‘พรรคเดโมแครต’ พลิกกลับมาคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เหนือ ‘พรรครีพับลิกัน’ และมีแนวโน้มครองเสียงข้างมาก ทั้งในวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร โดยสามารถเจาะฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกันได้หลายรัฐ รวมถึงรัฐเท็กซัสที่พรรคเดโมแครตไม่เคยคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลางมานานกว่า 30 ปี
เวลา 11.40 น. ตามเวลาในประเทศไทย ผลการนับคะแนนเลือกตั้งวุฒิสภา พบว่า ‘พรรคเดโมแครต’ คว้าที่นั่งได้แล้ว 51 ที่นั่ง เพิ่มขึ้น 6 ที่นั่ง หลังพลิกเอาชนะผู้สมัครจาก ‘พรรครีพับลิกัน’ ในหลายรัฐที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค ทั้งไอโอวา แคนซัส เท็กซัส และเซาท์แคโรไลนา
หนึ่งในผลการเลือกตั้งที่ถูกจับตามองมากที่สุด เกิดขึ้นในรัฐเท็กซัส ซึ่ง เจมส์ ทาลาริโก ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต สามารถเอาชนะเคน แพ็กซ์ตัน จากพรรครีพับลิกันได้สำเร็จ ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรัฐที่พรรครีพับลิกันครองความได้เปรียบมาอย่างยาวนาน
ส่วนรัฐเซาท์แคโรไลนา แอนนี แอนดรูว์ส จากพรรคเดโมแครต คว้าชัยเหนือดาร์ลีน เกรแฮม ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน ขณะที่รัฐโอไฮโอ เชอร์รอด บราวน์ จากพรรคเดโมแครต ก็สามารถพลิกกลับมาคว้าชัยได้เช่นกัน หลังจากที่นั่งดังกล่าวเคยเป็นของเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2567
ขณะที่รัฐไอโอวา นายจอช ตูเร็ก คว้าชัยชนะเหนือแอชลีย์ ฮินสัน จากพรรคพับลิกัน ทำให้เขากลายเป็นวุฒิสมาชิกจากเดโมแครตคนแรกของรัฐในรอบกว่าทษวรรษ
ขณะที่ผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครตคว้าที่นั่งได้แล้วอย่างน้อย 161 ที่นั่ง เพิ่มขึ้น 9 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันได้ 101 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว NBC News ประเมินว่า ในท้ายที่สุดเดโมแครตอาจคว้าที่นั่งได้มากถึง 244 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เสียงข้างมากที่ 218 ที่นั่งอย่างชัดเจน
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทางการเมืองของสหรัฐฯ และอาจส่งผลต่อการบริหารประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงสองปีที่เหลือ โดยพรรคเดโมแครตจะมีอำนาจมากขึ้นในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร หลังจากที่ก่อนหน้านี้พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในรัฐสภา



















