ใช่ตัวชี้ขาด แต่อยู่ที่เนื้อหาสาระและการตอบคำอภิปราย
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวน 18 คน ซึ่งขณะนี้เกิดการถกเถียงระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลว่า ควรใช้เวลาในการอภิปรายทั้งหมดกี่วัน โดยฝ่ายค้านเสนอขอเวลา 5 วัน เนื่องจากมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน จึงเห็นว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการนำเสนอข้อมูลและตรวจสอบการทำงานอย่างเพียงพอ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่า หากพิจารณาจากเนื้อหาในญัตติแล้ว เห็นว่าน่าจะใช้เวลาเพียง 3 วัน ทำให้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คนไว้กี่วัน
นายเทพไท กล่าวว่า แน่นอนว่าฝ่ายรัฐบาลต้องการให้มีเวลาอภิปรายให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ฝ่ายค้านก็ต้องการเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้น ผู้ที่ควรทำหน้าที่เป็นคนกลางในการกำหนดความเหมาะสม น่าจะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ โดยต้องพิจารณาว่า เมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีถึง 18 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากพอสมควร ควรใช้เวลาอภิปรายกี่วัน และต้องจัดสรรเวลาให้รัฐมนตรีได้ตอบคำถามหรือชี้แจงข้อกล่าวหาด้วย
“ในฐานะที่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน อยากให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีบทบาทในการกำหนดวันอภิปรายว่า จะใช้จำนวนกี่วัน โดยอยากให้นำเอาเนื้อหาของญัตติ จำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย และสมาชิกฝ่ายค้านที่มีหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่ามีกี่คน มาพิจารณาประกอบ เพื่อจะได้คำนวณระยะเวลาที่เหมาะสมได้ถูกต้อง” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวว่า อยากให้เอาเนื้อหาสาระของการอภิปรายเป็นตัวตั้ง ไม่ควรกำหนดจำนวนวันอภิปรายเป็นหลักไว้ก่อน แล้วจึงค่อยไปบีบคั้นหรือจำกัดจำนวนผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมอยากเห็นการเมืองยุคนี้มีความใจกว้างมากขึ้น โดยสามารถเปรียบเทียบกับการเมืองในอดีตได้
หากย้อนกลับไปในปี 2490 รัฐบาลของพลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เคยเปิดโอกาสให้พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนำโดยหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อภิปรายเป็นเวลาถึง 8 วัน 7 คืน และมีการถ่ายทอดสดผ่านวิทยุกระจายเสียงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ขณะที่ในช่วงใกล้เคียงกัน รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งหลายฝ่ายระบุว่าเป็นรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจากระบอบ คสช. ก็ยังเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายประมาณ 4 วัน ไม่รวมวันลงมติ และหากพิจารณาจากจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ก็ไม่ได้มีจำนวนมากเท่ากับครั้งนี้
นายเทพไท กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีถึง 18 คน แต่รัฐบาลกำลังกำหนดหรือขีดกรอบให้ฝ่ายค้านอภิปรายได้เพียง 3 วัน ในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ จึงเห็นว่า หากพิจารณาจากเนื้อหาของญัตติและจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้ง 18 คน น่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 วัน
“อยากให้รัฐบาลใจกว้าง การอภิปรายจำนวนหลายวัน ไม่ใช่จุดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ การอภิปรายจะเป็นที่ประทับใจของประชาชนหรือไม่ หรือจะมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนหรือไม่ อยู่ที่เนื้อหาสาระของการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน และการตอบคำอภิปรายของฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายไหนอภิปรายดีกว่า ตอบดีกว่า ประชาชนก็สนับสนุนฝ่ายนั้น และเชียร์ฝ่ายนั้น”
นายเทพไท ย้ำว่า จำนวนวันไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเนื้อหาสาระที่ฝ่ายค้านสามารถนำเสนอต่อประชาชน และคำชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลต่อข้อกล่าวหาต่างๆ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจมากกว่า



















