จับตา!บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำไม?รัฐยิ่งช่วยคนยิ่งจนเพิ่ม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

การกำหนดเงื่อนไข เพื่อตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในรอบนี้ ทำให้กระแสสังคมวุ่นวายไม่น้อยทีเดียว กระแสดราม่าเกิดขึ้นมากมาย แถมยังลุกลามไปจนถึงการเสียชีวิต เพียงเพื่อต้องการรักษาสิทธิ ถึงต้องกระเสือกกระสนในทุกรูปแบบ


เมื่อ 30 ปีก่อน “คนจน” อาจหมายถึงคนไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีเงินฝาก ไม่มีทรัพย์สิน แต่คนจนในปีนี้ ในปี 2569  กลับแตกต่างออกไป

บางคนอาจมีรถกระบะอายุ 15 ปีไว้ขนของไปขายตลาดนัด มีโทรศัพท์มือถือไว้รับออร์เดอร์ มีหุ้นมูลค่า 2,000 บาทที่ซื้อผ่านแอปลงทุนตามคำแนะนำของรัฐ มีบัญชีเงินฝากไม่กี่หมื่นบาทที่เก็บไว้รักษายามเจ็บป่วย

แต่สิ่งเหล่านี้…ไม่ได้ทำให้หลุดพ้นจากความยากจน!

ในทางตรงกันข้าม หลายคนมีทรัพย์สิน แต่ไม่มีสภาพคล่อง มีทรัพย์สิน แต่มีหนี้สินมากกว่า มีรถแต่ไม่มีเงินเติมน้ำมัน มีบ้านแต่ต้องผ่อนธนาคาร มีหุ้นแต่ยังต้องกู้เงินนอกระบบ
หากรัฐยังใช้ “การครอบครองทรัพย์สิน” เป็นตัวชี้วัดความจน โดยไม่ดูรายได้สุทธิ ภาระหนี้ หรือค่าใช้จ่ายที่แท้จริง ย่อมมีโอกาสคัดคนจนออกจากระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ

ความพยายามของรัฐบาล ที่จะแก้ไขปัญหา กลับกลายเป็นคำถามที่นำไปสู่ความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ความพยายามในการดูแลคนที่มีรายได้น้อย ถูกต้องหรือไม่?


สิ่งที่น่ากังวล คือ…เกณฑ์บางอย่างอาจสร้างแรงจูงใจที่ผิด หากประชาชนรู้ว่า ซื้อหุ้นแล้วอาจเสียสิทธิ์ ซื้อรถไว้ทำมาหากินแล้วอาจเสียสิทธิ์ มีเงินออมมากขึ้นอาจเสียสิทธิ์ ลูกดูแลพ่อแม่จนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อาจทำให้พ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์


คำถามคือ…แล้วรัฐกำลังส่งสัญญาณให้ประชาชน “อย่าพัฒนาตัวเอง” หรือไม่เพราะทุกครั้งที่ชีวิตเริ่มดีขึ้นเพียงเล็กน้อย กลับเสี่ยงต่อการสูญเสียสวัสดิการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ณ เวลานี้ ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับการคัดกรองผู้ที่จะได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเรียกได้ว่า อยู่ในภาวะ “กับดักสวัสดิการ” โดยประชาชนไม่กล้าสร้างรายได้เพิ่ม เพราะเมื่อรายได้เพิ่มเพียงเล็กน้อย สิทธิประโยชน์ที่เสียไปกลับมีมูลค่ามากกว่า


สุดท้าย… คนจนจึงติดอยู่ในวงจรเดิม ๆ ทั้งที่ความจนไม่ใช่ตัวเลข แต่คือความเปราะบาง โดยหลายประเทศเลิกใช้คำว่า “คนจน” ที่วัดเพียงแค่จำนวนรายได้ไปแล้ว

คนที่มีรายได้เดือนละ 12,000 บาท กับอีกคนที่มีรายได้เท่ากัน แต่ต้องเลี้ยงพ่อแม่ ผู้สูงอายุ ลูกเล็ก และผ่อนบ้าน ทั้งสองคนไม่ได้จนเท่ากัน แต่ระบบของรัฐกลับมองว่าเหมือนกัน
ในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องที่ว่า…ใครควรได้บัตร แต่คือ…ทำอย่างไรให้คนถือบัตรเหลือน้อยลงทุกปี


ประเทศที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ใช้งบประมาณสวัสดิการน้อยกว่าประเทศไทย แต่ใช้งบประมาณเพื่อ “สร้างโอกาส” อย่าง บราซิล ได้ผูกเงินช่วยเหลือกับการศึกษา ส่วนสิงคโปร์ ผูกสวัสดิการกับการพัฒนาทักษะ ขณะที่ เดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์เชื่อมเงินช่วยเหลือเข้ากับการหางานและการฝึกอาชีพ


ส่วนไทยยังผูกสวัสดิการกับการบริโภคเป็นหลัก! ดังนั้นไทยควรปฏิรูป ไม่ใช่เพียงการเพิ่มหรือลดวงเงิน แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดทั้งระบบจากการตรวจว่า “ใครจน” ไปเป็นการวิเคราะห์ว่า “ทำไมจึงยังจน”


บางคนจนเพราะตกงาน บางคนจนเพราะแก่เกินทำงาน บางคนจนเพราะพิการ บางคนจนเพราะเป็นหนี้ บางคนจนเพราะไม่มีทักษะ หากทุกคนได้รับยาเม็ดเดียวกัน ทั้งที่ป่วยคนละโรค ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างจากที่ผ่านมา


ดังนั้น…บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ควรเป็นบัตรที่คนไทยต้องถือไปตลอดชีวิต แต่ควรเป็นสะพานที่พาประชาชนเดินข้ามความยากจน แล้วไม่ต้องใช้บัตรนี้อีกเลย!

…………………………

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img