“กมธ.การกฎหมายฯ” สภาฯ ซัดเดือดหนังสือแนวทางดำเนินงานไร้ตราประทับและลายเซ็นประธานสภาฯ ชี้เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ลั่นยึดแนวปฏิบัติเดิมตามข้อบังคับ พร้อมเรียก “โสภณ ซารัมย์” เข้าชี้แจงสัปดาห์หน้า
วันที่ 4 พ.ย.2569 เวลา 13.20 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการส่งหนังสือเวียนไปยังประธานกมธ. ถึงแนวทางการดำเนินงาน ว่า กมธ. กฎหมายฯ ถูกจับตาในเรื่องนี้มากเพราะเราตรวจสอบหลายเรื่องทั้งเงินสินบน 40 ล้านบาท การสอบท้องถิ่น รวมถึงติดตามความคืบหน้าคดีรอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และ TH-AI passport ซึ่งทำให้เกิดความพยายามกินรวบอำนาจในสภา และเรารับทราบว่าหนังสือแนวทางที่ส่งให้กับกมธ.แต่ละคณะ ไม่ใช่กฎหมาย รวมถึงไม่ใช่ระเบียบใด ๆ ดังนั้น สภาพบังคับจึงไม่มี เป็นเพียงแนวทางที่ส่งไปแต่ละคณะ ฉะนั้น การที่จะมาบังคับกมธ. ไม่สามารถทำได้ แต่สิ่งที่ต้องใส่ดอกจันตัวโตคือการบังคับของฝ่าย เลขานุการจะมีหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สิ้นกระแสความ วันนี้ทางกมธ. กฎหมายฯ จึงลงมติในเรื่องนี้ มีมติ 8 ต่อ 0 ไม่รับแนวทางดังกล่าว และมีความเห็นว่าจะต้องบรรจุเรื่องนี้ในวาระการพิจารณา
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า โดยกฎหมายที่ต้องมาพูดคุยกันคือฐานทางอำนาจในการปฏิบัติของกรรมาธิการ และจะมีการเชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ มาพิจารณาในกมธ. ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 12 พ.ย. นี้ หวังว่านายโสภณ จะให้ความร่วมมือในการชี้แจง หากหนังสือเวียนดังกล่าวเป็นของจริงต้องมีลำดับขั้นตอนตามกฎหมาย แต่สิ่งที่กมธ.ได้รับเอกสาร 3 หน้า ไม่มีตราประทับ ไม่มีลายเซ็นของประธานสภาผู้แทนราษฎร และไม่มีการอ้างอิงฐานอำนาจใด ๆ จึงมีข้อถกเถียงกันว่า เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริง ซึ่งกมธ. ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าไม่สามารถรับแนวทางนี้ได้ และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่า แสดงว่าหากกมธ. มีประเด็นใหม่ที่ต้องการเพิ่มเติมจะยังคงเชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้แนวทางกมธ. ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังยึดแนวปฏิบัติที่เราดำเนินการมา บางคนอาจตีความข้อบังคับไม่ตรงกันบ้าง แต่วันนี้ไม่มีเหตุแห่งความเปลี่ยนแปลง ส่วนแนวทางที่มีการส่งหนังสือมานั้น ยังมีความเห็นโต้แย้งเรื่องกฎหมาย บางคนมองว่าขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เราจึงไม่สามารถเห็นชอบในสิ่งที่ขัดกับกฎหมายได้



















