กลายเป็นประเด็นเดือดบนโลกโซเชียลมีเดีย เมื่อมีสาวไทยคนหนึ่ง ไปเตือนกลุ่มนักเรียนชาวอิตาเลียนนับ 10 คน ที่ทำเสียงดังบนรถไฟฟ้า โดยฝ่ายสาวไทยขอให้ลดเสียงลง จากนั้นเหตุการณ์ได้บานปลาย เพราะเด็กเกรียนกลุ่มนี้ อยู่ในวัยคึกคะนอง ไม่ฟังใคร ชูนิ้วกลางตอบโต้สาวไทย แถมเหยียดหยามว่า “ขอโทษที่นำเงินมาใช้ในประเทศคุณ”
กลุ่มทัวร์ชาวเน็ตไทย เลยไม่รอช้า ตามขุดประวัตินักเรียนอิตาเลียนกลุ่มนี้ ไปถึงโรงเรียนต้นสังกัดที่อิตาลี และล่าสุด ทางบริษัททัวร์ที่พานักเรียนกลุ่มนี้เข้ามา ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงขอโทษ โดยอ้างเหตุผลว่าทั้งหมดยังเป็นเด็ก และกระทำกิริยาดังกล่าวไปด้วยความคึกคะนอง
ความเห็นในโซเชียลมีเดีย ไปในทิศทางเดียวกัน คือ อยากให้มีการดำเนินคดีนักเรียนอิตาเลียนกลุ่มนี้ รวมทั้งผลักดันออกนอกประเทศไปเลยได้ไหม ในข้อหาไม่เคารพวัฒนธรรมไทย ไม่ศึกษามารยาท ในการใช้บริการรถสาธารณะเป็นต้น
เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จะข้อเท็จจริงแรกที่สำคัญ คือ กลุ่มนักเรียนอิตาเลียนกลุ่มนี้ ก่อความเดือดร้อนทำเสียงดังบนรถจริง แต่เป็นการกระทำที่เป็นความผิดลหุโทษเท่านั้น ไม่ได้กระทำผิดถึงขั้นเข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้าม ต้องเพิกถอนวีซ่า ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง

ข้อเท็จจริงลำดับถัดมา หากมองในหลักรัฐศาสตร์ การโต้เถียงที่เกิดขึ้นแทบไม่มีฝ่ายไหนได้ประโยชน์ เพราะในมุมหนึ่ง กลุ่มเด็กนักเรียนอิตาเลียนเอง อาจโมโหที่ถูกคนไทยถ่ายคลิปไปเผยแพร่ก่อน เลยมีปฏิกิริยาตอบโต้เช่นนั้นออกมา หรือหากใช้หลักนิติศาสตร์แบบเข้มข้น สมมติว่ามีตำรวจอยู่บนรถไฟฟ้าแล้วไปจับเด็กกลุ่มนี้ ย่อมไม่ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวไทย
ข้อเท็จจริงสุดท้าย คือ คนไทยเองควรตระหนักถึงโทษภัยของกลุ่มชาวต่างชาติอื่นๆ มากกว่าพฤติกรรมของนักเรียนกลุ่มนี้ ไล่เรียงตั้งแต่คดีล่าสุด ที่จับกลุ่มจีนเทา ใช้นอมินีคนไทย ซื้อบ้านหรูกว่า 30 หลังใจกลางกรุง ส่วนภาคใต้ก็มีกลุ่มชาวยิวที่แปลงสัญชาติไทย กว้านซื้อที่ดินตามแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พะงัน ใช้ทรัพยากรประเทศไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
นอกจากนี้ ยังมีคดีพ่อทิพย์ ที่กลายเป็นว่าคนไทย ไปรับจ้างเป็นพ่อให้กลุ่ม “กุมารจีน” ที่ตอนนี้ตรวจพบมากกว่า 1,500 คนแล้ว หรือล่าสุด คือการตรวจสถานประกอบการในย่านห้วยขวาง ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของชำ ที่กลายเป็นของประเทศจีนเต็มระบบ ทั้งการจ่ายเงินผ่านวอลเล็ตประเทศจีน การนำสินค้าจีนเข้ามาขายแบบโจ๋งครึ่ม
ร้ายสุด คือ การตรวจพบ “ตู้แดงสายตรวจ” ที่ร้านขายของชำคนจีนในย่านห้วยขวาง กลายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เห็นการกระทำผิดตรงหน้าโต้งๆ แต่กลับไปช่วยเหลือดูแลกลุ่มต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย ไม่นับรวมกลุ่มบริษัทก่อสร้าง บริษัทจัดนิทรรศกาล ที่นำแรงงานจีนเข้ามาโดยใช้ฟรีวีซ่า เป็นต้น
เหล่านี้ คือ ภัยที่กำลังกลืนประเทศไทย และบ่อนทำลายประเทศ ที่คนไทยควรตระหนักรู้ ให้ความสำคัญในการเกาะติดให้ภาครัฐ แก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง และเชื่อเหลือเกินว่า การตรวจสอบโดยภาคประชาชน ในคดีต่างๆ เหล่านี้ คงไม่เกินความสามัคคีของชาวเน็ตไทย อย่างแน่นอน
…………….
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram



















